เอสซีจีเร่งพัฒนานวัตกรรมสีเขียว ตอบโจทย์ความยั่งยืนตามแนวทาง ESG

Aug 25, 2021 -None-

Climate Emergency ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่โลกกำลังให้ความสำคัญ และเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องร่วมมือกันคิดหากระบวนการในการลดปัญหาโลกร้อนซึ่งตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบ

เอสซีจีในฐานะขององค์กรใหญ่ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเรื่องของ Green Innovation มาอย่างต่อเนื่องจึงวางแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างรับผิดชอบและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว หรือ ESG ที่ให้ความสำคัญกับ Environmental, Social and Governance

“เอสซีจีตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเดินหน้าสู่องค์กรที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 เพื่อสนับสนุนการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส โดยเราจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานชีวมวลและแหล่งพลังงานทดแทน ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สูงขึ้น และเร่งวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าในทุกกลุ่มธุรกิจ

นอกจากนี้เราจะนำมาตรการด้านเศรษฐศาสตร์กำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร หรือ Internal Carbon Pricing มาใช้ในการตัดสินใจลงทุนในโครงการที่มีส่วนช่วยลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งฟื้นฟูพื้นที่ป่าผ่านโครงการต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกพื้นที่โรงงานกว่า 660 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ” คุณธนวงษ์ อารีรัชชกุล ประธานร่วมคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวถึงการขับเคลื่อนธุรกิจของ  เอสซีจีต่อจากนี้ไปสู่แนวทาง ESG

ที่ผ่านมาเอสซีจีพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรณรงค์การจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง และใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ ที่โดดเด่นคือการพัฒนาและเปลี่ยนขวดบรรจุภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์จากพลาสติกชนิด HDPE เป็นพลาสติก HDPE รีไซเคิล หรือ rHDPE ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่นำพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือนหมุนเวียนกลับมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ โดยใช้นวัตกรรมเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือ High Quality Post-Consumer Recycled Resin-PCR ภายใต้แบรนด์ เอสซีจี กรีน พอลิเมอร์ (SCG Green PolymerTM) เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจ และเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติก Advanced Recycling Process ซึ่งเป็นนวัตกรรมรีไซเคิลขั้นสูงที่เปลี่ยนพลาสติกที่ใช้แล้วกลับมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมี เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกใหม่ ช่วยลดปัญหาการสะสมของปริมาณขยะพลาสติกในประเทศที่มีมากถึง 2 ล้านตันต่อปีได้

นอกจากนี้ต้นปี 2021 ที่ผ่านมาเอสซีจีตั้งโรงงานทดสอบการผลิต หรือ Demonstration Plant แห่งแรกในไทยที่จังหวัดระยอง โดยมีกำลังการผลิต 4,000 ตันต่อปี และมีแนวโน้มขยายการผลิตมากขึ้นในอนาคต ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ครบทั้งกระบวนการตลอดห่วงโซ่คุณค่า สอดคล้องกับทิศทาง “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” ที่นำแนวคิด SDGs และ ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ธุรกิจ โดยมีกลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อสร้างธุรกิจปิโตรเคมีให้ยั่งยืน

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Supervisory ทางด้านการจัดการพลังงานมาช่วยวิเคราะห์ตัวแปรสำคัญในกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้หน่วยการผลิตเห็นโอกาสลดการใช้พลังงานและลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

SCG ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยพัฒนาเป็นนวัตกรรมโซลูชั่นที่ครอบคลุมในทุกมิติ แม้แต่บนผืนน้ำก็สามารถติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ได้ เมื่อกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลาสติกได้พัฒนา SCG Floating Solar Solutions ทุ่นลอยน้ำและระบบยึดโยงสำหรับติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ขึ้นเป็นรายแรกของประเทศไทย เพื่อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าที่นำไปใช้ประโยชน์กับธุรกิจทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ช่วยลดต้นทุนบริหารจัดการพื้นที่ผิวน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจด้านพลังงานสะอาด

ขณะที่กลุ่มธุรกิจซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง พัฒนา SCG Solar Roof Solutions สำหรับติดตั้งบนหลังคาบ้าน อาคาร และโรงงาน เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านหรือผู้ประกอบการที่ต้องการลดรายจ่ายค่าไฟฟ้า

ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการใช้งานบรรจุภัณฑ์และการขนส่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยเช่นเดียวกัน ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ SCGP จึงพัฒนาบรรจุภัณฑ์อย่าง R-1 บรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์แบบอ่อนที่ทำจากฟิล์มประกบติดกันหลายชั้นโดยใช้วัสดุชนิดเดียวกัน แต่ละชั้นทำหน้าที่แตกต่างกัน เช่น การพิมพ์กันความชื้น ป้องกันแรงกระแทก ทำให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งถูกนำไปใช้ในบรรจุภัณฑ์ของอาหารและผลิตภัณฑ์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์

จะเห็นได้ว่านวัตกรรมถือเป็นตัวขับเคลื่อนให้องค์กรธุรกิจอย่างเอสซีจีคิดเพื่อทำสิ่งใหม่ด้วยการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและตอบโจทย์สำคัญ Climate Emergency อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.