6,888
VIEWS

จากโรงแรมผีที่ไม่มีคนกล้าเข้า สู่ธุรกิจทัวร์หลอนทำกำไรมหาศาล

Jul 05, 2021 BrandAge Team

เคยสงสัยหรือไม่ทำไมโรงแรมผีสิงถึงยังสามารถเปิดบริการอยู่และยังมียอดจองถล่มทลาย ?

ขณะที่คนส่วนใหญ่มักจะเลือกเข้าพักในโรงแรมที่ห้องพักสวยงามสะอาดใหม่และมีจุดถ่ายรูปมุมสวยๆ ที่ใช้ลง Social Media ได้ หรือมีที่นั่งผ่อนคลายมีวิวสวยๆ โดยโรงแรมทั้งในไทยและต่างประเทศมีการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยแต่ละ โรงแรมก็มีกลยุทธ์ต่างๆ ที่นำมาใช้มัดใจผู้บริโภคและเลือกปฏิเสธโรงแรมที่มีเรื่องราวน่าขนลุกจนไม่กล้าเข้าพัก เช่น โรงแรม ที่เคยมีประวัติน่ากลัวมีผู้เสียชีวิต มีข่าวลือเรื่องผีหลอก เป็นต้น

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในปัจจุบันผู้บริโภคถูกแยกย่อยพฤติกรรมและความต้องการไปตามความชอบ Lifestyle ของแต่ละ คนจึงเกิดกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ที่จะพยายามหาในสิ่งที่ตัวเองต้องการที่อาจจะไม่เหมือนคนทั่วไปนัก

กลุ่มผู้บริโภคเล็กๆ นี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการทำตลาดของโรงแรมกลุ่มหนึ่ง คือผู้บริโภคที่แสวงหาประสบการณ์ ใหม่ๆ ที่ท้าทายและมีความต้องการที่จะสัมผัสประสบการณ์หลอนในโรงแรมผี

โรงแรมกลุ่มนี้ไม่มีห้องพักที่หรูหรา แต่ใช้วิธีดึงจุดที่เสียเปรียบที่สุดให้เป็นจุดที่ได้เปรียบที่สุดโดยการนำความเก่า ความหลอนและเรื่องราวในอดีตของสถานที่นั้นๆ มาสร้างเป็น Storytelling อาทิ ประวัติของสถานที่แปลกๆ เช่น โรงแรม ในโรงพยาบาล โรงแรมในหลุมหลบนิวเคลียร์ โรงแรมในคุก ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มีความต้องการที่จะไปในสถานที่ดังกล่าว จึงทำให้เกิดความแปลกใหม่ในตลาดธุรกิจโรงแรมและที่พัก

The Crescent Hotel โรงแรมเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ที่เมือง Eureka Springs ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นโรงแรมหนึ่งที่มองเห็น กลุ่มลูกค้าในช่องว่าง ของตลาดธุรกิจโรงแรม จึงนำเรื่องเล่าสุดหลอนและกิจกรรมที่ท้าทายเข้ามาเป็นกิมมิคเล็กๆ ของโรมแรม และทำการตลาดให้เจาะจงผู้บริโภคในกลุ่ม Niche Market ที่สามารถมอบประสบการณ์สยองให้กลุ่มลูกค้ากลุ่มนั้นได้

จุดขายที่สำคัญของโรงแรม The Crescent Hotel นั้น คือทัวร์หลอนโดยที่จะมีพนักงานของทางโรมรมพาชมจุดต่างๆ ที่มีเรื่องราวน่าขนลุกสยองขวัญภายในโรงแรมและสถานที่ที่เคยมีนักท่องเที่ยวถ่ายติดวิญญาณ หรือมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นระหว่างเข้าพัก เช่น ได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่นตรงทางเดิน เสียงเดินตรงบันไดหรือพาเดินชมทางเดินที่ขนศพผู้เสียชีวิต

 

ทางผู้บริหารของโรมแรมเคลมตัวเองว่าเป็น The Most Haunted Hotel in USA โดยมีค่าบริการตั้งแต่ $15 - $24.50 ดอลล่าสหรัฐ หรือประมาณ 469 -767 บาทต่อคน ซึ่งไม่รวมกับค่าที่พักและมีกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากการมา พักที่โรงแรมแห่งนี้

ห้องพักที่ผีดุที่สุด คือห้อง 218 เป็นห้องที่ทางโรงแรมเรียกว่าห้องไมเคิล ซึ่งเป็นชื่อของพนักงานก่อสร้างตึกแห่งนี้ และ เสียชีวิตขณะสร้างตึกซึ่งเขาตกลงมาที่เสาของห้อง 218 โดยคนส่วนใหญ่ต้องการที่จะเข้ามาพักในห้องนี้ เพราะไมเคิลชอบมา แกล้งผู้ที่เข้ามาพัก

ห้องดังกล่าวมักจะถูกจองโดยกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวสำหรับปาร์ตี้สละโสดและหากต้องการจะสัมผัสประสบการณ์หลอนจะต้องจองห้องดังกล่าวล่วงหน้า 2-4 เดือน

อีกหนึ่งโรงแรมที่ใช้จุดเด่นเรื่องผีความหลอนและประสบการณ์ที่ท้าทายคือโรงแรม The Stanley Hotel เป็นโรงแรม ชื่อดังที่เรื่องลือด้านความเฮี้ยนและความน่ากลัวถึงขนาดที่มีกิจกรรม Ghost Adventure Package ซึ่งเป็นที่โด่งดังจนได้ฉายา ดิสนีย์แลนด์สำหรับผี โดยที่กิจกรรมดังกล่าวจำเป็นต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น โดยราคาที่เข้ามาพักที่โรงแรมเป็นตั๋วราคา $25 ต่อคนและหากเป็นนักท่องเที่ยวที่จะมากิจกรรมนี้โดยเฉพาะราคา $28 ต่อคน ซึ่งจะพาชมจุดต่างๆ ที่ไม่สามารถสัมผัสได้ใน ตอนกลางวันและเปิดโอกาสให้ถามคำถามหรือเรื่องราวต่างๆ และอาจจะทิ้งเรื่องราวไว้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

เนื่องจากโรงแรมผีเป็นที่สนใจของคนส่วนมากจึงทำให้โรงแรมนี้ดึงดูด Vlogger, Influencer และ Content Creator เข้ามาเก็บภาพหรือคอนเทนต์ใหม่ๆ และนำไปเผยแพร่และทำให้ผู้คนเข้าถึงโรงแรมเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น และทางโรงแรมได้รับการ โปรโมททางอ้อมจากกลุ่มคนเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าโรงแรมกลุ่มนี้ไม่ได้เพียงแค่ขายห้องพักและบริการแต่ขาย Experience และมีกระแสตอบรับอย่างดี

ไม่นานมานี้ มิ้นท์ - มณฑล กสานติกุล เจ้าของเพจ I Rome Alone ก็เพิ่งจะไปทำรีวิวโรงแรมแห่งนี้ไว้อย่างน่าตื่นตา ตื่นใจ

อย่างไรก็ตาม โรงแรมผีไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่แต่กลับเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยังจับตามอง และให้ความสนใจ ตราบใดที่ยังมี ผู้บริโภคที่มี Lifestyle อยากสัมผัสสิ่งลี้ลับอยู่ ธุรกิจโรงแรมผีอาจจะมีเพิ่มมากขึ้น และเปลี่ยนตลาดธุรกิจโรงแรมให้หันมาสนใจ การขาย Experience เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอนสามารถติดตาม I Rome Alone ได้ที่ช่องyoutube : I Rome Alone

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.