“เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่” กับคำตอบ ทำไมแบรนด์ใหญ่จึงขอเอี่ยวตลาดร้านกาแฟ

Oct 08, 2021 R.Somboon

หากมองเข้ามาที่ตลาดกาแฟของบ้านเราจะพบว่า มูลค่าตลาดกาแฟในประเทศไทย มีประมาณ 64,700 ล้านบาท ในจำนวนนั้นแบ่งออกเป็นตลาดกาแฟในบ้าน 38,000 ล้านบาท และตลาดกาแฟนอกบ้าน 26,700 ล้านบาท

เมื่อมองเข้ามาที่ตลาดกาแฟนอกบ้านแล้วจะแบ่งออกได้เป็นมูลค่าธุรกิจร้านกาแฟกว่า 17,000 ล้านบาท ความน่าสนใจของตลาดร้านกาแฟจะอยู่ที่การตอบโจทย์เทรนด์ในเรื่องของ Café Hopping ซึ่งมาจากคำว่า Cafe ที่หมายถึง ร้านกาแฟ และ Hopping ที่แปลว่ากระโดด เมื่อรวม 2 คำเข้าด้วยกันจะหมายถึงคนที่ชอบไปร้านกาแฟเป็นประจำ ซึ่งในบ้านเรากำลังมีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจ ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟที่เติบโตด้วยตัวเลข 2 หลักมาตลอดในช่วงไม่กี่ปีมานี้

การเติบโตที่น่าสนใจนี้ ทำให้เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟดังที่ครองตลาดการดื่มกาแฟในบ้านมาอย่างยาวนาน ขยับตัวเข้ามาเล่นในตลาดร้านกาแฟ ไล่ตั้งแต่ การเปิดเนสกาแฟ ฮับ ร้านกาแฟบนสถานีรถไฟฟ้าที่เป็นตัวจุดประกายสู่การทำตลาดร้านกาแฟในรูปแบบของ B2B ภายใต้แบรนด์เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ที่ดูแลโดยกลุ่มธุรกิจ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ทำตลาด B2B กลุ่มฟู้ดเซอร์วิส ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเครื่องดื่ม สถาบันการศึกษา และสำนักงานในทุกช่องทางของเนสท์เล่

สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ การเข้าตลาดร้านกาแฟด้วยรูปแบบของการขายแฟรนไชส์นี้ จะเข้ามาเป็นตัวช่วยเติมเต็มอีโคซิสเต็มของธุรกิจกาแฟให้กับเนสท์เล่ได้เป็นอย่างดี ไล่ตั้งแต่การมีโปรดักต์ในรูปแบบของกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ 3 in 1 กาแฟพร้อมดื่มหรือ RTD ที่แม้จะตอบโจทย์ในเรื่องของความสะดวกสบายและสามารถเชื่อมโยงไปกับการดื่มกาแฟนอกบ้านได้ แต่การมีแบรนด์ร้านกาแฟของตัวเอง น่าจะทำให้เนสท์กาแฟมีความสมบูรณ์แบบในการทำตลาดกาแฟมากยิ่งขึ้น

 

เครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า บอกกับเราว่า เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ เริ่มต้นขึ้นจากโจทย์ของผู้ที่อยากเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟสด ที่หลายคนอยากเปิดร้านกาแฟแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน ไม่แน่ใจว่าเปิดร้านแล้วจะมีฐานลูกค้ามากพอหรือไม่ ไหนจะเรื่องสูตรเครื่องดื่มและการบริหารจัดการร้าน ที่ล้วนเป็นความท้าทายในการเริ่มต้นธุรกิจ เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ จึงริเริ่มโมเดลธุรกิจแบบ One-Stop Business Solution ที่จะช่วยให้คนที่มีฝันอยากเปิดร้านกาแฟ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประสบความสำเร็จกับธุรกิจร้านกาแฟสดได้ ซึ่งหมายถึงมีกำไรและอยู่ในธุรกิจต่อเนื่องยาวนาน โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การเปิดร้าน หรือมีทักษะการชงกาแฟมาก่อน

“จุดเด่นของเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ที่แตกต่างจากคนอื่น คือเป็น Business Solution โดยเป็นโมเดลธุรกิจร้านกาแฟที่คุ้มค่า ผู้ประกอบการจ่ายเพียงครั้งเดียวและได้ครบทุกอย่างให้พร้อมเปิดร้านภายใน  1 เดือน เราไม่ใช่แฟรนไชส์ร้านกาแฟที่มีการหัก GP จากยอดขาย”

สิ่งที่เป็นจุดแข็งอีกอย่างของการทำแฟรนไชส์ร้านกาแฟในครั้งนี้ก็คือ การนำเสนอโมเดลของร้านที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถเลือกได้ตามความต้องการในการทำธุรกิจร้านกาแฟของตัวเอง โดยมี 4 โมเดลธุรกิจ ไล่ตั้งแต่ Signature Kiosk บูทในพื้นที่ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับ Shop in Shop ราคา 249,000 บาท คนที่ลงทุนในโมเดลนี้ส่วนใหญ่จะมีร้านอาหารอยู่แล้ว มีทำเลดี ๆ ริมถนน เพื่อใช้โมเดลธุรกิจนี้ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มขึ้นThe Counter เคาน์เตอร์เหมาะสำหรับพื้นที่ในห้างหรือตึกออฟฟิศที่รองรับระบบน้ำไฟ ราคา 505,000 บาทFit in Space ร้านแบบ Build-in เหมาะสำหรับร้านในอาคารพาณิชย์ ห้องแถว ราคา 825,000 บาทThe Stand Alone ร้านโครงสร้างใหม่เหมาะสำหรับสร้างบนพื้นที่เปล่า ราคา 1,205,000 บาท ที่มีมุมกาแฟและร้านดีไซน์เก๋ ๆ ไว้ดึงดูดลูกค้าที่เป็น Café Hoppers เน้น Photogenic ให้มาถ่ายรูปสวย ๆ ในร้าน

 

ขณะที่เรื่องของเมนูกาแฟนั้น จะมีเมนูหลากหลายที่เป็น 18 เมนูเครื่องดื่มประจำ 2 ซิกเนเจอร์เมนู และ 2 ซีซันนั่ลเมนู ที่เปลี่ยนทุกๆ ไตรมาส เพื่อสร้างสีสัน และดึงดูดลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำ จำหน่ายในราคาแก้วละ 45-50 บาท  ซึ่งถือเป็นราคาที่จับต้องได้ และน่าจะช่วยขยายตลาดร้านกาแฟให้เข้าสู่ฐานคนดื่มที่กว้างมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับกาแฟของออล์คาเฟ่ ที่ขยายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

เนสกาแฟ สามารถเปิดร้านเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ได้แล้ว 26 สาขา กระจายอยู่ทุกภูมิภาค ตามเป้าหมายที่วางไว้ ภายในปี 2565 จะมีสาขาของเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ได้มากกว่า 200 สาขา ซึ่งการมีโมเดลของร้านที่หลากหลายในต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก น่าจะเข้ามาช่วยทำให้สามารถขยายสาขาได้เร็วมากขึ้น

ที่ผ่านมา ตลาดรวมกาแฟมูลค่ากว่า64,700 ล้านบาท นั้น ถูกถือครองส่วนแบ่งโดยเนสกาแฟในหลายเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ 3 in 1 ที่เนสกาแฟมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% หรือกาแฟผงสำเร็จรูปที่รู้จักกันดีในนามเนสกาแฟ เรดคัพ ค่ายนี้ก็มีแชร์อยู่ถึง 84 – 85% ขณะที่กาแฟพร้อมดื่ม เนสกาแฟมีแชร์อยู่ประมาณ 32%ถือว่าครองตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้

อย่างไรก็ตาม เทรนด์ของการดื่มกาแฟคั่วบดที่มาจากการเขย่าของเชนร้านกาแฟดัง ทำให้คอกาแฟมีการยกระดับการดื่มกาแฟของตัวเองไปสู่ทิศทางดังกล่าว แม้เนสกาแฟจะมีการนำกาแฟคั่วบดเข้ามาเป็นส่วนผสมของกาแฟแต่ละตัวที่ทำตลาด แต่ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมชมชอบเข้าร้านกาแฟก็ทำให้เนสกาแฟไม่อาจจะตกขบวนในเรื่องนี้ได้

เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ จึงเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาช่วยเติมเต็มให้ Nescafe Ecosystem ให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นเพื่อรองรับการดื่มกาแฟนอกบ้าน ถือเป็นมิติใหม่ที่ทำให้เนสกาแฟมีความครบวงจร เพราะก่อนหน้านั้น เนสกาแฟมี “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสไตล์คาเฟ่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ไม่สะดวกชงกาแฟดื่มที่บ้าน ขณะที่เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ จะเป็นโมเดลธุรกิจร้านกาแฟสดที่นำความเชี่ยวชาญด้านกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นวิธีชง สูตรกาแฟ และการบริหาร เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ธุรกิจร้านกาแฟถือเป็นการนำเสนอประสบการณ์กาแฟสดสไตล์คาเฟ่ให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายและแพร่หลายยิ่งขึ้น

 

เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ จะให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟดิบ ระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการพัฒนาสูตรชงโดยบาริสต้าที่มีความชำนาญเรื่องกาแฟโดยเฉพาะ โดยเมล็ดกาแฟสด NESCAFÉ Aromatico ในร้านเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ เป็น Signature Blend จากเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าและโรบัสต้าชั้นดี สูตรเฉพาะของทางเนสกาแฟ ที่ผ่านการคั่วระดับกลาง ให้กลิ่นหอมกรุ่น เข้มข้น เต็มรสชาติกาแฟ มีความฉ่ำบาลานซ์ฟรุ๊ตตี้พร้อมกลิ่นสัมผัส ของช็อกโกแลตเบา ๆ

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นการส่งเสริมและสอดคล้องกับแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability) ของแบรนด์เนสกาแฟ โดยเมล็ดกาแฟที่ใช้ในร้านเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ จะเป็นเมล็ดกาแฟที่ปลูกขึ้นตามหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐานในการทำ สวนกาแฟที่เป็นมาตรฐานสากลอันประกอบด้วยข้อห้าม 10 ข้อ (เช่น การใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงานที่ไม่เต็มใจ การตัดไม้ทำลายป่า การใช้ยากำจัดศัตรูพืชที่ถูกห้ามใช้) และหลักการควรปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตกาแฟให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และมีการเพาะปลูกกาแฟที่มีความยั่งยืน ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับดินและน้ำ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแบรนด์เนสกาแฟในเรื่องของความยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ยังเลือกใช้แก้วพลาสติกที่รีไซเคิลได้ 100% รวมถึงการใช้ปลอกแก้วและหลอดกระดาษเพื่อลดการใช้พลาสติก และในต้นปีหน้า เราจะมีแคมเปญการตลาดใหม่ ๆ เพื่อรณรงค์และส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟอีกรูปแบบที่จะเชื่อมโยงมาสู่แบรนด์เนสกาแฟได้เป็นอย่างดี

“เรามองถึงการผลักดันแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ เพราะด้วยเทรนด์ของ Café Hopping ทำให้การเข้าร้านกาแฟกลายเป็นแฟชั่น ทำให้เกิดกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่เช่น กลุ่มมิลเลนเนียล ตั้งแต่นักศึกษามหาวิทยาลัยไปถึงวัยทำงาน”

ทั้งหลายทั้งปวงแล้ว การขยับตัวครั้งนี้ ยังน่าจะส่งผลมายังภาพรวมของแบรนด์เนสกาแฟ ที่จะทำให้สามารถดึงคอกาแฟรุ่นใหม่ให้เข้ามาเติบโตคู่ไปกับแบรนด์ในระยะยาวได้....

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.