6,904
VIEWS

Local Alike พลิก Hall of Fail ให้เป็น Hall of Fame สร้างนวัตกรรมธุรกิจชุมชนที่พัฒนาด้วยหัวใจ

Oct 15, 2021 -None-

วันนี้เชื่อว่าหลายคนคงพอจะได้เคยยินชื่อ Local Alike กันบ้างแล้ว ในฐานะที่เป็นทั้งสตาร์ทอัพ Social Enterprise และแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงระหว่างการท่องเที่ยวโดยชุมชนกับนักท่องเที่ยวที่สนใจในเรื่องการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเข้าด้วยกันจนเป็นเจ้าของรางวัลมากมายในเวทีสตาร์ทอัพทั้งในประเทศและต่างประเทศ

กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ สมศักดิ์ บุญคำ หรือ ไผ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Local Alike ต้องพบกับความล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขาจะพลิกกลับความล้มเหลวดังกล่าวให้กลายเป็นโอกาสเสมอ ก่อเกิดเป็นพลังในการทำงานขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนเพื่อชุมชนให้เป็นไปตามที่ตั้งใจ

 

พลิก Hall of Fail ให้เป็น Hall of Fame

ถ้าจะนับจำนวนความล้มเหลวหรือความไม่สมบูรณ์แบบที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณไผ ต้องบอกว่านับครั้งไม่ถ้วน จนเจ้าตัวสามารถสะสมได้เป็น Hall of Fail ไล่ตั้งแต่การเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน แต่เขากลับมองความทุกข์นี้ในอีกมุมหนึ่งว่าเป็นเรื่องโชคดีทำให้มีความหวังในชีวิตด้วยการสร้างโอกาสทางการศึกษา เข้าเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาปิโตรเคมีที่ศิลปากร ต่อมาเป็นวิศวกรทำงานในประเทศเยอรมนีด้วยเงินเดือนหลักแสน บรรลุเป้าหมายแรกที่ต้องการเดินออกจากความยากจนได้สำเร็จ แต่นั่นไม่ใช่อาชีพที่เขาอยากทำไปตลอดชีวิต เพราะเขามีเป้าหมายที่อยากจะยกระดับชีวิตคนยากจน หลังจากทำงานเก็บเงินได้ 3 ปี จึงตัดสินใจลาออกไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนที่ซานฟรานซิสโก ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของครอบครัว

“การเรียนในหลักสูตร Sustainable Business ทำให้ผมได้มุมมองใหม่ว่า เราสามารถทำธุรกิจยั่งยืนช่วยเหลือชุมชนและมีกำไรเลี้ยงบริษัทได้ด้วย แต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อนคนไทยไม่เข้าใจ ถือเป็นความล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง เพราะในช่วงแรกของการก่อตั้งเราถูกตั้งคำถามจากนักลงทุนบ่อยมากว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า ขายได้จริงไหม นักลงทุนเองก็ไม่ค่อยสนใจเพราะเขาก็อยากลงทุนในสตาร์ทอัพที่มันโตเร็วมากกว่าของเราที่มันค่อยๆ โต เพราะต้องดูกำลังและความสามารถของชุมชนควบคู่ไปด้วย Local Alike จึงเป็นสตาร์ทอัพที่ไม่เซ็กซี่ในสายตาเขา”

แต่แววตาจากคนในองค์กร รวมถึงคนในชุมชนที่เปี่ยมไปด้วยความหวังทำให้คุณไผฮึดสู้อีกครั้ง ล้มเลิกแผนการขยายธุรกิจจากนักลงทุนเปลี่ยนไปเดินสายประกวดแผนธุรกิจทุกเวทีทั้งไทยและต่างประเทศเพื่อนำเงินรางวัลมาดำเนินธุรกิจแทน

 

สร้างโมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

ปัจจัยที่ทำให้ Local Alike ประสบความสำเร็จจากเวทีประกวด เพราะมีโมเดลธุรกิจสร้างรายได้ที่ไม่เอากำไรสูงสุดเป็นตัวตั้ง แต่ตั้งใจพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนผ่านการท่องเที่ยวยั่งยืน

“ที่ผมเลือกทำด้านการท่องเที่ยว เพราะคิดว่ามีโอกาสสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนได้ ก่อนหน้านี้ผมเห็นชาวบ้านโดนเอาเปรียบจากบริษัททัวร์ให้คนในชุมชนมานั่งให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป ทั้งๆ ที่ชาวบ้านในฐานะเจ้าของทรัพยากร ควรตัดสินใจและออกแบบการท่องเที่ยวด้วยตัวเองมากกว่า”

Local Alike จึงไม่ได้วางตำแหน่งเป็นแค่แพลตฟอร์มท่องเที่ยว แต่ทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์กับชุมชนแบบระยะยาว โดยจะทำงานร่วมกันทั้งในเรื่องการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยว แนวทางการนำเสนอจุดเด่นของชุมชน โดยให้เครื่องมือจากการท่องเที่ยวมาช่วยในการพัฒนาชุมชนต่อ

หลักๆ แล้ว Local Alike พัฒนาทั้งหมด 3 ด้าน กล่าวคือ Tourism Development  ลงพื้นที่เข้าไปพัฒนาด้านท่องเที่ยวกับชุมชนเพื่อออกแบบแพ็กเกจทัวร์ที่จะขายบนเว็บไซต์ร่วมกัน Community Development ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ลงลึกเรื่องการพัฒนาชุมชน เพื่อนำเงินที่ได้มาจากการท่องเที่ยวพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านต่อไป และ Website Development พัฒนาเทคโนโลยีโมบายแอปพลิเคชันเพื่อให้การเชื่อมต่อด้านการท่องเที่ยวง่ายขึ้น โดยจับตลาด B2B และ B2G ที่มีนโยบายการพัฒนาชุมชนเป็นหลัก

 

พลิกวิกฤตโควิดแตกหน่อสู่ธุรกิจใหม่

คุณไผ ยอมรับว่าโมเดล Local Alike ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะมีกำไร แต่แล้ว COVID-19 ก็ทำให้อนาคตที่ดูว่าจะสดใสต้องพบกับความล้มเหลวอีกครั้ง หลังจากน่านฟ้าปิด และมาตรการล็อกดาวน์ กระทบต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยตรง รายได้ที่เกิดขึ้นกับบริษัทและคนในชุมชนสูญหายไปในพริบตา

“ปี 2562 เราเริ่มพอมีกำไรจึงขยายทีมงานเพื่อขยายชุมชนท่องเที่ยวให้มากขึ้นและตั้งใจที่จะ Take Off  ปี 2563 แต่เจอเบรกด้วย COVID-19 พอดี ทำให้เรามานั่งคิดว่า เราไม่มีสินทรัพย์อะไรเลย เพราะเราเป็นธุรกิจบริการ เข้าถึงสินเชื่อยากมากจะประคองธุรกิจในสถานการณ์นี้ต่อไปยังไงดี”

สุดท้าย Local Alike ก็มาบิงโก จับความสัมพันธ์และความไว้เนื้อเชื่อใจของคนในชุมชนที่มีต่อทีมงานพลิกกลับมาเป็นสินทรัพย์ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน แตกหน่อต่อยอดออกเป็น 2 ธุรกิจใหม่ นั่นคือ Local  Alot และ Local Aroi อาศัยการพึ่งพาอาศัยกลายเป็นธุรกิจที่เกื้อกูลกัน นอกจากนี้ 2 โมเดลใหม่ยังเข้ามาตอบโจทย์ชุมชนที่มีรายได้ น้อยในบางรายชุมชนไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวจริงๆ เพราะไม่มีต้นทุนธรรมชาติที่สวยงาม หรือไม่มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น อันนี้ก็จะมาช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้นอกเหนือจากการท่องเที่ยว

ทั้งนี้  Local Aroi เป็นอีเวนท์อาหารชุมชน โดยให้คนในชุมชนมาทำ Chef’s Table และคลาสสอนทำอาหาร โดยเชฟของ Local Alike จะช่วยออกแบบเมนูให้ ในขณะที่ Local Alot เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับสินค้าชุมชน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าโอท็อป จนไปถึงผลผลิตทางการเกษตรที่ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคโดยอาศัยฐานลูกค้าเดิมจาก Local Alike ที่ชื่นชอบสินค้าตรงนี้อยู่แล้ว

“ความจนถือเป็นความโชคดีให้เราได้สัมผัสความลำบากและ Shape ชีวิตเรามาอีกแบบหนึ่ง ผมอยากให้มองว่า ความล้มเหลวและความไม่สมบูรณ์คือโอกาสอย่างหนึ่งเหมือนกับที่ผมเคยผ่านอุปสรรคปัญหามานับครั้งไม่ถ้วน จาก Hall of Fail ถ้าเราทำมันดีๆ ก็สามารถพลิกให้กลายเป็น Hall of Fame ได้ ดูจากรางวัลต่างๆ ที่ Local Alike ได้ โดยเฉพาะรางวัลจากโครงการนิลมังกร อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าคำว่านวัตกรรมไม่ใช่แค่นวัตกรรมที่เป็นเทคโนโลยี แต่เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากแรงมือ แรงใจ แรงสมองของเรา ที่ทำให้ชุมชนๆ หนึ่งสามารถลืมตาอ้าปากได้”

สุดท้ายนี้ คุณไผ ตั้งเป้าหมายสูงสุดที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งสามารถทำธุรกิจได้ด้วยตัวเอง และพัฒนาบ้านเกิดได้อย่างยั่งยืน จากการที่มีคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านที่เติบโตขึ้นมาสานต่อกิจการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยมี Local Alike เป็นเพียงพาร์ทเนอร์ที่ทำธุรกิจคู่ชุมชน

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.