10,013
VIEWS

เครื่องฟอกอากาศ SHARP พัฒนาเทคโนโลยีต่อเนื่อง สร้าง Clean Air Society เพื่อสุขภาพคนไทย

Mar 18, 2021 -None-

ปัญหาของฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดเครื่องฟอกอากาศเติบโตอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นย่อมทำให้มีผู้เล่นในตลาดเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ไม่ว่าการแข่งขันจะรุนแรงแค่ไหน  “SHARP” ก็สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นแบรนด์แรก สะท้อนได้จากผลการสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand 2021 ในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด 

มร.โรเบิร์ต อู๋ กรรมการผู้จัดการ ชาร์ป ไทย กล่าวว่า ท่ามกลางแบรนด์เครื่องฟอกอากาศที่มีอยู่มากมายในตลาดแต่ปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้ SHARP ยังคงเป็นที่ 1 มาจากเทคโนโลยีสำคัญของเครื่องฟอกอากาศ SHARP นั่นคือ พลาสม่าคลัสเตอร์ ซึ่งถูกคิดค้นมา 20 ปี และได้รับการรับรองจากสถาบันมากกว่า 30 แห่งทั่วโลกว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยยับยั้งไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ตลอดจนช่วยสลายสารก่อภูมิแพ้ กลิ่นไม่พึงประสงค์ ลดการเกิดไฟฟ้าสถิต และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ผลการทดสอบของสถาบันต่างๆ พบว่า เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ ช่วยยับยั้งไวรัสในอากาศได้ถึง 99% ประกอบกับการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ และเครื่องฟอกอากาศแบบตั้งโต๊ะ ที่มีขนาดการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานของผู้บริโภคมากที่สุด ยิ่งกว่านั้น สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือคุณภาพของผลิตภัณฑ์    ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานญี่ปุ่น (Japanese Standard) ซึ่งรู้จักกันดีด้านความน่าเชื่อถือและความทนทาน 

การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกปัจจัยความสำเร็จของ SHARP โดยได้ทำการศึกษาในขอบเขตที่กว้างขวางมากมาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ กระทั่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้บริโภค 

ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในปีที่ผ่านมา หลังจากโลกต้องเผชิญกับภาวะโรคระบาด SHARP Corporation ได้จับมือศูนย์วิจัยแห่งชาติ เพื่อการควบคุมและการป้องกันโรคติดเชื้อ สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เผยผลวิจัย “ประสิทธิผลในการลดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ลอยอยู่ในอากาศ (SARS-CoV-2)” ซึ่งพบว่า เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ ช่วยลดจำนวนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในอากาศได้มากถึง 91.3% โดยการวิจัยนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ค้นพบว่า พลาสม่าคลัสเตอร์ไอออนสามารถช่วยลดจำนวนเชื้อไวรัสที่แพร่ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิผล SHARP จึงประกาศความสำเร็จจากผลการวิจัยนี้ไปทั่วโลกในเดือนกันยายน 2563 โดยในประเทศไทยได้มีการจัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งในสื่อออฟไลน์และออนไลน์ 

นอกจากนี้ยังเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า   Plasmacluster NEXT เมื่อกลางปี   2563  โดยเทคโนโลยีดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการกระจายพลาสม่าคลัสเตอร์ไอออนได้มากถึง 50,000 ไอออน (มีปริมาณมากกว่าโมเดลรุ่นเก่าถึง 2 เท่า) โดยเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้ในสินค้า 2 รุ่นใหม่ คือรุ่น KI-J101B-W  ที่มีขนาดใหญ่สุดและรุ่น IG-EX20 เครื่องฟอกอากาศบนโต๊ะเพื่อใช้งานส่วนบุคคล ตอกย้ำความมุ่งมั่นและไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยี

 

 

“จากผลการวิจัยเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันเชื้อโรค ลดจำนวนเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ได้ถึง 91.3% แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีสิทธิบัตรพลาสม่าคลัสเตอร์ของเรามีประสิทธิภาพ และส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งเรามุ่งมั่นที่จะสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของเทคโนโลยี และมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์สูงสุดให้กับผู้บริโภคในเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ด้วย โดยเรามีแผนที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีพลาสม่าคลัสเตอร์สู่ตลาดไทยในอนาคต เช่น ไดร์เป่าผม พลาสม่าคลัสเตอร์ หรือเครื่องซักผ้าพลาสม่าคลัสเตอร์เพื่อช่วยฆ่าเชื้อระหว่างการซัก ซึ่งได้นำร่องเปิดตัวไปแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น  จากปัจจุบันที่ตลาดประเทศไทยนำเสนอเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ในเครื่องฟอกอากาศ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องกำจัดไรฝุ่น” 
 
มร.โรเบิร์ต ย้ำว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของ SHARP คือการส่งมอบ Hygiene Air ด้วยคุณภาพของอากาศที่มีทั้งความสะอาด และปลอดภัย ทำให้ลูกค้าหมดกังวลกับปัญหาฝุ่นควัน และมลพิษ เพราะเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีฟอกอากาศเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวจาก SHARP ช่วยยับยั้งไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ตลอดจนช่วยสลายสารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางด้านการทำตลาดของ SHARP ในปีที่ผ่านมาก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน หลังเกิดสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้ภาครัฐออกมาตรการล็อกดาวน์ ห้างสรรพสินค้าทั้งหมดต้องปิดทำการชั่วคราว นับเป็นการเปลี่ยนแปลงกะทันหันครั้งใหญ่ในตลาดไทย 
 
แม้ปัจจุบันห้างสรรพสินค้าจะกลับมาเปิดทำการตามปกติแล้วก็ตาม แต่พฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของผู้บริโภคยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภค และการเปลี่ยนแปลงของตลาดจากสถานการณ์ที่ผ่านมา SHARP เองได้มีการจัดทำแคมเปญโฆษณาและโปรโมชั่นส่งเสริมการขายผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจแบรนด์และผลิตภัณฑ์ โดยมีคุณคิมเบอร์ลีเป็นพรีเซ็นเตอร์ ขณะเดียวกันได้เพิ่มช่องการขายไปยังออนไลน์ ไม่ใช่เพียง Lazada, Shopee เท่านั้น  แต่ยังรวมถึงร้านค้าออนไลน์ของพันธมิตรของ SHARP ด้วย ทั้งนี้ SHARP ยังคงให้ความสำคัญกับการทำการตลาดแบบออฟไลน์ เพราะถือเป็นช่องทางหลักที่มีบทบาทสำคัญ นอกเหนือไปจากการทำการตลาดที่เข้มข้น SHARP ก็ยังไม่ลดความสำคัญในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ยิ่งเมื่อปัญหาฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นมลพิษทางอากาศครั้งใหญ่ของคนไทย SHARP ไม่หยุดนิ่งที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และช่วยเหลือสังคม 
 
“ปีที่แล้วเราจัดกิจกรรม CSR ถึง 2 ครั้ง ด้วยการบริจาคเครื่องฟอกอากาศมากกว่า 100 เครื่อง ให้แก่โรงเรียนและบ้านเด็กกำพร้าในพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษทางอากาศขั้นวิกฤต ซึ่งครั้งนั้นเรายังให้ความรู้แก่พวกเขาในการป้องกันตัวเองจาก PM 2.5 อีกด้วย รวมถึงบริจาเครื่องฟอกอากาศให้โรงพยาบาลมากกว่า 200 เครื่อง ต่อมาเมื่อเกิดโรคระบาด COVID-19 เรายังเห็นความสำคัญของปัญหานี้ด้วยเช่นกัน แต่ไม่สามารถจัดงานในพื้นที่ปิดได้ เนื่องจากต้องให้ความสำคัญเรื่อง Social Distancing เราจึงจัดกิจกรรมให้ความรู้ผ่านออนไลน์ ในโครงการ “SHARP Plasmacluster Health Classroom” ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงวิธีดูแลตัวเองและครอบครัวในช่วง COVID-19 ในหัวข้อ เช่น วิธีทำให้ชีวิตสมดุลขณะทำงานที่บ้าน (Work From Home) และการเตรียมตัวสำหรับการใช้ชีวิตในวิถี New Normal เป็นต้น” 
 
สำหรับทิศทางธุรกิจของในปี 2564 นั้น SHARP ตั้งเป้าขยายผลิตภัณฑ์ B2C โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ภายในบ้านรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด พร้อมคุณสมบัติหลักที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้บริโภค นอกจากนั้นยังตั้งเป้าขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ และร่วมมือกับพันธมิตรในภาคธุรกิจ B2B มากขึ้นด้วย 
 

“เพราะวิสัยทัศน์ของเราคือการสร้าง “สังคมอากาศสะอาด Clean Air Society” สำหรับคนไทยโดยใช้โซลูชั่นพลาสม่าคลัสเตอร์ ด้วยแนวคิดนี้เราได้นำโซลูชั่นพลาสม่าคลัสเตอร์ ของเราไปใช้ในพื้นที่สาธารณะ รวมทั้งระบบขนส่งสาธารณะ อสังหาริมทรัพย์ เช่น รถไฟฟ้า BTS รถโดยสารประจำทาง โรงแรม และคอนโดมิเนียม หรือแม้แต่โรงพยาบาลและรถพยาบาล เราหวังว่าจะสามารถพัฒนาโซลูชั่นพลาสม่าคลัสเตอร์ของเราให้ใช้กับหลายๆ ด้านของประเทศไทยพร้อมนำเสนอเทคโนโลยี 8K และโซลูชั่น AIoT สู่ตลาดต่อไปด้วย” 

มร.โรเบิร์ต กล่าวสรุปว่า แผนงานและหลักการทำงานทั้งหมดนั้น ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานของการอุทิศตนเพื่ออุดมการณ์หลัก 2 ประการ นั่นคือ ความจริงใจ และความคิดสร้างสรรค์ 

“ทีมงานของ SHARP ยึดหลักการทำงานในเรื่อง “ความจริงใจ” ด้วยการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาสมเหตุสมผลที่ทุกคนจับต้องได้ เพื่อตอบสนองความต้องการ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า หลักการทำงานอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ความคิดสร้างสรรค์” ด้วยแนวคิด “Nature Power Technology” ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ซึ่งเราสัญญาว่าจะคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี และโซลูชั่นที่ดีที่สุด เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับสูงเพื่อสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยตลอดไป”

 

เครื่องฟอกอากาศ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.