Ajinomoto ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมอาหาร มีกำไรสวนวิกฤต COVID

Aug 13, 2021 P.Patikom

Ajinomoto (อายิโนะโมะโต๊ะ) เป็นผู้ผลิตสินค้ากลุ่มอาหารรายใหญ่ของญี่ปุ่นและโด่งดังในเรื่องผงชูรส ที่ผู้บริโภคบ้านเราก็รู้จักชื่อนี้ดีจากผงชูรสที่ทำตลาดในไทยมาหลายสิบปี นอกจากผงชูรสแล้วอายิโนะโมะโต๊ะยังมีสินค้าอาหารประเภทอื่นในไทยที่ล้วนเป็นแบรนด์นำของตลาด เช่น เครื่องปรุงรส รสดี, กาแฟกระป๋อง เบอร์ดี้

Ajinomoto ซึ่งอยู่ในญี่ปุ่นมานานเกินร้อยปี ถึงปีนี้ก็มีอายุ 112 ปีแล้ว ได้สร้างความประหลาดใจในท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงทั่วโลก ที่กิจการสามารถทำกำไรได้ ซึ่งในภาวะเช่นนี้ ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารจะประสบปัญหารุนแรงทางธุรกิจเนื่องจากการล็อกดาวน์ ทำให้ร้านอาหารต่างๆ แทบไม่สามารถขายอาหารได้ บ้างก็ต้องปิดร้าน บ้างก็มียอดขายน้อยมากในแต่ละวัน สถานการณ์เช่นนี้ทำให้สินค้ากลุ่มเครื่องปรุงรส ตั้งแต่ผงชูรส จนถึงเครื่องปรุงรส ซอส ต่างๆ สำหรับอาหารต้องประสบปัญหาในการขายไปด้วย

ซึ่งความจริงสินค้ากลุ่มอาหารของ Ajinomoto ก็ประสบปัญหาในการขายเช่นกัน แต่สินค้ากลุ่มที่สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้กับ Ajinomoto กลับเป็นสินค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึง คือกลุ่มสินค้าไฮเทค ทั้งนี้เพราะ Ajinomoto เป็นซัพพลายเออร์ของฟิล์มไฮเทค (High-tech Film) ที่เรียกว่า Ajinomoto Build-up Film (ABF) สำหรับอุตสาหกรรมชิปคอมพิวเตอร์ที่กำลังบูม ซึ่งธุรกิจนี้ช่วยให้บริษัท Ajinomoto สามารถรายงานผลกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ที่ดีเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่แล้ว

Ajinomoto เป็นหนึ่งในตัวอย่างของบริษัทญี่ปุ่น ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของญี่ปุ่นในการสร้างองค์กรใหม่ เช่นเดียวกับ Fujifilm ที่เปลี่ยนตัวเองจากผู้ผลิตฟิล์มถ่ายภาพให้กลายเป็นผู้ผลิตที่ทรงพลังในผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชภัณฑ์ และ Olympus เปลี่ยนตัวเองจากผู้ผลิตกล้องที่ประสบปัญหา มาเป็นผู้ผลิตกล้องเอนโดสโคป (Endoscopes - กล้องครวจภายในร่างกาย) ชั้นนำ

Shigeo Nakamura ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ (Head of Chemical Products) ของ Ajinomoto กล่าวว่า "ABF (Ajinomoto Build-up Film) อยู่ในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและแล็ปท็อปส่วนใหญ่ที่ผู้คนใช้, ABF เป็นวัสดุคอมโพสิตแบบบางที่ใช้เชื่อมต่อโปรเซสเซอร์ (Processor) กับเลเยอร์ฐาน (Base Layer) ที่เรียกว่า Substrates (ซับสเตรต - ความหมายทางฟิสิกส์ คือ ชั้นของวัสดุที่อยู่ใต้วัสดุอีกชนิด) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจชิป (Chip Package) ที่เชื่อมต่อชิปกับเมนบอร์ด (Motherboard) และป้องกันมันจากความเสียหาย

ABF ถูกเคลือบลงบนพื้นผิว (Substrate) ซึ่งเคลือบด้วยทองแดง เพื่อให้สามารถประดิษฐ์วงจรได้

ABF Substrates ใช้กันอย่างแพร่หลายในชิปประมวลผลกำลังสูงในดาวเทียม, สถานีฐาน 5G และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนตนเอง (Self-driving Cars) การระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดความต้องการอย่างมากในการอัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที และก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลก ยอดขายของ Ajinomoto อาจสูงขึ้นอีกหากลูกค้าสามารถขยายการผลิตได้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด

ความสำเร็จของ Ajinomoto วัดได้จากตลาดหุ้น ที่ราคาหุ้นของ Ajinomoto สูงสุดในรอบ 5 ปี และกลุ่มธุรกิจที่รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และการดูแลสุขภาพ มีผลกำไรคิดเป็น 23% ของกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) โดยรวมของบริษัท ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2021

สำหรับผลิตภัณฑ์ ABF ของ Ajinomoto นั้น ได้เข้าสู่ตลาดในปี 1999 และประสบความสำเร็จกับลูกค้ารายแรก จากนั้นก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่ง Ajinomoto ไม่ได้เปิดเผยชื่อของลูกค้าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ABF แต่เชื่อว่า ABF Substraes ฝังอยู่ในโปรเซสเซอร์คอมพิวเตอร์ (Computer Processors) ที่ผลิตโดย Intel และ Advanced Micro Devices (AMD) ซึ่งทั้งคู่เป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมโปรเซสเซอร์สำหรับคอมพิวเตอร์

ยอดขาย ABF ลดลงระหว่างปี 2008 ถึง 2016 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ABF ไม่ได้ใช้ในชิปสำหรับสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักแห่งยุคนั้น แต่การระบาดใหญ่ของ COVID-19 ได้จุดประกายความต้องการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ให้สูงขึ้น เนื่องจากต้องเรียนออนไลน์ทางไกลจากบ้าน (Remote Learning) และการทำงานทางไกลผ่านการออนไลน์จากที่บ้าน (Teleworking) กำลังแพร่หลายไปทั่วโลก, รวมทั้งความต้องการ ABF ยังได้รับแรงหนุนจากความเร่งรีบในการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centers) สำหรับการประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing) และสถานีฐานสำหรับเครือข่าย 5G

Shigeo Nakamura กล่าวว่า "ก่อนหน้านี้เรามีผู้ผลิตพีซี (PC - คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล) เพียงรายเดียว ตอนนี้เรามีฐานลูกค้าที่กว้างมากขึ้น" สำหรับโรงงานของบริษัทที่อยู่ในกุนมะ (Gunma) ทางเหนือของกรุงโตเกียวนั้น มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเพิ่มกำลังการผลิต เพราะปัจจุบันทำงานกะเดียว และสามารถเพิ่มผลิตผลเป็น 2 เท่าได้ในเวลาที่รวดเร็วมาก

Unimicron ผู้ผลิตแผงวงจร (Circuit Board) ของไต้หวันซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของ Ajinomoto ได้กล่าวว่า กำลังใช้เงินสูงถึง 2.56 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตรองรับการใช้วัสดุ ABF Substrates ในช่วงสามปีต่อไปจนถึงปี 2023 ซึ่งอุปทาน (Supply) ตามแผนงานดังกล่าวถูกจองจนเต็มแล้วจนถึงปี 2025

Michael Shen ประธาน Unimicron บอกกับนักลงทุนเมื่อเดือนที่แล้วว่า “เราเพิ่มค่าใช้จ่ายประจำปีของเราอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่ว่าเราจะมีขีดความสามารถในการผลิตแผงวงจรที่ต้องใช้ ABF Substrates เท่าใด ลูกค้าก็ต้องการทั้งหมด”

และด้วยลูกค้าอย่าง Unimicron นี้แหละที่ทำให้ Ajinomoto คาดว่า การจัดส่ง ABF ให้กับบรรดาลูกต้าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในห้าปี จนถึงปี 2024


Cr ; NIKKEI Asia

Source

 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.