6,881
VIEWS

Pinsouq แพลตฟอร์มตลาดสินค้าฮาลาล น่านน้ำใหม่จากคำถาม “ทำไมร้านเนื้อไทยต้องขายแค่หน้าเขียง”

Oct 18, 2021 -None-

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและอีมาร์เก็ตเพลสเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยตัวเลขล่าสุดของมูลค่าตลาดรวมมีมากกว่า 3 แสนล้านบาท แต่ท่ามกลางตลาดออนไลน์ซึ่งมีสินค้ามากมายมหาศาลนั้นกลับยังไม่มีตลาดกลางสำหรับซื้อขายสินค้าฮาลาลมาก่อน ทั้งๆ ที่ชาวมุสลิมในประเทศไทยมีสัดส่วนประมาณ 5% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสในการสร้างตลาดใหม่ จึงได้ถือกำเนิดแพลตฟอร์ม “Pinsouq” ตลาดสินค้าฮาลาลครบวงจรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยขึ้น

 

ทำไมร้านเนื้อไทยจะต้องขายแค่หน้าเขียง

ชารีฟ เด่นสุมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮส ออเดอร์ จำกัด เจ้าของแพลตฟอร์ม “Pinsouq” เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของ Pinsouq มาจากการที่เขามองเห็นช่องว่างของตลาดสินค้าฮาลาลออนไลน์ในประเทศไทย เขาจึงมีความต้องการที่จะพัฒนาอะไรบางอย่างขึ้นมาเพื่ออุดรอยรั่วในตลาดนี้

เขาเริ่มจากการตั้งคำถามง่ายๆ ว่าทำไมเนื้อไทยถึงต้องขายแต่หน้าเขียง ทำไมไม่ยกระดับให้เนื้อมีความพรีเมียมเหมือนของต่างประเทศ ทำไมถึงไม่แบ่งเนื้อขายเป็นส่วนๆ แบบที่เขาทำกัน แล้วทำไมถึงไม่นำเนื้อมาขายในช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค พร้อมทั้งหาคำตอบและหาทางออกให้กับมัน

เพราะมีประการณ์ทำงานด้านสตาร์ทอัพ ประกอบกับมีความรู้ความเข้าใจด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์เป็นอย่างดี เขาจึงเริ่มต้นพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขึ้นมาเพื่อแก้ Pain Point จากคำถามที่เขาตั้งขึ้น

ชารีฟ เริ่มจากการทำเว็บไซต์ Pinsouq ซึ่งเกิดจากการรวมรากศัพท์คำว่า “PIN” จากภาษาอังกฤษที่สื่อถึงการปักหมุด และ “SOUQ” ที่มาจากภาษาอารบิคที่แปลว่า “ตลาด” จากนั้นจึงเข้าไปติดต่อร้านขายสินค้าและเจ้าของสินค้า เพื่อนำมาวางสินค้าฮาลาลจำหน่ายผ่านช่องทางเว็บดังกล่าว โดยพยายามหาคู่ค้าจากคนรู้จักก่อน

“เราทำนวัตกรรมในเชิงของสมาร์ทรีเทล ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ สร้างประสบการณ์กับลูกค้า จุดเด่นคือลูกค้าสามารถสั่งวัตถุดิบต่างๆ ได้ทางออนไลน์และเราส่งให้ ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าได้แบบวันต่อวัน ไม่ต้องสต๊อกของ”

โอกาสในน่านน้ำใหม่

ความสะดวกสบายที่มอบให้ลูกค้า แน่นอนว่าทำให้ Pinsouq เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เกิดเสียงเรียกร้องจากลูกค้าที่ขอให้ Pinsouq จัดหาวัตถุดิบอื่นๆ มาขายเพิ่มเติม ขยายไปขยายมากระทั่ง Pinsouq มีสินค้ารวม ๆ แล้วกว่า 100,000 รายการ

ชารีฟ จึงเล็งเห็นโอกาส ตัดสินใจเปิดหน้าร้านโดยใช้ชื่อว่า Pinsouq Store เพื่อต่อยอดธุรกิจเป็นศูนย์กระจายสินค้าฮาลาลภาคใต้ เน้นจำหน่ายสินค้าแช่แข็งและอาหารแปรรูป

ความน่าสนใจ คือ ชารีฟเลือกเปิดสาขาแรกที่จังหวัดบ้านเกิด “ปัตตานี” ซึ่งเราต่างรู้ดีว่าเป็นพื้นที่สีแดง โอกาสในการทำตลาดอาจไม่ดีเท่ากับการบุกตลาดชุมชนเมือง แต่ชารีฟกลับมองตรงข้าม

“หากมองในมุมของนักลงทุน ปัตตานีรวมถึงอีก 2 จังหวัดชายแดนใต้อาจจะดูมีความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจที่น้อยกว่ากรุงเทพฯ แต่ในขณะเดียวกันมันเป็นบลูโอเชี่ยน เป็นตลาดที่ไม่เคยมีสตาร์ทอัพเจ้าไหนลงมาเล่น นั่นหมายความว่าเราจะไม่มีคู่แข่งเลย”

Pinsouq Store สาขาปัตตานีกลายมาเป็นบริการใหม่ในรูปแบบโกดังสินค้า โดย Pinsouq จะทำหน้าที่นำสินค้าของพาร์ทเนอร์มาสต๊อกเก็บไว้ บริหารจัดการและกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภค เสมือนเป็นร้านค้าปลีก-ค้าส่งที่นำส่งสินค้าจากออนไลน์สู่ออฟไลน์

ปัจจุบัน  Pinsouq มีการขยาย Pinsouq Store กระจายออกเป็น 6 สาขา ได้แก่ ปัตตานี, ยะลา, สงขลา, ตรัง, อยุธยา และกรุงเทพมหานคร ทั้งยังมีระบบการจัดส่งอาหารสดถึงบ้านในชื่อแบรนด์ PINSOUQ DELIVERY และระบบการวางตลาด สินค้าสำหรับผู้ประกอบการในชื่อแบรนด์ PINSOUQ ACADEMY และกลายมาเป็นตลาดฮาลาลออนไลน์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“พอมาหน้าร้านสาขาแรก เราก็เริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างโปรแกรมสำหรับหน้าร้านขึ้นทำให้เรามีฐานข้อมูลที่สามารถนำมาประมวลผลเพื่อทำให้เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า เกิดเป็นบริการใหม่ PINSOUQ ACADEMY หรือระบบการวางตลาดสินค้าสำหรับผู้ประกอบการขึ้น”

ผลตอบรับจากการเป็นน้องใหม่ในตลาดออนไลน์แต่เป็นรายแรกรายเดียวที่ขายสินค้าฮาลาล บวกกับความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ของลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ที่ดี ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้มีประโยชน์สูงสุด ส่งผลให้ Pinsouq เติบโตอย่างก้าวกระโดด สามารถสร้างรายได้จากค่าคอมมิสชั่นต่อปีได้ถึง 8 หลัก เติบโตอยู่ที่ปีละ 200% เลยทีเดียว

 

แพลตฟอร์มรักบ้านเกิด ยกระดับคุณภาพชีวิต 3 จังหวัดชายแดนใต้

สำหรับเป้าหมายการเติบโตนั้น คุณชารีฟ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะสั้น พยามสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมเป้าหมายมากที่สุด โดยเฉพาะจะขยาย Pinsouq Store 60% ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น นครศรีธรรม ราช สงขลา สตูล และกระบี่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้สินค้าเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการเจ้าของสินค้าในท้องถิ่นจะได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มมากขึ้นเช่นกัน

ระยะกลาง ขยายไปในลูกค้า B2B ที่เป็นกลุ่มร้านอาหารและโรงแรมมากขึ้น เพราะมองว่า จากนี้ไปจะมีกลุ่มลูกค้า หลัก 60-70% โดยให้บริการจัดส่งวัตถุดิบแบบรายวัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า และป้องกัน Dead Stock ให้กับพาร์ทเนอร์เจ้าของสินค้าด้วย นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนลูกค้าปลายทางที่ใช้บริการดิลิเวอรี่ (B2C) โดยใช้ กลยุทธ์ระบบสมาชิกที่มาซื้อหน้าร้านเก็บข้อมูลเพื่อเชื่อมมายังอีคอมเมิร์ซ สะสมแต้มมาใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดว่าจะผลักดันสัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มเป็น 30-40%  ภายใน 2 ปี           

แผนระยะยาว 5 ปี เมื่อยอดขายมีสเกลที่ใหญ่ขึ้นในระดับแนวหน้าของตลาดสินค้าฮาลาลก็จะขยายการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ โดย PinSouq จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการติดต่อและส่งออก และใช้การเป็นศูนย์กลางตลาดอาหารฮาลาลที่มีสินค้าหลากหลายเป็นข้อได้เปรียบในการให้บริการแก่ผู้สั่งซื้อปลายทางแบบ One Stop Service

พร้อมกันนี้ ชารีฟยังบอกอีกว่า Pinsouq มีอีกหนึ่งเป้าหมายสูงสุด คือ ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และผลักดันให้คนเก่งๆ กลับไปทำงานที่บ้านเกิด เพื่อช่วยกันพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้กลายเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี เป็นซิตี้แล็บที่ใครๆ ต่างต้องนึกถึง

“เราอยากเป็นบริษัทแรกใน 3 จังหวัดที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่ 3 จังหวัด กล้าที่จะลุกมาทำสิ่งต่างๆ เพื่อพัฒนาบ้านเราให้ดีกว่าที่เป็น อยากตะโกนให้คนในพื้นที่ได้รู้ว่า เราสามารถไปถึงฝันได้โดยไม่ต้องกลัวอะไร เพราะเรายังมีหน่วยงานดีๆ ที่พร้อมสนับสนุนความฝันของเรา

Pinsouq เติบโตตามฝันแล้วก็อยากเอาโอกาสเหล่านั้นกลับไปส่งต่อให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ 3 จังหวัด  ให้เหมือนกับบุรีรัมย์ที่เคยเป็นเมืองธรรมดาๆ  แต่วันนี้ได้กลายเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีไปแล้ว อยากเห็น 3 จังหวัดเป็นแบบนั้น ส่วนตัวมองว่าถ้าเรามีสตาร์ทอัพในพื้นที่มากขึ้น การจ้างงานก็จะมากขึ้น คนเก่งจะไม่ลังเลที่จะกลับบ้าน ความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ ก็จะดีขึ้นตามไปด้วย ถ้าคนอิ่มปากอิ่มท้อง เขาจะไม่คิดไปทำเรื่องไม่ดี แล้วสถานการณ์ต่างๆ ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ เราเชื่อแบบนั้น”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.