14,155
VIEWS

LG ชี้เทรนด์ 4 พฤติกรรมคนไทยที่มาแรงในปี 2021

Mar 22, 2021 S.Vutikorn

ปัญหา COVID-19 และฝุ่น PM 2.5 ทำให้พฤติกรรมของคนไทยในรอบปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนหลายด้าน โดยทางแอลจี ประเทศไทย มองว่าคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นจนเกิดเป็นเทรนด์ผู้บริโภคใหม่ 4C’s คือ

1. Cocooning พฤติกรรมที่คนอยากอยู่บ้านมากขึ้นกว่าสมัยก่อน

2. Caring ผู้บริโภคมีความกังวลในเรื่องสุขภาพ และเรื่องสุขอนามัย หรือ Hypiene

3. Connecting แม้จะใช้เวลาอยู่ในที่พักอาศัยมากขึ้น แต่ผู้บริโภคก็ยังมีการการเชื่อมต่อสื่อสารกันผ่านช่องทางสื่อสารในโลกออนไลน์มากขึ้น

4. Conserving เนื่องจากปัญหา COVID-19 นั้นส่งผลกับภาคธุรกิจอย่างมาก จึงทำให้คนส่วนใหญ่ใช้เงินด้วยความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ทางบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงมองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสามารถหยิบยกมาเป็นโอกาสทางการตลาดได้ โดยอาศัยสินค้าที่มีนวัตกรรมเป็นตัวชูโรง

 

ล่าสุดแอลจีได้มีการเปิดตัวไลน์อัพสินค้าในกลุ่มเครื่อปรับอากาศใหม่ที่มีเทคโนโลยี UVnano มาเสริมทัพสินค้าในปีนี้ โดยทางแอลจีการันตีว่า UVnano เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคที่เกิดจากความชื้นภายในตัวเครื่องบริเวณใบพัด โดยสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสได้ถึง 99.99% นอกจากนี้ยังสามารถฟอกอากาศที่มีอนุภาคขนาดเล็กถึง 1.0 ไมครอน (PM1.0) 

 

อำนาจ สิงหจันทร์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า ปีที่ผ่านมาเทรนด์ของตลาดเครื่องปรับอากาศหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยดูได้จากทั้งตลาดเริ่มมีการใส่ฟังก์ชั่นฟอกอากาศเข้าไป ซึ่งเครื่องปรับอากาศแอลจีสามารถฟอกอากาศ ที่มีอนุภาคเล็กถึง 1.0 ไมครอน และปีนี้แอลจีก็มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเครื่องภายในด้วยการติดระบบแสง UVC ไว้ที่บริเวณใกล้ใบพัดถึง 4 หลอดด้วยกัน เพื่อเน้นฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่มักจะจับตัวอยู่ที่ใบพัดของเครื่อง

 

“Line-up สินค้าเครื่องปรับอากาศในปี 2021 จะมีทั้งหมด 7 ซีรีส์ 23 รุ่น โดยทุกรุ่นจะสามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ และปีนี้เรามีการเพิ่มฟังก์ชั่น UVnano ใน 2 ซีรีส์ คือ IVQ ในตัวเริ่มต้น และ IPQ ในตัว Hi-End”

 

ตลาดเครื่องปรับอากาศในปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องปรับอากาศมียอดขายรวมลดลง เนื่องจากปีที่แล้วในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นไฮซีซั่นของตลาดเครื่องปรับ อากาศผู้ผลิตต้องเผชิญกับปัญหาการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ จึงเสียโอกาสในการขายไปเป็นจำนวนมาก จนทำให้มูลค่าของตลาดตกลงมาเหลือ 20,930 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2019 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 23,242 ล้านบาท

สำหรับในปีนี้ทางแอลจีคาดว่าตลาดเครื่องปรับอากาศจะกลับมามีการเติบโต โดยคาดการณ์ตัวเลขทั้งปีไว้ที่ 23,990 ล้านบาท

เป้าหมายของแอลจีในตลาดเครื่องปรับอากาศในปีนี้ อำนาจ กล่าวว่าแอลจีต้องการเป็นแบรนด์ที่ 1 ในใจของผู้บริโภคในเรื่องของสินค้าเพื่อสุขภาพ ส่วนเรื่องของยอดขายทางบริษัทตั้งเป้าตัวเลขไว้ที่ 140,000 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 40%

 

ถ้าแอลจีสามารถทำตัวเลขได้ตามเป้าจริงจะทำให้แอลจีมีส่วนแบ่งในตลาดเครื่องปรับอากาศอยู่ที่ 11% เป็นผู้นำอันดับ 3 ในประเทศไทย รองจาก มิตซูบิชิ อีเล็คทริคที่มีส่วนแบ่งการตลาด 19% และไดกิ้นที่มีส่วนแบ่งการตลาด 16%

 

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทางแอลจีได้มีการเพิ่มงบการตลาดสำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศขึ้นเป็น 130 ล้านบาท หรือประมาณ 6% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน กว่าเท่าตัว เพื่อทำกิจกรรมการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายแบบ 360 องศา โดยจะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มที่ซื้อเครื่องใหม่เปลี่ยนเครื่องเดิมที่ใช้อยู่

 

ปี 2006 - 2013 เป็นช่วงจังหวะที่ตลาดบ้านและคอนโดเติบโตอย่างมาก ซึ่งตามรอบแล้วผู้บริโภคจะเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศทุก 8 ปี ทำให้ตลาด ทดแทนปีนี้ถือว่าใหญ่มาก คนยอมเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ที่ดีกว่า มีระบบอินเวอร์เตอร์ที่ประหยัดไฟกว่า

 

ปัจจุบันนี้ตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทย แบ่งตลาดออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน คือ ตลาดแมส คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ตลาดกลาง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% และตลาดพรีเมียมคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% 

 

แต่ถ้าเปรียบเทียบระหว่างเครื่องปรับอากาศทั่วไปกับที่มีระบบอินเวอร์เตอร์จะพบว่าในปีที่ผ่านมา ตัวเลขของเครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์ได้ขยับ ขึ้นมาอยู่ที่ 73% แล้ว และในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ของตลาดรวม

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.