3,226
VIEWS

“สยามดิสคัฟเวอรี่” ชู Co-creation สร้างศูนย์การค้าให้เป็น “ไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้”

Sep 28, 2021 R.Somboon

การจับมือกับ ซี- ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการไอที และยังเป็น Tech Promoter ชั้นนำของประเทศไทย ในการเปิดร้าน ร้าน “CEE.Store” ร้านไอทีแกดเจ็ทไลฟ์สไตล์แนวใหม่แห่งแรกในประเทศไทย ในโซน “ดิจิทัลแล็บ” ของสยามดิสคัฟเวอรี่ คือการสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทำตลาดของสยามดิสคัฟเวอรี่ ศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์ได้เป็นอย่างดีถึงการนำแนวทางในเรื่องของการ Co-creation เข้ามาใช้ในการทำตลาด

ไม่เพียงเท่านั้น การเปิดร้าน “CEE.Store” ยังเป็นการบ่งบอกให้เห็นถึงรูปแบบการทำตลาดของสยามดิสคัฟเวอรี่ ที่วางตัวเองเป็น “ไฮบริด รีเทล” ที่ผสมผสานระหว่างการเป็นศูนย์การค้ากับห้างสรรพสินค้าได้อย่างลงตัว ซึ่งไฮบริด รีเทล นี้ ถูกวางไว้ตั้งแต่การปรับโฉมครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างความแตกต่างภายใต้คอนเซ็ปต์ The Icon of Innovative Lifestyle  หรือศูนย์การค้าภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นผู้นำแห่งการนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ให้ชีวิต

หากจะอธิบายให้เห็นภาพของการเป็นไฮบริด รีเทล ของสยามดิสคัฟเวอรี่ ก็คือ การเป็นศูนย์การค้าที่ไม่ได้มีเพียงแค่การเข้ามาเปิดช็อปของแบรนด์พันธมิตร แต่ยังมีพื้นที่ในส่วนที่เป็น “โอเพ่น สเปซ” ที่ถูกวางไว้ถึง 50% ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่ในส่วนนี้จะเป็นการหาสินค้ามาวางขาย โดยจะปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์และความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ภายใต้แนวคิดของการวางตัวเองให้เป็น “ไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้” ของคนแต่ละกลุ่ม

มิกซ์หลักๆ ของสยามดิสคัฟเวอรี่ จะมี 3 ส่วนสำคัญคือ แฟชั่นจากแบรนด์ดังๆ ที่เข้ามาเปิดช็อป เน้นไปที่การเป็นแบรนด์ชื่อดังในคอนเซ็ปต์ของร้านที่ไม่แตกต่างจากต่างประเทศ อย่างแบรนด์ Issey Miyake เป็นต้น ส่วนที่ 2 จะเป็นพื้นที่ที่เป็น Sustainability เน้นสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้โซน Ecotopia และสุดท้ายจะเป็นโซนที่เกี่ยวข้องกับ Innovation คือดิจิทัลแล็บ ซึ่งจะนำเสนอสินค้าไอที และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นสมาร์ทลิฟวิ่ง ซึ่งพื้นที่ในส่วนนี้เพิ่งมีการรีโนเวทเรียบร้อย แล้ว โดยนำร้าน “CEE.Store” เข้ามาเปิดเป็น 1 ใน 8 โซนหลักของดิจิทัลแล็บ

ชัยโรจน์ ศรีเดชะรินทร์กุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทลโฮลดิ้ง จำกัด บอกว่า การเป็นไฮบริด รีเทล ของสยามดิสคัฟเวอรี่ นั้น จะเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า เนื่องจากสยามดิสคัฟเวอรี่ เป็นศูนย์การค้าขนาดไม่ใหญ่นักมีพื้นที่ประมาณ 30,000 ตารางเมตร โดยหัวใจสำคัญของการทำตลาดในรูปแบบดังกล่าวนั้น จะมีแกนหลักคือเรื่องของการ Co-creation และ Creating Shared Values ซึ่งเป็นโมเดลที่มุ่งเน้นการใช้สร้างความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้สอดรับกับคอนเซ็ปต์ของการเป็นThe Icon of Innovative Lifestyle

“ในปี 2563-2564 ที่ผ่านมามีการ Co-creation ที่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการค้าปลีก ได้แก่ การเปิดตัว Ecotopia โฉมใหม่ที่มุ่งเน้นสินค้าด้าน Sustainability โดยสยามดิสคัฟเวอรี่ร่วมทำงานกับผู้นำความคิด แบรนด์สินค้าภายใต้แนวคิดรักษ์โลกมากมาย และการเปิดตัว Her Lab โฉมใหม่ซึ่งได้จับมือกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำและแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก ขณะที่ล่าสุด สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ไฮบริดรีเทลแห่งแรกของประเทศไทยที่ผสมผสานสินค้าบริการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่ปรารถนาการค้นพบสไตล์ของตนเอง ขณะเดียวกันก็ต้องการร่วมมีประสบการณ์ที่แปลกใหม่กับผู้อื่นที่มีความสนใจเดียวกันในแบบไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ โดยในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา สยามดิสคัฟเวอรี่ได้ถือโอกาสปรับโฉมใหม่ของพื้นที่ดิจิทัล แล็ซึ่งเป็นโซนที่นำเสนอสินค้าด้านไลฟ์สไตล์เทคโนโลยี ไอที แกดเจ็ท ที่แปลกล้ำนำเทรนด์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับสยามดิสคัฟเวอรี่ติดอันดับ Top5 มาโดยตลอด”

การเปิดร้าน CEE.Store แห่งแรกนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ Techno Fashion Lifestyle ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีทำให้ชีวิตขับเคลื่อนไปข้างหน้าในสถานการณ์ปัจจุบัน เป็น New Smart Lifestyle ใหม่ที่ต้องการ จุดกระแสการเลือกใช้สินค้าไอทีแกดเจ็ทที่ให้ความสำคัญในการ ใช้ให้คุ้ม ใช้ให้เก่ง โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป้าหมายแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม Trendsetter / Gadgets-Lovers / Early Adopter ผู้นำเทรนด์ ผู้หลงใหลนวัตกรรมใหม่ที่ชอบอัพเดทก่อนใคร ชอบมีอุปกรณ์ทันสมัยไปครอบครองก่อนใคร , กลุ่ม Smart-Living Users คนที่ชอบใช้ชีวิตติดความทันสมัย รายล้อมไปด้วยของอัจฉริยะตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า จนไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้อำนวยให้เกิดความสะดวกสบาย, และกลุ่ม Techno Fashion ผู้ที่ใช้ชีวิตในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดทั้งด้านแฟชั่นและฟังก์ชั่น เน้นความสวยงามด้านการดีไซน์ผสมผสานกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ยกระดับภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูมีรสนิยม

ชัยโรจน์ บอกว่า การ Co-creation ถือเป็นแนวทางที่สามารถทำให้สยามดิสคัฟเวอรี่ ทำตลาดได้อย่างแตกต่างจากศูนย์การค้าอื่นๆ ขณะเดียวกัน ยังสามารถรองรับกับเทรนด์ใหม่ๆ ของตลาดที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาได้เป็นอย่างดี อย่างโซนดิจิทัล แล็บ จะเป็นอีก  1 ความแตกต่างที่เรามองเห็นเทรนด์ว่า ผู้บริโภคต้องการสินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอช่างมาติดตั้งให้ที่บ้าน ความต้องการในรูปแบบนี้ นอกจากจะทำให้เราไม่ขายสินค้าที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่แล้ว เรายังเน้นไปที่การให้คำแนะนำอย่างผู้เชี่ยวชาญของพนักงานขายในร้าน

 

เขายังบอกอีกว่า นอกจากการปรับเรื่องของเมอร์เชนไดส์ใหม่ เพื่อรองรับการกลับมาของลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวแล้ว สิ่งที่เราจะทำอีกอย่างก็คือการพัฒนาในรูปแบบของ “Lab Expert” ในคอนเซ็ปต์ของห้องทดลอง เพื่อให้พนักงานของสยามดิสคัฟเวอรี่ มีความรู้เรื่องของสินค้าที่พร้อมจะอธิบายให้กับลูกค้าแบบรู้ลึก รู้ทุกเรื่อง เพราะทิศทางการขายสินค้าต่อจากนี้ไปลูกค้าต้องการคำอธิบายที่สามารถนำไปใช้ได้เองโดยไม่ต้องคอยให้เข้ามาบริการถึงบ้าน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนที่มีผลมาจากการระบาดของโควิด –19

“เราต้องการสร้างให้สยามดิสคัฟเวอรี่ เป็นที่ที่คนจะเข้ามาซื้อของขวัญให้กันในทุกๆ วัน ทุกโอกาส การให้คำแนะนำที่ดี จะช่วยเอนเกจพวกเขาที่สามารถต่อยอดไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การ Co- Creation กับคนที่ Expert ในเรื่องนั้น อย่างการ Co-creation กับคุณซี คือตัวอย่างในเรื่องนี้ เพราะคุณซีมีภาพจำค่อนข้างดีในฐานะของในฐานะผู้รู้จริง และเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด สามารถเข้ามาช่วยสร้าง Community ของคนที่มีไลฟ์สไตล์ในเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.