หนึ่งคำถามเด็ด เบื้องหลังการขับเคลื่อนอาณาจักร Google ของ CEO ซุนดาร์ พิชัย

Jul 20, 2021 M.Pussapol

ในฐานะซีอีโอของยักษ์ใหญ่  Google และ Alphabet  หน้าที่ของ ซุนดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) คือ ดูแลบริษัทให้ก้าวไปข้างหน้า พัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้ทันความต้องการของผู้ใช้ และลูกค้าหลายพันล้านคนทั่วโลก 
งานนี้ ... ไม่ใช่งานง่ายเลย ! 
 
แต่พิชัยเคยแชร์คำถามหนึ่งที่ช่วยให้จำบทบาทของตัวเอง ซึ่งเรียนรู้มาจาก บิล แคมป์เบลล์ ที่ปรึกษา อดีตโค้ชทีมฟุตบอลของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียที่ผันตัวมาเป็นโค้ชธุรกิจ 
เมื่อไหรที่พบกัน แคมป์เบลล์จะถามเขาว่า
 
"สัปดาห์นี้ คุณได้ตัดสัมพันธ์อะไรไปบ้าง" (What ties did you break this week ?) 
แคมป์เบลล์ไม่ได้พูดถึงการตัดสัมพันธไมตรีใดๆ  ตรงกันข้าม เขากำลังสอนพิชัยว่าต้องทำลายการผูกรัดหรือการยึดติดให้เกิดความชะงักงัน
 
เมื่อปัญหาใดๆมาถึงผู้นำ องค์กรมักมี (อย่างน้อย) สองทางเลือกดีๆ ที่จะทำให้ก้าวไปข้างหน้า ทั้งสองตัวเลือกมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มีทั้งคนค้านและคนหนุน
 
การตัดสินใจอาจทำให้ผู้นำต้องห่างเหินจากครึ่งหนึ่งของทีม แต่ก็เพียงชั่วครั้งชั่วคราว 
 
ในฐานะผู้นำ งานของพิชัยไม่ใช่ทำให้ทุกคนมีความสุข และก็ไม่ควรปล่อยให้งานชะงักงัน โดยหวังแต่เพียงว่าครึ่งหนึ่งของทีมที่ไม่เห็นด้วยจะเปลี่ยนใจ หรือนั่งรอปาฏิหาริย์ให้ทางออกของปัญหาปรากฏชัดขึ้นเอง แต่ตรงกันข้าม งานของเขาคือ ทำให้ทุกเรื่องก้าวไปข้างหน้า 
 
และนี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับทั้งผู้นำใหม่ และผู้นำเก่า คือ 
 
ถ้าคุณมีนิสัยชอบเอาใจคนอื่นตลอดเวลา  มันก็อาจจบลงด้วยการที่ไม่มีใครพอใจเลยก็ได้ 
และนี่คือ คำแนะนำ 3 ข้อ 
 
1. จัดความสำคัญของคนที่คุณต้องเอาใจ 
 
ถ้าคุณทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ คุณควรถามว่าใครบ้างที่ควรทำให้พอใจ?   นั่นเป็นคำถามที่ซับซ้อน 
คำตอบคือ ... ขึ้นอยู่กับว่ามองจากจุดไหน ในบริบททางธุรกิจ คำตอบจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ เช่น บริษัทของคุณอยู่ใน Stage ใด บทบาทของคุณคืออะไร  เป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวขององค์กรคือสิ่งใด
ตัวอย่างเช่น เป็นเวลาหลายทศวรรษมาแล้ว ที่เพื่อนร่วมอุตสาหกรรมอย่าง CEO Jeff Bezos ไม่สนใจบรรทัดฐานเดิมๆ เขาปฏิเสธไม่ยอมเอาใจผู้ถือหุ้นของ Amazon โดยใช้เงินจำนวนมหาศาลลงทุนครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยหวังว่าจะปรับกลยุทธ์ของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น และทำให้องค์กรเป็นเลิศในมากกว่า 1 อุตสาหกรรม กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้คนจำนวนมากไม่พอใจ  แต่ท้ายที่สุด ก็เปลี่ยน Amazon ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก นำสู่ผลกำไรมหาศาลระยะยาว
ในขณะเดียวกัน Amazon ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงวิธีปฏิบัติต่อพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานใหม่ หรือ Entry-Level  
เมื่อต้องตัดสินใจว่าจะให้ความสำคัญกับใคร ให้พิจารณากลุ่มคนต่อไปนี้: 
1. พนักงาน 
2. ลูกค้า 
3. เจ้าของบริษัท รวมถึงผู้ถือหุ้น 
4. ผู้บังคับบัญชา ผู้มีส่วนได้เสียหลักอื่น ๆ 
 
นอกจากนี้ ควรพิจารณาตัวเองและครอบครัวของคุณด้วย
นั่นไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องถูกต้องที่จะทำ แต่เป็นเพราะการทำให้องค์กรสมดุล และมีสภาพแวดล้อมมั่นคงจะทำให้คุณเป็นผู้นำที่ดีขึ้นด้วย
 
2. หัวใจอยู่ที่ความคืบหน้า ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ 
ด้วยการเป็นองค์กรขนาดใหญ่อย่าง Google (รวมทั้งบริษัทแม่อย่าง Alphabet ซึ่งมีพนักงานมากกว่า 130,000 คน) ปัญหาพื้นฐานที่พบคืองานต่างๆ มักอยู่กับที่  ไม่มีความก้าวหน้า ด้วยการต้องประชุมแล้วประชุมอีก ถกเถียงเรื่องเดิมๆซ้ำๆซากๆ ผู้นำต้องจำไว้ว่าเป้าหมายไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ เป้าหมาย คือ ทำให้ก้าวไปข้างหน้า และเรียนรู้จากความผิดพลาด 
 
“มีการตัดสินใจเพียงจำนวนน้อยที่มีเดิมพันสูงจนทำให้เกิดความผิดพลาดและผลร้ายติดตามมา ” พิชัยอธิบาย “แต่ส่วนใหญ่เป็นการตัดสินใจทีละเล็กละน้อยแบบเป็นขั้นเป็นตอนที่ทำให้เกิดความก้าวหน้า”
 
3. ต้องมองภาพใหญ่ 
การเป็นผู้นำคนอื่นต้องให้คำแนะนำที่พวกเขาจำเป็นต้องฟัง แต่อาจไม่อยากฟัง บางครั้งมันหมายถึงการผลักพวกเขาออกจาก Comfort Zone  ท้าทายให้พวกเขาทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน และอาจไม่เชื่อว่าตัวเองทำได้ (แต่ผู้นำรู้ว่าพวกเขาทำได้) และถ้าคุณมีนิสัยต้องการทำให้ทุกคนพอใจ ให้ถามคำถามนี้กับตัวเอง : ถ้าทีมพลาดหรือบริษัทพัง ทุกคนจะมีความสุขกันอีกหรือ ?
 
คำตอบ คือ ไม่มีใครมีความสุขเลย 
ดังนั้น ถ้าคุณอยากเป็นผู้นำที่ดีขึ้น ลองทำตามคู่มือของซุนดาร์ พิชัย ถามตัวเองว่า “What ties did you break this week?” หรืออีกนัยหนึ่ง "สัปดาห์นี้ คุณได้ผ่าทางตันอะไรไปบ้าง" จากนั้น อย่าลืม:
 
- จัดความสำคัญของคนที่คุณต้องเอาใจ 
- เน้นที่ความคืบหน้า ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ 
- มองภาพรวม 
ก็เพราะผู้นำเป็นผู้ขับเคลื่อนทุกสิ่งไปข้างหน้า !
 
 
 
 
 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.