“เครื่องดื่มรังนก PAUS” สร้างธุรกิจจากความถนัด ใช้ความรักสร้างแบรนด์สตอรี่

Oct 08, 2021 -None-

สินค้าเพื่อสุขภาพยังเป็นเทรนด์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ แต่ในทางกลับกันตลาดนี้ก็เต็มไปด้วยคู่แข่งขันมากมายที่เข้ามาช่วงชิง ถ้าสินค้าไม่มีความแตกต่าง หรือมีแวลู่ไม่มากพอย่อมไม่สามารถแจ้งเกิดในตลาดนี้ได้ ในกรณีของ “เครื่องดื่มรังนก PAUS” แม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ กลุ่มรังนกก็ตาม แต่มีวิธีการแจ้งเกิดที่น่าสนใจจนทำให้แบรนด์นี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและไปไกลในตลาดต่างประเทศได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี

 

สำรวจความถนัดด้วย Ikigai Model

ว่ากันว่า Passion เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ซึ่งที่มาของ Passion สำหรับ “ชัยวัฒน์ ประยงค์มรกต” กรรมการผู้จัดการ บริษัท พอสวัน จำกัด ยึดหลัก Ikigai อันเป็นปรัชญาการดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่แสวงหาความหมายของชีวิตด้วยการทำงานในสิ่งที่รักและถนัด

“Ikigai ทำให้ผมหันมามองหาความถนัดของตัวเองและอะไรที่เราทำด้วยความรักมากที่สุด แล้วคำตอบนั้นก็คือ ธุรกิจจากฟาร์มคอนโดนกนางแอ่นที่เราบุกเบิกในภาคใต้เมื่อ 20 ปีก่อน แต่ที่ผ่านมาเราจำหน่ายรังนกเป็นหลัก และเริ่มรับจ้างผลิตเครื่องดื่มรังนกแบบ OEM นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราต้องการสร้างแบรนด์เครื่องดื่มรังนกของเราบ้าง โดยเพิ่มมูลค่าบ้านนกที่มีอยู่แล้ว เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องสุขภาพที่โลกเรากำลังต้องการอยู่ในตอนนี้ แต่เราก็ต้องสร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรมและแบรนดิ้ง”

โดยในส่วนของแบรนดิ้งนั้น เครื่องดื่มรังนก PAUS แตกต่างตั้งแต่กรรมวิธีการทำฟาร์มรังนกด้วยจุดยืนการเป็นรังนกเมตตาตั้งแต่วันแรกที่ทำฟาร์ม นั่นคือการเก็บรังนกโดยไม่รบกวนนก

“อย่างที่บอกว่าผมทำฟาร์มรังนกด้วยความรัก และปฏิบัติต่อนกเสมือนเป็นพนักงานของเรา ดังนั้นเราจะรบกวนเขาน้อยที่สุด แต่ละวันเราจะใช้ไม้ยาวๆ ส่องไปที่รังนกเพื่อสำรวจว่ารังนั้นมีไข่หรือเปล่า ถ้ามีไข่เราก็จะไม่เก็บและจะรอจนกว่านกตัวนั้นจะดูแลลูกน้อยของมันจนเติบโตและบินจากรังไป เรายึดหลักเคารพซึ่งกันและกัน ผมยอมที่จะขายรังนกที่มีขนนกในราคา 20,000-30,000 บาท ในขณะที่เจ้าอื่นจะเก็บรังนกสวยๆ ที่ไม่มีขนนก แต่ขายได้ในราคา 60,000-70,000 บาท เพราะเราคิดว่านกคือพนักงานที่เราใส่ใจ และอยู่ร่วมกันโดยไม่เบียดเบียน”

หาความต่างแจ้งเกิดตลาด

หลังจากได้วัตถุดิบรังนกเมตตาที่แตกต่างจากตลาดแล้ว   ต่อมาจึงเป็นเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าที่เข้าไปตอบสนองความต้องการ  ผู้บริโภคในช่วงที่เกิดเหตุการณ์โรคระบาด  COVID-19 พอดี

“นับจากเกิดเหตุการณ์โรคระบาด  COVID-19  คนทั่วโลกหันมาสนใจสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ต้องการรักษาสุขภาพเชิงป้องกัน และเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายเพื่อต่อสู้กับโรคภัย และเครื่องดื่มรังนกก็จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มบำรุงกำลังและบำรุงรักษาปอด เราจึงสร้างความแตกต่างโดยใส่ปริมาณรังนกมากกว่าเจ้าอื่นในท้องตลาด 2-3 เท่า  หรือเมื่อเทียบในราคาที่เท่ากันแล้ว  เครื่องดื่มรังนก PAUS จะมีปริมาณรังนก 3% ในขณะที่เจ้าอื่นมี 1% มอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า”

แต่นั่นคงไม่พอที่จะแจ้งเกิดในตลาดได้ เพราะคุณภาพก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นเครื่องดื่มรังนก PAUS จึงคิดค้นนวัตกรรมพัฒนาเป็นเครื่องดื่มรังนกหลากหลายสูตรต่างๆ เพื่อเจาะแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

เนื่องจากเครื่องดื่มรังนกเป็นสินค้าที่คนซื้อไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ซื้อ  PAUS  จึงใช้สโลแกน “เราใส่ใจถึงคนที่คุณใส่ใจ” มาเป็นหลักในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อาทิ สูตรใส่สารไซลิทอลให้ความหวานแทนน้ำตาล ไม่มีผลต่อการกระตุ้นอินซูลิน เจาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน และกลุ่มคนรับประทานอาหารแบบคีโตเจนิค ล่าสุดคิดค้นเครื่องดื่มรังนกที่ใช้สารจุลินทรีย์เป็นสารความหวานแทนน้ำตาล และยังสร้างพรีไบโอติก เจาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์เพิ่มเติม  ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการวิจัยและทดสอบเครื่องดื่มรังนกสูตรคอลลาเจน สูตรคิวเทน  ที่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เพิ่มคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ สูตรอินทผลัมเจาะกลุ่มลูกค้าชาวมุสลิม และสูตรรังนกผสมถั่งเช่า

 

Upskill - มองวิกฤตให้เป็นโอกาส

เชื่อว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่คงคิดว่าการเปิดตัวสินค้าในช่วง COVID-19 ไม่น่าจะใช่เวลาที่เหมาะสมนัก แต่สำหรับ ชัยวัฒน์ กลับเดินหน้าแบบไม่คิดจะถอยหลัง เพราะเดิมทีวางแผนการทำงานไว้ว่าภายใน 3-4 เดือนแรก หลังจากเปิดตัวสินค้าจะมีกลยุทธ์การตลาดอย่างไรบ้าง แต่พอเกิด COVID-19 มาเหมือนฟ้าผ่า ทำให้ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ไปเรื่อยๆ โดยหันไปทำตลาดออนไลน์แทนออฟไลน์ นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เขา Upskill หาความรู้ทางด้านนวัตกรรมใหม่ๆ แสวงหาโอกาสจากโครงการต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานภาครัฐ เพราะเชื่อในกฎแห่งแรงดึงดูดว่า ถ้าอยากเป็นแบบไหนให้ไปอยู่สิ่งแวดล้อมนั้น พอเข้าไปร่วมโครงการต่างๆ จึงมีเครือข่ายที่คอยสนับสนุนช่วยเหลือกัน จนปัจจุบันเครื่องดื่มรังนก PAUS สามารถเข้าไปขายใน TMALL แล้ว รวมถึงมีพันธมิตรนำสินค้าไปจำหน่ายในประเทศเมียนมา

"ผมอยากบอกทุกคนว่าอย่าเพิ่งท้อ เมื่อลมพัดแรงบางคนสร้างกำแพง แต่บางคนสร้างกังหัน สำหรับผมเลือกที่จะเรียนรู้การเต้นระบำและสนุกกับสายฝนที่ตกลงมา ให้คิดเสียว่าเราจะต้องอยู่กับมันให้ได้และก้าวไปข้างหน้า ถึงทุกอย่างจะเปลี่ยนไป แต่เราก็ต้องมองมันเป็นโอกาสและเตรียมแผนว่าจะรับมือได้อย่างไร และจงให้ความสำคัญกับนวัตกรรม เพราะวันนี้ Innovation Drive Your Business เป็นเรื่องจริง หากไม่มีนวัตกรรมไม่มีทางรอดแน่นอน”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.