4,332
VIEWS

“เซ็นทรัล กรุ๊ป” ขับเคลื่อนตลาดค้าปลีกอย่างไร ในวันที่ ไม่ใช่แค่ “Retail” แต่คือ “Retail Tech”

Apr 05, 2021 R.Somboon

เดือนมีนาคม 2561 ทศ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารของกลุ่มเซ็นทรัล ออกมาประกาศในงานแถลงข่าวประจำปี โดยพูดย้ำอย่างชัดเจนถึงก้าวย่างสำคัญของการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลว่า กลุ่มเซ็นทรัลจะไม่ใช่แค่ธุรกิจค้าปลีกอีกต่อไป แต่จะเป็น Retail Tech Company ที่ทุกอย่างจะถูกขับเคลื่อนบนแพลตฟอร์ม

เป็นการก้าวจากแค่ธุรกิจรีเทล สู่การขับเคลื่อนด้วย “รีเทล อีโคซิสเท็ม” ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลมองเห็นเทรนด์อย่างชัดเจนว่า การขับเคลื่อนธุรกิจหลังจากนั้น ต้องใส่ความเป็น Tech Company เข้าไปทั้งวิธีคิด และวิธีปฏิบัติ

ถ้านึกภาพไม่ออกว่า หน้าตาในการเป็น Tech Company ของกลุ่มเซ็นทรัลจะเป็นอย่างไร ให้มองอาลีบาบา และอะเมซอน เป็นตัวอย่าง ซึ่งการออกมาประกาศถึงทิศทางดังกล่าว เป็นการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่ลามมาถึงบ้านเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

ก่อนหน้านั้น 1 ปี กลุ่มเซ็นทรัลมีการประกาศยุทธศาสตร์ “นิวเซ็นทรัล นิวอีโคโนมี่” และถูกลงรายละเอียดเพื่อเดิน หน้าในการผลักดันให้การขับเคลื่อนทัพธุรกิจของยักษ์ใหญ่รายนี้เดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ โดยภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว กลุ่มเซ็นทรัลจะไม่ใช่แค่การทำธุรกิจรีเทลเหมือนในช่วง 70 ปีก่อนหน้านี้ แต่เป็น “Tech Company” ที่ทุกอย่างจะถูกขับเคลื่อนอยู่บนแพลตฟอร์ม ที่มีทั้งฟิสิกคัล แพลตฟอร์ม หรือร้านค้าปลีก และศูนย์การค้าในรูปแบบของออฟไลน์ และด้วยดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม ที่จะเข้าถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่อยู่บนโลกของดิจิทัลได้เป็นอย่างดี

แรงบีบรัดที่สำคัญที่ทำให้กลุ่มเซ็นทรัล ต้องมีการทรานส์ฟอร์มตัวเองครั้งใหญ่ก็คือ การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ถูกเปลี่ยนโดยเทคโนโลยี จนกลายมาเป็น Customer Disruption โดย Customer Disruption คือผลพวงที่เกิดจากการเกิดขึ้นจาก Digital Disruption ซึ่งจะน่ากลัวกว่าการเกิดขึ้นของอันหลัง เพราะ Customer Disruption จะเข้ามาเป็นแรงขับ เคลื่อนสำคัญที่ทำให้ค้าปลีกต้องมีการปรับตัวเพื่อให้รับกับความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า

ถ้าไม่ปรับ ก็ไม่สามารถไล่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าได้ กลุ่มเซ็นทรัลจึงให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวนี้อย่างเต็มที่

การก้าวไปสู่จุดหมายดังกล่าว ไม่จำเป็นที่กลุ่มเซ็นทรัลจะต้องถกแขนเสื้อเพื่อลงมือสร้างเองแบบนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด แต่อาจจะใช้วิธีการร่วมทุน หรือการเข้าซื้อกิจการของ Tech Company ที่สามารถเข้ามาเติมเต็มให้การก้าวสู่จุดดังกล่าวมีความสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญยังทำได้อย่างทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาส่งผลกระทบอย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างของเรื่องนี้ก็คือ การทุ่มเงิน 200 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เข้าถือหุ้นในแกร็บ ประเทศไทย คือ 1 ในจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มในการขับเคลื่อนให้ “เซ็นทรัล อีโคโนมี่” มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยเป็นกลไกสำคัญที่เข้ามาช่วยเติมเต็มในเรื่องของบริการแบบออฟไลน์ทูออนไลน์ให้กับกลุ่มเซ็นทรัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การทรานส์ฟอร์มของกลุ่มเซ็นทรัล เริ่มมีภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในแง่ของ Physical Platform ยังคงเป็นจุดแข็งของกลุ่มเซ็นทรัลจากการมีฟอร์มแมตของศูนย์การค้าและร้านค้าปลีกที่ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ ทุกความต้องการของลูกค้า

ขณะที่ Digital Lifestyle Platform นั้น จะถูกพัฒนาในทุกกลุ่มธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงต่อยอดไปยังธุรกิจใหม่ๆ ที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น

1.ข้อมูล (Data) จัดเก็บข้อมูลทั้งหมด (Data Lake) จากทุกกลุ่มธุรกิจ ไว้บนระบบคลาวด์ เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าเชิงลึก (Single View of Customer) และสามารถมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าคนพิเศษ

2. ลอยัลตี้ และการตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล (Loyalty & Personalized Experience) ผ่านทางแพลต ฟอร์มใหม่ของเดอะวัน (The 1) จะทำให้กลุ่มเซ็นทรัลสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับลูกค้า และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

3. ออมนิแชนแนล แพลตฟอร์ม (Omni Channel Platform) พัฒนาให้ทุกธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลก้าวสู่การเป็นออมนิแชนแนล แพลตฟอร์มอย่างแท้จริง สามารถเชื่อมต่อประสบการณ์การช้อปปิ้งระหว่างโลกออฟไลน์ และออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทุกที่ ทุกเวลา

การร่วมทุนกับ JD.com ยังทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม Ecosystem ในธุรกิจออนไลน์ของกลุ่มเซ็นทรัลให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น โดย 2 ธุรกิจใหม่ที่จะเกิดตามมา คือ

1.E – Logistics ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านลอจิสติกส์รายใหญ่ของประเทศ พร้อมบริการออนดีมานด์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

2.E- Finance ที่กลุ่มเซ็นทรัลจะมุ่งหน้าเป็นบริษัทฟินเทคเต็มตัว ให้บริการด้านการเงินอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งอีเพย์เม้นต์ และอีไฟแนนเชียล สำหรับทั้งลูกค้า และซัพพลายเออร์คู่ค้า ซึ่งวันนี้ เพย์เม้นต์ของกลุ่มเซ็นทรัลอย่าง “ดอลฟิน” กลายเป็นมาระบบชำระเงินยอดนิยมที่ไม่เพียงแค่จำกัดอยู่ในกลุ่มของเซ็นทรัล แต่ยังออกไปนอกกลุ่ม โดยคนที่ใช้ดิจิทัล วอลเล็ท ของดอลฟิน ทะลุกว่า 2 ล้านรายไปแล้ว และแอพพลิเคชั่นดอลฟินที่ทำในนาม เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค ก็เริ่มมีการต่อยอดการทำตลาดด้วยการจับมือกับธนาคารกสิกรไทย ปล่อยสินเชื่อให้กับคนใช้แอพพลิเคชั่นของดอลฟินไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา บ่งบอกถึงการมีเติบโตใน E – Finance ของกลุ่มเซ็นทรัลได้เป็นอย่างดี

เพย์เม้นต์ หรือระบบชำระเงิน ถือเป็นแกนกลางสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกในยุคปัจจุบันที่ไม่เพียงจะเข้ามารองรับไลฟ์สไตล์การช้อปที่เปลี่ยนไปสู่การเป็น Cashless เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวที่เข้าช่วยให้เข้าใจถึงไลฟ์สไตล์การช้อปของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะสามารถนำมาเป็นตัวขับเคลื่อน Journey ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

เป็นอีกการขยับตัวที่เข้ามาช่วยเติมเต็มภาพของการเป็น “Retail Tech” ได้อย่างลงตัว..

Central

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.