7,212
VIEWS

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ “กล่องเครื่องดื่ม” กลายเป็นกระบอกเสียงของแบรนด์

Mar 29, 2021 R.Somboon

เวลาเดินเข้าไปในร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตจะพบเห็นกล่องเครื่องดื่มวางเรียงรายบนชั้นต่างๆ มีรูปทรง ดีไซน์ สีสันตัวอักษรหลากหลายรูปแบบ ความแตกต่างของกล่องเครื่องดื่มนานาชนิดได้กลายเป็นจุดขาย และ เป็นเครื่องมือการขายที่ทรงพลังเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เพราะผู้บริโภคสามารถหยิบจับสัมผัส ทำความรู้จัก และ เข้าใจคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์และแบรนด์นั้นๆ

 

กล่องเครื่องดื่ม จึงไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ในการเป็นแพ็กเกจจิ้งของสินค้า แต่ยังทำหน้าที่เป็นสื่อ ณ จุดขาย ที่ช่วยขายสินค้าที่เปี่ยมไปด้วยพลัง และสามารถสร้างแรงดึงดูดผู้บริโภคให้หันมาสนใจจนสามารถปิดการขาย ได้เป็นผลสำเร็จ....  

 

ครั้งหนึ่ง เต็ดตร้า แพ้ค บริษัทชั้นนำด้านกระบวนการผลิต และบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร เคยออกมา เผยถึงผลวิจัยในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคว่า จากสถิติพบว่าผู้บริโภคจะใช้เวลาเฉลี่ย 15-20 นาที สำหรับการ เลือกซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าขนาดกลาง ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกถึง 20,000-60,000 รายการ และใน การจับจ่ายใช้สอยแต่ละครั้ง ผู้บริโภคจะใช้เวลาประมาณ 1.6 วินาทีในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์แบรนด์หนึ่ง หรืออาจจะหันไปสนใจแบรนด์อื่นแทน หรือแม้แต่เปลี่ยนใจไปซื้ออย่างอื่นแทน

 

นอกจากนี้ ในตะกร้าที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าโดยเฉลี่ยแล้วจะมีสินค้าอยู่ในตะกร้าประมาณ 57 ชิ้น นั่นหมายความว่ามีผลิตภัณฑ์มากกว่า 50,000 ชิ้นในร้านค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ถูกผู้บริโภคมองข้ามไป และ กว่า 70-80% เป็นการตัดสินใจซื้อที่เกิดขึ้นภายในร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ผลวิจัยดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบกล่องเครื่องดื่ม จึงต้องพัฒนาให้ทำหน้าที่ได้มากกว่าการ “บรรจุ” ที่ต้องปกป้องคุณค่าอาหาร และเครื่องดื่มที่อยู่ภายในแล้ว

 

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ ถดถอย นอกจากนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคแยกย่อยลงไปอีกทั้งเพศ อายุ ไลฟ์สไตล์ กำลังซื้อ เป็นต้น กล่อง เครื่องดื่มจึงทำหน้าที่ทั้งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของแบรนด์อย่างชัดเจน ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และจูงใจให้ ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ

 

ดังนั้นองค์ประกอบทุกส่วนของกล่องเครื่องดื่มทั้งวัสดุที่ใช้ผลิต ดีไซน์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ทั้งขนาด รูป ทรง รูปภาพ ข้อความ สีสัน หรือแม้กระทั่งฝาเปิด-ปิด ล้วนเป็นสิ่งที่แบรนด์นั้นๆ สามารถใช้สื่อสารถึงผู้บริโภคได้ ทั้งสิ้น เมื่อการดีไซน์สร้างความโดดเด่น และสื่อสารด้วยข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ใช้สีสันและการ ออกแบบที่สร้างความรู้สึกให้กับกลุ่มเป้าหมาย จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับกลุ่มเป้าหมายหยิบผลิตภัณฑ์ ไปพิจารณา รวมทั้งการอ่านข้อมูลที่ฉลากและตัดสินใจซื้อในที่สุด”

 

“Sizing” ตอบทุกความต้องการบริโภค

 

กล่องเครื่องดื่มได้รับการออกแบบให้มีหลากหลายขนาด เพื่อให้เหมาะกับผู้บริโภคแต่ละเพศแต่ละวัย และกำลังซื้อที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่าง เช่น คนเมืองและครอบครัวขนาดใหญ่นิยมบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีขนาด ใหญ่ขึ้น เนื่องจากราคาคุ้มค่ามากกว่า

 

ขณะที่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่าง “นม” มีการปรับเปลี่ยนความสูงของกล่องเครื่องดื่ม เพิ่มหรือลด ขนาดบรรจุ ปรับเปลี่ยนฝาเปิด-ปิด ติดหลอดดื่มหลากหลายประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ และความ ต้องการของผู้บริโภค ทั้งขนาดมินิสำหรับเด็กเหมาะทั้งปริมาณบริโภค และกล่องเครื่องดื่ม สี่เหลี่ยมทรงสูงขนาด ใหญ่ 300 มิลลิลิตร เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายผู้ชายวัยทำงานที่ต้องการปริมาณการดื่มต่อครั้งที่มากกว่า หรือ กล่องเครื่องดื่มรูปทรงแปดเหลี่ยมสูงเพรียว กระชับมือ พร้อมฝาปิดเพื่อเพิ่มความสะดวกในการบริโภค อีกทั้ง ในแง่การตลาดทั้งความโดดเด่นสะดุดตาเมื่อวางอยู่บนชั้นสินค้า และให้ภาพลักษณ์ของการเป็นผลิตภัณฑ์ ระดับพรีเมียม

 

“ยกแพ็ก” สะดวก โดนใจยุคประหยัด

 

กล่องเครื่องดื่มที่วางจำหน่ายในรูปแบบ “แพ็ก” ทั้งขนาดแพ็ก 3 กล่อง, 4 กล่อง, หรือ 6 กล่อง กำลัง เป็นที่นิยมสำหรับผู้บริโภค โดยในบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ได้กลายเป็นรูปแบบการขายมาตรฐาน และ ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับกลุ่มครอบครัวที่มีปริมาณการบริโภคอย่างต่อเนื่อง การวางขายเป็นแพ็กทำให้ ผู้บริโภคสะดวกในระหว่างจับจ่าย และลดความถี่ของการซื้อ เพราะมีระยะเวลาในการบริโภคนานขึ้น นอกจากนี้ ยังประหยัด เพราะราคาต่อกล่องจะถูกลง ขณะเดียวกันในด้านผู้ค้าปลีก ยังช่วยลดต้นทุน และเพิ่มปริมาณการ ขาย เพราะง่ายต่อการวางสินค้าเพิ่มบนชั้นวาง และยังเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ผู้ผลิตสามารถใช้สื่อสารข้อความต่างๆ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายได้ด้วย

 

“กรีน” คอนเซ็ปต์มาแรง

 

ประเด็นโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญ และทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความใส่ใจกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบสหภาพยุโรป ที่ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิต อาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งในส่วนของผู้ผลิต ทั้งการส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน โดยในขณะนี้ทั้งในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เอเชีย รวมถึงประเทศไทย ได้ริเริ่มให้มีการติดฉลากคาร์บอน (Carbon Label) ควบคู่กับฉลากคุณค่าทางโภชนาการ (Nutrition Facts) บนกล่องเครื่องดื่ม เพื่อเป็นข้อมูลให้ ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำจากกระบวนการผลิต

 

ถือเป็นอีกแนวโน้มที่น่าสนใจของการพัฒนาในเรื่องแพ็กเกจจิ้งในบ้านเรา....

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.