LingoAce “EdTech” ที่แจ้งเกิดด้วยการเป็น New Way of Learning

Sep 08, 2021 R.Somboon

การแพร่ระบาดของโควิด –19 บวกกับการก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกของประเทศจีน ทำให้การเรียนภาษาจีนออนไลน์ กลายเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสนใจมากขึ้นในบ้านเรา และนั่นจึงเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้สตาร์ทอัพด้านการศึกษาจากประเทศสิงคโปร์อย่าง LingoAce ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 9 เดือนเต็มดีนักก็สามารถแจ้งเกิดในตลาดเมืองไทยได้สำเร็จ โดยมีตัวเลขการเติบโตของนักเรียนแบบรายไตรมาสสูงถึง 300%

LingoAce แพลตฟอร์มเรียนภาษาจีนออนไลน์สำหรับเด็ก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2017 ที่ประเทศสิงคโปร์ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ ต้องการเชื่อมโยงการเรียนรู้ของเด็กรุ่นใหม่ทั่วโลก ผ่านการพัฒนาและสร้างสรรค์ ระบบการเรียนออนไลน์แนวใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ภายใต้แนวคิด "Learner First" ที่คำนึงถึงความต้องการของผู้เรียนเป็นอันดับแรก รวมถึงการสร้างแนวทาง ที่เป็นมาตรฐานใหม่ให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งระบบการพัฒนาครูผู้สอน ผู้ให้คำปรึกษา หลักสูตร และบริการหลังการขาย เพื่อให้ทุกส่วนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างสอดคล้องเพื่อเป้าหมายให้การเรียนได้ผลลัพธ์และผู้เรียนได้รับประสบการณ์ที่ดีใน ตลอดการเรียนออนไลน์บนแพลตฟอร์ม

ทำให้ปัจจุบัน LingoAce ก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี การศึกษา (EdTech) ที่มาแรงและได้รับความสนใจ ทั้งจากความโดดเด่นของแพลตฟอร์มที่สามารถเติมเต็มและแก้ Pain Point ของการเรียนออนไลน์ในเด็กได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อีกทั้งความสำเร็จในการขยายบริการในหลายประเทศอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่ปี โดยปัจจุบันเปิดให้บริการ พร้อมเปิดสำนักงานแล้ว 6 แห่ง ใน 5 ประเทศ ได้แก่ สำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ และสำนักงานอื่นๆ ในหลายเมืองสำคัญได้แก่ ปักกิ่ง และอู่ฮั่น ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ลอสแองเจลิส ในสหรัฐอเมริกา จากาตาร์ ในอินโดนีเซีย และล่าสุดเมื่อปี 2020 ได้ขยายการบริการมาที่ประเทศไทย โดยปัจจุบันมีนักเรียนบนแพลตฟอร์มรวมกว่า 300,000 คนทั่วโลก

 

ณัฐนิช ทองไกรแสน Country Manager LingoAce ประเทศไทย บอกกับเราว่า การขยายสาขาเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนั้น เป็นการมองเห็นโอกาสในการเติบโตที่เนื่องจากปัจจุบัน ภาษาจีน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นภาษาที่ 3 ที่คนไทยอยากเรียน เนื่องจากปัจจุบันประเทศจีนเข้ามามีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลก ขณะที่คนไทยเองก็มีไม่น้อยที่ติดต่อค้าขายกับจีน จึงต้องการที่จะมีความรู้ ความเข้าใจในภาษาจีนมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็มองว่า ในอนาคต ภาษาจีนจะเข้ามามีบทบาทมากกว่าที่เป็นอยู่ จึงมีการสนับสนุนให้ลูกหลานได้มีโอกาสในการเรียนภาษาจีนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาษาจีนเข้ามาเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ รองจากภาษาอังกฤษ ที่ผู้ปกครองจะผลักดันให้เด็กๆ มีการเรียนเพิ่มเติม

LingoAceประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วจนก้าวขึ้นมาเป็นแอปพลิเคชัน การเรียนภาษาจีนที่มีส่วนแบ่งอันดับ 1 ในตลาดเมืองไทยนั้น เกิดจากการนำเสนอแนวทางการเรียนภาษาจีนในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครเคยนำเสนอให้กับตลาดมาก่อน โดยไม่เพียงแค่นำเสนอหลักสูตรที่มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ เน้นการเสริมสร้าง ทักษะภาษาจีนทั้งฟัง พูด อ่าน และเขียน สามารถเริ่มเรียนได้ตั้งแต่ไม่มีพื้นฐานใดๆ เลย ไปจนถึงการเสริมทักษะให้แน่นขึ้นสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานอยู่แล้วเท่านั้น แต่ยังมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย ได้แก่ Gamification จำลองการเรียน การสอนและสถานการณ์ต่างๆ ในรูปแบบของเกม ทำให้นักเรียนรู้สึกสนุกไปกับการเรียน

“แม้จะเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์ แต่มีการจำกัดจำนวนคนเรียนแค่คลาสละ 4 คน ทำให้สามารถ Customize การสอนแบบลงลึกให้กับนักเรียนแต่ละคน ทำให้รู้ว่า การเรียนของแต่คนเป็นอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนแต่ละคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเข้าใจ ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนที่เริ่มเข้ามาทำตลาดในไทยมีผู้ปกครองสนใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนกับ LingoAce ร่วมหมื่นคน เติบโตแบบรายไตรมาสถึง 300% โดยนักเรียนส่วนใหญ่จะมาจากโรงเรียนอินเตอร์และโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ”

การมีฐานกระจายอยู่หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงมีฮับอยู่ที่ประเทศจีนที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาเทคโนโลยีการเรียน การสอนรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาครูผู้สอนให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก การมีสเกลค่อนข้างใหญ่นี้ ทำให้มีข้อได้เปรียบในเรื่องของราคาค่าเรียนที่ตกประมาณชั่วโมงละ 200 – 300 บาท สำหรับคลาสการเรียน 4 คน แล้วแต่แพ็กเกจระยะยาวที่ซื้อไว้ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าการเรียนในรูปแบบออฟไลน์กับสถาบันสอนภาษาจีนทั่วไป

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ LingoAce ประสบความสำเร็จและสร้างผลลัพธ์ที่พึงพอใจให้กับผู้ปกครอง และนักเรียนในหลายประเทศนั้น นอกจากพื้นฐานของระบบและหลักสูตรที่ได้พัฒนาขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ในแต่ละประเทศ LingoAceจะพัฒนาหลักสูตร รวมถึงการออกแบบจำนวนโปรแกรมที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ได้ตามวัตถุประสงค์ในการเรียนของเด็กให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนและปริบทของประเทศนั้นๆ

“ในมุมมองของผู้ปกครองชาวไทย ถ้าเทียบแล้ว ภาษาอังกฤษ ยังคงเป็นอันดับ 1 รองจากภาษาไทย ส่วน ภาษาที่ 3 ในอดีตมันจะแข่งกันหลายตัวไม่ว่าจะเป็นภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาจีน หรือบางคนก็ส่งให้ลูกเรียน ฝรั่งเศส เยอรมัน แต่ว่าในช่วงหลังเศรษฐกิจจีนมาแรงมาก แล้วประเทศไทยก็มีการค้าขายกับจีนเยอะ บางคนผู้ปกครองที่บ้านอาจจะมีโรงงานที่จีน หรือมีซัพพลายเออร์อยู่ที่จีน กลายเป็นว่าเทรนด์ภาษาจีน ค่อนข้างจะนำโด่งในสถานะของการเป็นภาษาที่ 3 คือถ้าใครได้ภาษาไทยและอังกฤษแล้ว ผู้ปกครองแทบจะให้เก่งภาษาจีนเป็นอันดับต่อไป”

วางโรดแม็บ

เป็น New Way of Learning

หลังประสบความสำเร็จในก้าวแรกแล้ว LingoAce มีแผนที่จะเปิดตัวโปรดักต์ใหม่ๆ ในช่วงปลายปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัว AI English Application ซึ่งเป็นแอปการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่ใช้เวลาเรียนครั้งละไม่เกิน 15 นาที มีรูปแบบการเรียนที่เน้นความสนุก เป็น Gamification ซึ่งจะทำให้เด็กๆ เรียนภาษาอังกฤษอย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิด English Live Class ที่เป็นการเรียนภาษาอังกฤษผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ในคลาสเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่มากประมาณ 4 คน เหมือนกับคลาสการสอนภาษาจีนที่เปิดตัวไปก่อนหน้า

ผู้บริหารของ LingoAce บอกว่า LingoAce ต้องการที่จะเป็นแพลตฟอร์มการเรียนภาษาออนไลน์ที่เข้ามาช่วยผลักดันให้เด็กไทยเติบโตขึ้นไปเป็น Global Citizen ได้ในอนาคต ซึ่งภาษาจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้เด็กไทยเปิดโอกาสเติบโตสู่สังคมโลกได้อย่างมีคุณภาพ

LingoAce ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนภาษา แต่เป็น New Way of Learning ของเด็กๆ ทั่วโลก โดยสร้าง อีโคซิสเต็มเพื่อช่วยขับเคลื่อนให้เด็กสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรอบรู้ ทั้งในเรื่องภาษา และความรู้ด้านอื่นๆ ซึ่งในอีโคซิสเต็มที่เราสร้างขึ้นนี้ เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ก้าวเข้ามาเรียนรู้ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ภาษา แต่ยังมีความรู้ในเรื่องอื่นๆ เสริมให้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ปกครองเองก็สามารถที่จะเข้ามาเรียนรู้แล้วก็ช่วยเสริมสร้างให้น้องๆ มีประสบการณ์ที่ดีในการเรียน ตามแนวทางของการเป็น New Way of Learning”

 

การศึกษา

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.