ความสวยที่อาจต้องแลกด้วยอันตรายถึงชีวิต ธุรกิจเครื่องสำอางที่กำลังบูมสุดขีดอาจซ่อนภัยมืดที่คุณไม่คาด

Apr 07, 2021 -None-

ในโลกที่กำลังถูกครอบงำด้วยความงาม เราจะทราบได้อย่างไรว่าเราพยายามตามเทรนด์แฟชั่นมากเกินไปหรือเปล่า กระแสแฟชั่นนั้นแพร่สะพัดได้เร็วกว่าในอดีตมากด้วยพลังของโซเชียลมีเดีย และการตามเทรนด์การดูแลผิวพรรณในชีวิตประจำวันก็จำเป็นต้องใช้ต้นทุนมหาศาลซึ่งทำให้งานของอินฟลูเอนเซอร์ คลิปสอนแต่งหน้า หรือแม้แต่โปรโมชั่นเครื่องสำอางไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคลกลายเป็นเรื่องที่น่าจับตามองมากขึ้น ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับอัตราการบริโภคสินค้ากลุ่มนี้ซึ่งไม่เคยสูงเท่านี้มาก่อน

ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั่วโลกที่สูงกว่า 4แสนล้านยูโร[1][2]และพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคธุรกิจนี้เฟื่องฟูและบริษัทที่ถูกกฎหมายหลายแห่งต่างได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภคซึ่งต้องการเสริมแต่งรูปลักษณ์ของตนเองให้สวยงามและยอมจ่ายให้ตราสินค้าที่ตนเองเชื่อมั่น ทว่า จะมีผู้บริโภคสักกี่คนที่ยอมจ่ายเงินจำนวนนี้หากทราบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจไม่ได้เป็นของแท้เสมอไป และจะเป็นอย่างไรถ้าราคาจริงของผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจไม่ได้พ่วงด้วยปัจจัยทางการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงราคาเพื่อซื้อสุขภาพและความปลอดภัยของชีวิตด้วย?

หากโชคร้ายเจอเครื่องสำอางปลอมแปลงที่อันตรายเงินที่คุณจ่ายไปอาจไม่คุ้มค่า

การเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางกลายเป็นช่องทางที่ดีเอื้อต่อการแพร่กระจายของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามปลอมแปลง สินค้าปลอมแปลงเหล่านี้ฉกฉวยประโยชน์จากแบรนด์สินค้าชื่อดังซึ่งผ่านการจดทะเบียนตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว โดยจะทำการเลียนแบบโลโก้หรือชื่อตราสินค้า ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ เพื่อทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อว่าเป็นของแท้ ผลิตภัณฑ์ปลอมแปลงเหล่านี้ซึ่งไม่ได้ผ่านการจดทะเบียนเหมือนผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ มักจะมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานและอาจมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายซึ่งผู้บริโภคที่ไม่รู้ทันอาจหลงซื้อสินค้าเหล่านี้ และเกิดความเสียหายถาวรต่อร่างกายได้

เครื่องสำอางปลอมแปลง การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านการขนส่ง และการบริโภคสินค้าเหล่านี้ ถือเป็นปัญหาระดับโลก ผู้ผลิตจำนวนมากมีฐานการดำเนินงานอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงในประเทศอื่นๆ เช่น จีน ตุรกี และอินเดีย นอกจากสินค้าเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคแล้ว ยังสร้างความเสียหายแก่ผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย

เราสามารถสังเกตได้เองว่าเครื่องสำอางที่ด้อยคุณภาพหรือจำหน่ายในสถานที่ที่ไม่น่าไว้ใจอาจเป็นสินค้าปลอมแปลงแต่ในชีวิตจริงเรากลับพบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของสินค้าจริงได้ง่ายดายยิ่งกว่าเดิมเพราะสินค้าปลอมแปลงไม่ได้ถูกจำหน่ายเฉพาะในช่องทางผิดกฎหมายอย่างผู้ค้าเถื่อน ร้านค้าออนไลน์ หรือตัวแทนจำหน่ายที่ไม่ได้รับอนุญาตอีกต่อไปแล้ว

ส่วนหนึ่งที่เอื้อให้เกิดกระบวนการค้าผิดกฎหมายมากขึ้นคือความนิยมของอี-คอมเมิร์ซความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นของการซื้อสินค้าออนไลน์โดยเฉพาะระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด-19ทำให้วางระเบียบข้อกำหนดได้ยากและเอื้อให้สินค้าปลอมแปลงแพร่หลายมากขึ้นก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ค้านอกระบบและแทนที่จะเป็นการขนส่งสินค้าครั้งละจำนวนมาก ๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นการขนส่งในหีบห่อขนาดเล็กแทนรายงานของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เรื่อง EU customs enforcement of intellectual property rights (การบังคับใช้กฎหมายศุลกากรของสหภาพยุโรปด้านสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา) ระบุว่าการตรวจยึดสินค้าปลอมแปลงในยุโรปกว่า 84% เกิดขึ้นในกระบวนการขนส่งสินค้าและการขนส่งทางไปรษณีย์ส่วนจำนวนการจับกุมของศุลกากรตามเอกสาร Mapping Real Routes in Fake Goods ซึ่งเป็นการวิจัยในปี 2561 โดยองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Cooperation and Development: OECD)และสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของสหภาพยุโรป (European Union Intellectual Property Office : EUIPO)ระบุว่าสินค้าเหล่านี้มาจากร้านค้าออนไลน์ที่ขนส่งเครื่องสำอางและน้ำหอมปลอมในหีบห่อขนาดเล็กผ่านทางไปรษณีย์มากถึง 51%

แหล่งซื้อขายเครื่องสำอางปลอมแปลงไม่ได้จำกัดเฉพาะในอินเตอร์เน็ตเท่านั้นและไม่ได้เพิ่มมากขึ้นเพียงเพราะการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซ เพราะนอกจากตลาดออนไลน์ แหล่งจำหน่ายเครื่องสำอางปลอมแปลงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังคงพบได้ตามแหล่งซื้อขายสินค้าปกติอย่างศูนย์การค้าและตลาดนัด สถานที่เหล่านี้เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าปลอมแปลง คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย เดินทางไปมาสะดวกสบาย และตั้งอยู่ใกล้แลนด์มาร์กหรือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง

การดำเนินงานของสหภาพยุโรปเพื่อต่อต้านการลอกเลียนแบบสินค้า

รายงาน European Commission's 2020 Counterfeit and Piracy Watch Listระบุว่าแหล่งซื้อขายขนาดใหญ่รวมถึงศูนย์การค้าเอ็มบีเคในกรุงเทพฯที่มีร้านค้ามากกว่า 2,000 ร้านและถูกตรวจพบว่ามีสินค้าปลอมแปลงราว 100-500 รายการต่อร้านซึ่งรวมถึงเครื่องสำอางผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและผลิตภัณฑ์เสริมความงามปลอมจำนวนมหาศาลนอกจากนี้ยังพบสินค้าปลอมจำนวนมากในศูนย์การค้าไมค์ช้อปปิ้งมอลล์พัทยา, ตลาดนัดภูเก็ต ไนท์ มาร์เก็ตและตลาดโรงเกลือในสระแก้ว  ส่วนแหล่งซื้อขายสินค้าปลอมที่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เพทัลลิ่ง สตรีท มาร์เก็ต ในกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และไซ่ง่อน สแควร์ พลาซ่า ในเวียดนาม เป็นต้น

เครื่องสำอางปลอมแปลงเป็นทั้งเรื่องน่ากังวลสำหรับภาครัฐบาลและสุขภาพของผู้บริโภค เพราะการคิดค้นนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ถือเป็นรากฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ และยังเป็นตัวดูดเม็ดเงินที่เจ้าของสิทธิ์ที่แท้จริงควรได้รับ ในปี 2563 รายงาน EUIPO’s Status Report on IP Infringement แสดงให้เห็นว่าเฉพาะในสหภาพยุโรป เกิดความเสียหายต่อรายได้ในภาคธุรกิจเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคลราว 3.5 พันล้านยูโร และความเสียหายต่อรายได้รวมของภาครัฐเฉลี่ยที่ 15,000 ล้านยูโร ซึ่งเงินจำนวนนี้ที่สูญเสียไปควรถูกนำมาลงทุนสร้างบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน เช่นโรงพยาบาลและโรงเรียน การรับมือกับไวรัสโควิด-19 หรือการเยี่ยวยาภาวะโลกร้อน เป็นต้น

ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านเครื่องสำอางปลอมแปลง โดยสามารถดูขั้นตอนต่าง ๆ ได้ที่เคล็ดลับจับผิดสินค้าปลอม เช่น การระมัดระวังสินค้าที่ราคาถูกผิดปกติหรือการตรวจสอบแหล่งผลิตสินค้า เป็นต้น หากสิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ การรู้เท่าทันสินค้าปลอมแปลงที่อยู่ล้อมรอบตัวเรา

ไอพี คีย์ เซาท์อีสต์เอเชีย (IP Key South-East Asia)ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (European Union) และดำเนินงานโดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของสหภาพยุโรป (European Union Intellectual Property Office : EUIPO)ได้เปิดตัวแคมเปญ #YourHealthIsPriceless เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ผู้บริโภคให้ร่วมมือกันต่อต้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพปลอมแปลง ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมความงามประเภทผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและผลิตภัณฑ์ฉีดผิวหน้า

เราเชิญชวนทุกท่านมาเรียนรู้และร่วมกันเผยแพร่ข่าวสาร เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคุณจะไม่ตกเป็นเหยื่อสินค้าปลอม จนอาจต้องจ่ายค่าความงามเกินกว่าราคาของผลิตภัณฑ์

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมของโครงการ IP Key South-East Asia ได้ที่ www.ipkey.euหรือทาง Facebook, Twitterและ LinkedIn

--------------------------------

[1] ‘6 Trends Shaping The Future Of The $532B Beauty Business’ตีพิมพ์บน Forbes ในวันที่ 1 กันยายน2562

[2] ‘Beauty has blown up to be a $532 billion industry — and analysts say that these 4 trends will make it even bigger’ ตีพิมพ์บน Business Insider ในวันที่ 10 กรกฎาคม2562

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.