5,161
VIEWS

ไม่ใช่แค่“ตั้งรับ”แต่ยุคนี้ต้องบุกเข้าหาผู้บริโภค โออิชิอัดกลยุทธ์เพิ่มโอกาสในการบริโภคอาหารญี่ปุ่น

Sep 02, 2021 R.Somboon

ความแตกต่างที่จับต้องได้ของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในปัจจุบันกับเมื่อครั้งที่โออิชิเข้ามาเปิดตลาดด้วยการขายในรูปแบบบุฟเฟ่ต์เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมาก็คือ การเลือกรับประทานอาหารญี่ปุ่นของคนไทย ไม่ได้เป็นแค่โอกาสพิเศษ หรือการเฉลิมฉลองให้รางวัลกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่การรับประทานอาหารญี่ปุ่นในปัจจุบัน ได้กลายมื้อปกติของคนไทยไปแล้ว เนื่องจากการมีรูปแบบของร้านอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย ตลอดจนมีการนำเสนอราคาที่สามารถจับต้องได้ ทำให้เป็นเรื่องปกติที่คนไทยจะเลือกเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นเมื่อต้องการอยากจะบริโภค หรือถูกกระตุ้นให้เกิดการอยากบริโภค

ทั้งนี้ เป็นเพราะคนไทยกับการรับประทานอาหารญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ทำให้การบริโภคอาหารญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองใหญ่ แต่ยังแพร่ขยายออกไปยังหัวเมืองขนาดเล็ก ซึ่งกลายเป็นโอกาสทางการตลาดชั้นดีของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดนี้อย่างโออิชิ  และด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ นำมาสู่การปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่เปลี่ยนไป ทำให้เราได้เห็นการรุกออกไปเปิดสาขานอกศูนย์การค้า หรือไฮเปอร์มาร์เก็ตของโออิชิ รวมถึงการรุกออกไปเปิดสาขาในจังหวัดขนาดเล็กที่เป็นเทียร์ 2 เทียร์ 3 หรือที่เป็นอำเภอขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นการเข้าไปสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ในพื้นที่ที่มีดีมานด์ แต่ยังขาดซัพพลาย

อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้องมีการปรับกลยุทธ์ขนานใหญ่ในการเข้าถึงลูกค้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ การพลิกกลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้าจึงต้องมีการปรับรูปแบบใหม่ และการส่งโมเดลร้านอาหารเคลื่อนที่ในรูปแบบของ “ฟู้ด ทรัค” ก็คือ 1 ในรูปแบบการปรับตัวในครั้งนี้

 

ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจร้านอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ โออิชิ เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการแพร่ระบาดและมาตรการเชิงป้องกันที่เข้มข้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีสาขาอยู่ในห้างฯ อย่างมาก ซึ่งข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ  ทำให้ผู้บริโภคอาจไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการอย่างเต็มที่ เรา (โออิชิ) จึงต้องเร่งปรับแผน เพื่อตอบสนองและอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้เช่นเดิม

“ที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางขายแบบซื้อกลับบ้าน (Take Home) และจัดส่ง (Delivery) มากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการปรับรูปแบบร้านให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางการตลาดในปัจจุบัน โดยเน้นเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว ผ่านการเปิดตัวและขยายธุรกิจสู่ร้านอาหารประเภทฟู้ด ทรัค หรือรถจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ ภายใต้ “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” มากขึ้นเช่นเดียวกัน”

ไพศาล ให้นิยามถึงกลยุทธ์ที่นำมาใช้ในครั้งนี้ว่าเป็นกลยุทธ์ 3F นั่นคือ Fast ที่หมายถึงการนำเสนอความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่ายFlexible จะเป็นเรื่องของความยืดหยุ่น และเคลื่อนย้ายได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วน F สุดท้ายคือ Fulfill  หรือการเติมเต็มในส่วนที่ขาด แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย หรือพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงเป็นการปรับกลยุทธ์ที่รุกเข้าไปสร้างโอกาสในการขายอีกครั้งท่ามกลางภาวะที่ตลาดร้านอาหารได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

โออิชิ ฟู้ด ทรัค” จะนำเสนอสินค้าจากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ พร้อมให้บริการทั้งแบบซื้อกลับบ้านและจัดส่งหรือดิลิเวอรี่ครบครันกับสินค้าและอาหารญี่ปุ่น คุณภาพสดใหม่ ราคาย่อมเยา มีให้เลือกตั้งแต่เมนูกลุ่มเบนโตะ (ข้าวกล่องญี่ปุ่น) : ยากิโทริ เทอริยากิ เบนโตะ เซต, บูตะ สตะมินะ เบนโตะ เซต, และแซลมอน เบนโตะ เซต เมนูกลุ่มดงบุริ (ข้าวหน้าญี่ปุ่น) : ข้าวหน้าหมูเกาหลี, ข้าวหน้าไก่ย่างซีอิ๊ว, และข่าวหน้าปลากซาบะ ไปจนถึงเมนูกลุ่มอาหารว่างและของทานเล่น ราคาเริ่มต้น 69 บาท (สำหรับเมนูเกี๊ยวซ่าทอด) เป็นต้น

เบื้องต้นกำหนดจุดจอดประจำ และให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมันหรือปั๊ม (ซึ่งเป็นแหล่งที่มีผู้คนสัญจรไปมาจำนวนมาก) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ประจำที่ (1) ปตท. ปัญญาอินทรา – เขตคันนายาว, (2) ปตท. เอนเนอร์ยี่ พาร์ค – เขตตลิ่งชัน, (3) ปตท. แยกหาดจอมเทียน – ชลบุรี (4) ปตท. คลองหลวง คลอง 1 - ปทุมธานี, (5) ปตท. แพรกษา – สมุทรปราการ และ (6) จุดพักรถ พอร์โต โก บางปะอิน - พระนครศรีอยุธยา พร้อมมีแผนเพิ่มจำนวนและขยายพื้นที่ให้บริการอย่างต่อเนื่อง เช่น (7) ปั๊มน้ำมันบางจาก บายพาส (ขาเข้ากรุงเทพฯ) – ชลบุรี และพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป โดยรถจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” คันแรกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นรถคันต้นแบบที่ตกแต่งแบบจัดเต็ม พร้อมมีอาหารญี่ปุ่นเมนูยอดนิยมไว้บริการ เน้นเมนูซื้อกลับบ้าน รับประทานสะดวก  โดยจะหมุนเวียนเปลี่ยนจุดที่ตั้งไป เรื่อยๆ ไม่เหมือนคันอื่นๆ เช่น วันที่ 16 - 22 สิงหาคม 2564 จอดให้บริการที่ ปตท. บ้านโพธิ์ และวันที่ 23 สิงหาคม 2564 - 25 กันยายน 2564 จอดให้บริการที่ ปตท. สำรวยบริการ 2 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะที่การลงทุนขยายและเพิ่มหน่วยรถจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ฯ นั้นจะเป็นการเพิ่มอัตราส่วนของรายได้และฐานลูกค้ามากขึ้น

“การปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โมเดล “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” นี้จะไม่เป็นเพียงสีสันในการทำตลาดเท่านั้น แต่ชูเป็นกลยุทธ์หลักในการขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการในเวลาที่ร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ เพื่อสร้างโอกาสในการขาย”

ภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนที่เกิดจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด –19 ก็คือ การทำตลาดร้านอาหารถัดจากนี้ไปจะไม่ได้จำกัดแค่ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง แต่ต้องมีช่องทางที่หลากหลาย เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้การนั่งรับประทานในร้านจะเป็นประสบการณ์ที่ลูกค้าคุ้นชิน แต่ช่องทางขายอื่นๆ โดยเฉพาะดิลิเวอรี่ ก็เข้ามามีบทบาทต่อการทำตลาดมากขึ้น

ขณะที่การรุกตลาดในรูปแบบของ “ฟู้ด ทรัค” จะเป็นอีก 1 กลยุทธ์ที่ถือเป็นการบุกเข้าประชิดถึงตัวผู้บริโภคที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้ไม่น้อยทีเดียว......

 

ร้านอาหาร

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.