7,326
VIEWS

“ตำรวจเนื้อเยื่อ ไทยทิชชูเคาเจอร์” สร้างอาชีพเสริมจากความชอบ สู่รายได้หลักล้าน

Oct 18, 2021 -None-

หากกล่าวถึงหลักการเศรษฐศาสตร์และการตลาดเบื้องต้น สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงเลยก็คือ ‘อุปทาน’ หรือความต้องการซื้อที่มาพร้อมกับ ‘อุปสงค์’ หรือความต้องการขายรวมกันเป็นความสัมพันธ์ที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ

แล้วหากเราพบว่าความต้องการซื้อนั้นมีมากกว่าความต้องการขายหลายเท่าตัว แน่นอนว่านั่นคือ ‘โอกาส’ ของผู้ที่สนใจศึกษาพัฒนาและลงทุนเช่นเดียวกับ ส.ต.อ.อนุวัช อินปลัด ที่ปรึกษาบริษัท ไทยทิชชูเคาเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ดำเนินกิจการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช โดยใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มจำนวนต้นพืชและพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้พืชที่เหมาะสมกับภูมิประเทศและให้ผลผลิตสูง

ชื่อนี้มีที่มา “ตำรวจเนื้อเยื่อ”         

ด้วยอาชีพหลักของ ส.ต.อ.อนุวัช ที่มีความสนใจในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จึงเริ่มประกอบกิจการภายใต้วิสาหกิจชุมชน โดยใช้ชื่อว่า วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเห็ดถังเช่า บ้านโนนสำราญ แต่เนื่องด้วยสมัยนั้น เห็ดถังเช่าเพิ่งเข้ามาในเมืองไทย ซึ่งยังไม่ได้รับการรับรองจาก อย. อีกทั้งยังไม่เป็นที่รู้จักและยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคจึงเปลี่ยนการดำเนินกิจกรรมมาเป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดในประเทศไทยที่เป็นประเทศแห่งเกษตรกรรม ดังนั้นหากทำอะไรที่เกี่ยวกับการเกษตร ย่อมมีรายได้และง่ายต่อการทำการตลาด

โดยเริ่มจากการเพาะเนื้อเยื่อกล้วยน้ำว้าและกล้วยหอม เนื่องจากพบว่าต้นอ่อนนั้นมีราคาแพง อีกทั้งยังมีปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ดังนั้นจึงหาวิธีการที่จะให้ผลผลิตได้มากกว่าเดิม นั่นก็คือ “การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ” ที่สามารถเพิ่มปริมาณจากต้นไม้ต้นเดียวเป็นจำนวนมากกว่าเท่าตัวในเวลาไม่มากนัก

หลังจากนั้นได้เข้ารับการบ่มเพาะธุรกิจ โดยศูนย์ความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และดำเนินการจัดตั้งเป็นบริษัท ไทยทิชชูเคาเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดำเนินการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช โดยการนำชิ้นส่วนต่างๆ ของพืชที่มีชีวิต อาทิ ใบ ดอก เมล็ด ก้าน และลำต้นของพืช มาเลี้ยงในสภาวะปลอดเชื้อในอาหารสังเคราะห์ มีการควบคุมสภาพแวดล้อม อาทิ แสง อุณหภูมิ ทำให้ต้นพืชเจริญเติบโตเป็นต้นอ่อน และคัดสรรต้นพืชที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง เพื่อทำการกระตุ้นต้นพืชให้เกิดรากจนสามารถนำไปเพาะปลูกได้ และจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบกิจการจำหน่ายต้นพันธุ์พืชและเกษตรกรให้ได้รับพืชพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชุมชนได้อย่างสมบูรณ์

WFH สร้างปรากฏการณ์ “ไม้ด่างฟีเวอร์”

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้หลายๆ คนต้องเปลี่ยนมาทำงานอยู่บ้านมากขึ้น นั่นทำให้คนหันมาสนใจตกแต่งดูแลบ้านและปลูกต้นไม้มากขึ้น จึงทำให้มูลค่าการซื้อขายของต้นไม้เพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่าของปี 2563

บริษัทจึงนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การดำเนินการผลิตเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและทันต่อความต้องการของลูกค้า โดยนำเครื่องไบโอรีแอ็กเตอร์มาช่วยในการขยายจำนวนต้นพืช  และได้พัฒนาใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วยในการลดค่าใช้จ่าย  อีกทั้งยังนำแอปพลิเคชันมาช่วยใช้การบันทึกข้อมูลและตรวจสอบจำนวนการผลิต ทำให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและตรวจสอบได้ทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

อีกทั้งยังนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้โดยการนำ “นุ่น” มาทดแทนวุ้น ซึ่งเป็นคนแรกในการคิดค้น เพื่อจำลองการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแบบการปลูกพืชไฮโดรโปรนิกส์ ทำให้พืชสามารถแตกตัวได้ดีและแตกตัวเป็นจำนวนมากถึง 5 เท่า ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอต่อตามความต้องการของลูกค้า

ผลผลิตของความพยายามและความมุ่งมั่น

ด้วยความพยายามและความตั้งใจที่มุ่งมั่นของ ส.ต.อ.อนุวัช ที่ไม่หยุดที่จะการเรียนรู้ ทำให้ปัจจุบัน บริษัท ไทยทิชชูเคาเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สามารถคิดค้นและพัฒนาพืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้นรวมแล้วกว่า 150 สายพันธุ์ และไม้ด่างอีกกว่า 140 สายพันธุ์

อีกทั้งความกล้าที่เปลี่ยนตลาดจากเห็ดถังเช่ามาเป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พร้อมต่อยอดทั้งตัวแบรนด์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ามาโดยตลอด ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมียอดขายเฉลี่ยสูงถึง 5 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมในปี 2563 ที่มียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 แสนบาทต่อเดือน นั่นจึงเป็นบทสรุปที่ชัดเจนว่า เราทุกคน สามารถประสบความสำเร็จได้ หากไม่หยุดที่จะมองหาโอกาสและพัฒนาต่อเติมความรู้ให้ตัวเอง

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.