ทีเส็บ เดินหน้าขับเคลื่อนไมซ์ในทุกมิติ มุ่งเน้น Hygiene + Hybrid พร้อมรับทุกสถานการณ์

Aug 28, 2021 -None-

ด้วยวิสัยทัศน์ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ หน่วยงานภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ประเทศไทยให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ โดยมุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก คือการสร้างรายได้ การพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม และการสร้างความเจริญ กระจายรายได้ตามเป้าหมายแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล ทีเส็บ จึงได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีส่งเสริมการจัดงานไมซ์มากขึ้น ด้วยเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เติบโตขึ้นได้อีกปีละ 20% จากเดิมที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5 - 10%

จากการจัดตั้งฝ่าย MICE Intelligence และนวัตกรรมของ ทีเส็บ ตลอดจนการดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยนวัตกรรม และขยายการรับรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ไปสู่สตาร์ทอัพหรือกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่ใช้ไมซ์เป็นแพลตฟอร์ม ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหา และพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไมซ์ให้กว้างขวาง และเข้มแข็งขึ้น เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันอุตสาหกรรมไมซ์ในระดับนานาชาติได้

คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ได้มุ่งมั่นดำเนินการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมไมซ์ผ่านโครงการ Thailand’s MICE Startup ตั้งแต่ปี 2561 โดยเริ่มให้ความรู้และบ่มเพาะสตาร์ทอัพ เพื่อเฟ้นหากลุ่ม MICE Startup และผู้ให้บริการนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ กระทั่งในปี 2564 นี้ ได้ต่อยอดเป็นโครงการ MICE Winnovation เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไมซ์แบบครบวงจรในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์จริง ตอบโจทย์แต่ละธุรกิจและองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

โดยโครงการ “MICE Winnovation” ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก คือ

1. MICE Innovation Catalog แพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวมนวัตกรรม และผู้ให้บริการนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่สามารถแก้ปัญหาหรือต่อยอดการทํางานให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ได้ โดยมีการจัดแบ่งหมวดหมู่นวัตกรรมที่ใช้ในการจัดงานไมซ์ ตั้งแต่การเตรียมพร้อมก่อนเริ่มงาน การบริหารจัดการระหว่างงาน และการทํากิจกรรมหลังการจัดงาน

2. Technomart กิจกรรมส่งเสริมการจับคู่นวัตกรรม เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไมซ์ และผู้ให้บริการนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเวทีเจรจาธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และแสดงศักยภาพของผู้ให้บริการนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านการจับคู่ทางธุรกิจ และการนําเสนอผลงาน บริการต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการไมซ์ในทุกภูมิภาค

3. Inno-Voucher ส่งเสริมผู้ประกอบการใช้นวัตกรรมในการจัดงาน โดยจับคู่กับผู้ให้บริการนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่าน MICE Innovation Catalog เพื่อขอรับการสนับสนุนจาก ทีเส็บ ในรูปแบบคูปองนวัตกรรม

4. Digital Literacy of MICE ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไมซ์ได้องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ โดยจัดทําข้อมูลความรู้ และแลกเปลี่ยนในหัวข้อที่น่าสนใจกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการพูดคุยและกิจกรรมเวิร์คช็อปทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์

การวางรากฐานที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีทำให้ ทีเส็บ มีความสามารถในการปรับตัวกับวิกฤต COVID-19 ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งแบ่งการจัดการในช่วง COVID-19 ออกเป็น 3 ระลอก ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย

โดยในระลอกแรก เมื่อเกิดการระบาดของโรค COVID-19 ขึ้น ทีเส็บ ได้เร่งดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการไมซ์ จัดทำเรื่อง Hygiene และ Hybrid ทันที โดยมีการจัดทำมาตรการการจัดงานอย่างปลอดภัย และนำแพลตฟอร์มออนไลน์มาใช้ในการจัดงานไมซ์ในรูปแบบ Virtual

ต่อมาในระลอก 2 ทีเส็บ เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการนำนักเดินทางต่างชาตินำร่องเข้ามาในไทยตามมาตรการสาธารณสุข โดยร่วมมือกับ BOI และ ศบค. นำกลุ่มนักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติจำนวน 3 กลุ่ม เข้ามาในประเทศแบบยกเว้นการกักตัว 14 วัน ซึ่งถือเป็นกลุ่ม Special Arrangement ที่ ทีเส็บ ทำหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขให้กับนักเดินทางไมซ์ทั้งหมด ตั้งแต่เดินทางเข้าประเทศไทยจนกระทั่งเดินทางกลับไปยังประเทศต้นทาง

และในระลอก 3 ทีเส็บ เดินหน้าสานต่อโครงการ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” เฟส 3 กระตุ้นการจัดงานไมซ์ในประเทศในรูปแบบเงินสนับสนุน 15,000 บาทต่อกลุ่ม อย่างน้อย 30 คน สำหรับการจัดกิจกรรม 1 วัน และ 30,000 บาทต่อกลุ่ม อย่างน้อย 30 คน สำหรับการจัดกิจกรรม 2 วัน 1 คืน นอกจากนี้ ทีเส็บ ยังสนับสนุนการจัดงานอย่างปลอดภัยตามแนวทาง และมาตรการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องในการจัดงาน “ประชุมใหญ่ไลออนส์สากลภาครวม 310 ประเทศไทย ครั้งที่ 55” ที่จังหวัดนครราชสีมา ในรูปแบบไฮบริด ซึ่งถือเป็นต้นแบบการจัดงานไมซ์ในสถานการณ์ COVID-19 ที่มีความปลอดภัย และสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

สำหรับแผนการทำงานครึ่งปีหลัง ทีเส็บ ยังคงทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมประมูลดึงงานไมซ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้เข้ามาจัดในไทยให้เร็วที่สุด หรือทันทีที่น่านฟ้าเปิด รวมถึงพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ บนแพลตฟอร์ม Thai MICE Connect (www.thaimiceconnect.com) เว็บไซต์ศูนย์รวมผู้ประกอบการไมซ์ในประเทศไทย เพื่อให้เอื้อต่อผู้ประกอบการไมซ์ทั่วประเทศที่จะเข้ามาลงทะเบียนเป็นสมาชิกเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มนักเดินทางไมซ์ที่เตรียมจะจัดงานประชุมหลังวิกฤตให้สามารถใช้งานในระบบได้อย่างราบรื่น สะดวก และตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด

สำหรับเป้าหมายการเปิดประเทศต้อนรับนักเดินทางใน 120 วันนั้น ทีเส็บเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว สามารถรับนักเดินทางไมซ์ได้ตลอดเวลา ซึ่งนักเดินทางไมซ์กลุ่มแรกที่จะเข้ามาภายใต้โมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะเป็นกลุ่ม Incentives หรือ กลุ่มการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล ในช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป โดยประเทศเป้าหมายจะเป็นยุโรปและอเมริกา เนื่องจากนักเดินทางกลุ่มนี้สนใจที่จะเข้ามาไทยและไปพื้นที่จังหวัดภูเก็ต 

คุณจิรุตถ์ คาดว่าหลังจากสถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลายแล้ว นอกจากกลุ่ม Incentives ที่เข้ามาเป็นกลุ่มแรกก็จะตามมาด้วยกลุ่มการจัดประชุมองค์กร (Meetings) กลุ่มการจัดประชุมสมาคม (Conventions) และกลุ่มการจัดงานแสดงสินค้า (Exhibitions) ที่จะเข้ามาจัดงานในไทยได้ตามลำดับ และถึงแม้ว่าในขณะนี้ สถานที่จัดงานอย่างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติต่างๆ ถูกปรับพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ติดเชื้อ COVID-19 แต่ทาง ทีเส็บ ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลาในการหาแนวทางฟื้นฟูร่วมกัน เพื่อให้สถานที่จัดงานดังกล่าวกลับมาเป็นสถานที่รองรับการจัดงานไมซ์ได้โดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์การระบาดคลี่คลายลง

“เมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ ผมคิดว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบกว่าคู่แข่ง เพราะในช่วงเวลานี้ ไทยอยู่ในระหว่างการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมที่สะดวกยิ่งขึ้น อย่างระบบรถไฟรางคู่และรถไฟฟ้าสายต่างๆ ซึ่งภาพรวมการก่อสร้างมีความคืบหน้า และคาดว่าจะเสร็จได้ตามกำหนด ระบบคมนาคมใหม่เหล่านี้ จะเป็นความเข้มแข็งของประเทศในอนาคต

ส่วนเทรนด์การจัดงานไมซ์ทั่วโลกนั้นมีแนวโน้มว่า การจัดประชุมจะมีขนาดเล็กลง โดยมีระยะเวลาพักที่สั้นลงแต่มีความถี่มากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดจำนวนการเดินทางที่มากขึ้น และจะเกิดการประชุมกลุ่มย่อยมากขึ้น โดยการทำการตลาดของ ทีเส็บ จะต้องปรับตัวจากเดิมที่จับกลุ่มโซนยุโรปและอเมริกาที่เดินทางระยะยาว เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการกระตุ้นตลาดระยะสั้นก่อน เช่น ประเทศจีน และอินเดีย โดยเฉพาะประเทศจีน ทีเส็บ ได้แต่งตั้งตัวแทนการตลาดเพิ่มที่มณฑลกวางโจว เพื่อรองรับนักเดินทางไมซ์ชาวจีนที่จะเข้ามาในอนาคตให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้น และพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผลักดันให้ไมซ์ไทยมีความโดดเด่นในตลาดโลก

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.