5,070
VIEWS

ย้อนดูแต่ละดีลของ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ไม่ใช่แค่ซื้อ แต่ต้องต่อจิ๊กซอว์ให้กลุ่ม TCC แข็งแกร่ง

May 20, 2021 R.Somboon

หากย้อนดูโมเดลการเติบโตธุรกิจในอาณาจักรของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี แล้วจะพบว่า รูปแบบหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ และพบเห็นได้บ่อยตลอดช่วงหลายปีมานี้ ก็คือการใช้วิธีการที่เป็นเส้นทางลัดในการเข้าสู่แต่ละธุรกิจที่ถูกมองว่ามีโอกาส ทางการตลาด นั่นคือการใช้รูปแบบของการทำ M&A หรือ Mergers and Acquisitions

หลายๆ ดีล ได้กลายเป็นตัวช่วยชั้นดีในการต่อยอดมาสู่ธุรกิจหลักของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นดีล F&N ของสิงคโปร์ที่ เป็นเสมือนการดีลที่เข้ามาช่วยทำหน้าที่เป็นสปริงบอร์ดในการผลักดันธุรกิจเครื่องดื่มในเครือให้ออกไปผงาดในภูมิภาคอาเซียนได้ง่ายขึ้น หรืออย่างล่าสุดกับการตั้งกิจการร่วมค้าชื่อ บริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ (ประเทศไทย) จำกัด (“CCT”) เพื่อเข้าซื้อหุ้น ทั้งหมดของบริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทำในนาม F&N ไม่ใช่ในนามไทยเบฟอย่างที่หลายคนเข้าใจ ดีลดังกล่าวนอกจากเป็นการเปิดเข้าไปหาโอกาสทางการตลาดมหาศาลในธุรกิจร้านกาแฟแล้ว ยังสามารถช่วยต่อยอดให้กับ สินค้าในเครือของ F&N ที่เป็นแดรี่โปรดักต์อย่างผลิตภัณฑ์นมได้เป็นอย่างดี

 

แม้สินค้าอุปโภคบริโภคของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จะมีส่วนแบ่งติดอันดับ Top 3 ของตลาดอยู่หลายผลิตภัณฑ์ก็ตาม แต่เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ยังคงมองหาโอกาสทางการตลาด ด้วยการขยาย Portfolio เพื่อให้ตัวเองเป็นบริษัทผลิต และจำหน่าย Consumer Product แถวหน้าของไทย และมองไกลถึงตลาดต่างแดน ประกอบกับในกลุ่มมีศักยภาพที่จะขยายอยู่แล้ว กลุ่มบริษัทแม่ก็มีศักยภาพที่จะสนับสนุน ทำให้บริษัทของคนไทยรายนี้มีความแข็งแกร่ง และพร้อมสามารถสู้กับต่างชาติได้

การขยายพอร์ตสินค้าดังกล่าว ถูกมองสินค้าในกลุ่มอาหารเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งในช่วงเวลานั้น สัดส่วนกลุ่มสินค้า อาหารของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ อยู่ที่ 35% และอีก 65% เป็นกลุ่ม Personal Care และ Household

สำหรับ BJC เอง มีการแบ่ง 2 บทบาทหน้าที่ คือ รับจัดจำหน่ายให้กับเจ้าของสินค้า และการเป็นเจ้าของแบรนด์ สินค้า โดยมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่สามารถสนับสนุน ทำให้ลูกค้าลดต้นทุนการดำเนินการได้

เช่นเดียวกับกลุ่มสินค้าของ BJC ในกลุ่ม FMCG ต้องขยายธุรกิจออกไป ดังนั้น ทั้ง 2 บทบาทต่างฝ่ายต่างโต โดย ศักยภาพของกลุ่มอาหาร มีโอกาสทำให้ได้มากกว่า 50% เพราะถ้าเข้าไปดูในตลาด ในช่องทางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด เซ็กเม้นต์ของกิน จะ Contribute ใหญ่กว่าของใช้เสมอ

แต่เป้าหมายจริงๆ ไม่ได้แค่วางสัดส่วนระหว่างสินค้ากลุ่ม Food และ Non-Food ว่าจะอยู่ที่เท่าไร แต่ต้องทำให้ทั้ง 2 กลุ่มนี้ขยาย ส่วนกลุ่มไหนจะได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับโอกาสและความแข็งแรงของแต่ละกลุ่มสินค้า ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากสิ่งที่ใกล้ตัวที่เรามีความแข็งแรง

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ วันนี้ BJC ได้กลายเป็นธุรกิจครบวงจรของคุณเจริญไปแล้ว หลังจากที่เข้าไปซื้อธุรกิจค้าปลีกของ บิ๊กซีในบ้านเราต่อจากกลุ่มกาสิโนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

 

การเข้าซื้อธุรกิจค้าปลีกนั้น เป็นการมองเห็นแนวโน้มของตลาดว่าทั้งหมดจะต้องถูกคอนโทรลตั้งแต่ต้นทางคือ การ ผลิต กลางทางคือเรื่องของการจัดจำหน่าย และปลายทางคือร้านค้าปลีกที่จะส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า ซึ่งเครือข่ายร้านค้า ปลีกที่มีอยู่นั้น เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในยุคนี้ เพราะไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของยอดขาย แต่ยังมีเรื่องของ “บิ๊กดาต้า” ที่จะเข้ามาช่วยในการเข้าถึงพฤติกรรม และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง

บิ๊กดาต้าที่ได้มานั้น จะสามารถส่งต่อไปสู่ธุรกิจที่เป็นต้นทางได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อทราบความต้องการที่แท้ จริงของลูกค้าแล้ว ก็สามารถที่จะผลิตสินค้าได้ตรงกับสิ่งที่พวกเขาชอบจริงๆ

ธุรกิจค้าปลีก จึงเป็น “เรือธง” สำคัญของเสี่ยเจริญ ในการใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายฐานธุรกิจออกไปยังทั่ว ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในวันนี้ธุรกิจค้าปลีกของเสี่ยเจริญสามารถขยายเครือข่ายออกไปยังประเทศเวียดนาม กัมพูชา ลาว และ ประเทศมาเลเซีย

จะเห็นได้ชัดเจนว่า “ดีล” แต่ละ “ดีล” ของเสี่ยเจริญนั้น ถูกวางไว้เป็น “จิ๊กซอว์” ที่เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ให้กับธุรกิจหลักได้เป็นอย่างดี

อย่างธุรกิจอาหาร ที่กลุ่มทีซีซี มี “ฟู้ด ออฟ เอเชีย” และโออิชิ ซึ่งเป็น 2 บริษัทในเครือของไทยเบฟ จะเข้ามาช่วย สนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างธุรกิจอาหารกับพัฒนาที่ดินเพื่อการพาณิชย์ทั้งอาคารสำนักงาน และศูนย์การค้าในเครือได้ เป็นอย่างดี โดยหลายสาขาของร้านอาหารในเครือ เข้าไปเป็นแมกเน็ตสำคัญให้กับศูนย์การค้า และอาคารสำนักงานที่เปิดขึ้น มาได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน กลุ่มทีซีซี จะมีธุรกิจในเครืออยู่ 5 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้การดูแลของไทยเบฟ ที่มีทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ แดรี่โปรดักต์ และร้านอาหาร มีบริษัทในส่วนนี้คือ ไทยเบฟเวอเรจ เอฟ แอนด์ เอ็น  โออิชิ และเสริมสุข

กลุ่มที่ 2 จะเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมและการค้า ที่มี BJC เป็นแกนหลัก ดูแลทั้งผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า FMCG การผลิตขวดแก้ว ธุรกิจต่างประเทศ และค้าปลีก

 

กลุ่มที่ 3 ธุรกิจการเงินและประกัน ภายใต้การดูแลของเครือไทย โฮลดิ้ง กรุ๊ป ที่มีบริษัทประกันชีวิต และประกันวินาศ ภัย ธุรกิจการเงิน ภายใต้บริษัทอาคเนย์

กลุ่มที่ 4 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ และแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น เป็นคนดูแล

กลุ่มที่ 5. กลุ่มธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร

ทั้งหมด เป็นความลงตัวที่ถูกปูทางมาตั้งแต่ต้นนั่นเอง....

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.