Nissan เปลี่ยนโรงงานเป็น High-Tech Green Factory รับยุครถยนต์ไฟฟ้า

Oct 10, 2021 P.Patikom

บริษัท Nissan Motor หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก วางแผนที่จะใช้เงินมากกว่า 130 พันล้านเยน (1.2 พันล้านดอลลาร์) เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ซึ่งจะทำให้โรงงานของ Nissan ทั่วโลกมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดมลภาวะ และพร้อมที่จะผลิตรถยนต์สำหรับยุคอนาคต เช่น รถยนต์ไฟฟ้า

Hideyuki Sakamoto รองประธานบริหาร Nissan (Nissan Executive Vice President) ได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า การดำเนินการนี้อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Intelligent Factory Initiative” ของ Nissan ที่ได้ใช้เงินไปแล้วประมาณ 33 พันล้านเยน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในการติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีสูงที่โรงงานในเมือง Tochigi ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้วางแผนที่จะนำ ความคิดริเริ่มแบบเดียวกันนี้ไปใช้กับโรงงานหลักในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา

 

สำหรับโรงงานแห่งอื่นที่ Nissan กำลังจะมีการลงทุนใหม่ ได้แก่ โรงงาน Oppama และ Kyushu ในญี่ปุ่น และโรงงาน Canton และ Smyrna ในสหรัฐอเมริกา การลงทุนในโรงงานสองแห่งหลังนี้จะสูงถึง 70 พันล้านเยน ในขณะที่โรงงานในญี่ปุ่นทั้งสองแห่งข้างต้นจะได้รับเงินจำนวนเท่ากันกับโรงงานที่ Tochigi ซึ่งรองประธาน Sakamoto ประมาณการว่า อุปกรณ์ใหม่จะถูกติดตั้งที่โรงงานเหล่านั้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลาประมาณเจ็ดปี

ในส่วนของโรงงานของ Nissan ในเมือง Toshigi ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แล้วนั้น เทคโนโลยีที่ติดตั้งในโรงงาน ได้แก่ ระบบการผลิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ระบบการฝึกอบรมที่ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง Virtual Reality (VR) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกอบรมมากขึ้น และ ติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติใหม่ของสายการผลิต ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์การผลิตต่างๆ ในโรงงานนี้ Nissan จะใช้แหล่งพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และเซลล์เชื้อเพลิง (Fuei Cells) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดการปล่อยมลพิษก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงงานลง 41% ในปี 2030 เมื่อเทียบกับปี 2019, Sakamoto กล่าว

โรงงานของ Nissan ที่เมือง Toshigi นี้ มีพื้นที่ 2.9 ล้านตารางเมตร (717 เอเคอร์) ผลิตรถยนต์ได้ประมาณ 250,000 คันต่อปี ที่รวมถึงรถในแบรนด์ Infiniti หลายรุ่น โรงงานของ Nissan ที่ Tochigi เป็นโรงงานที่ถูกออกแบบให้เป็นแบบอย่างในด้านการใช้เทคโนโลยีก้าวหน้าต่างๆ สำหรับโรงงานของ Nissan ทั่วโลก

Nissan มีกำหนดจะเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเรือธงอย่าง Ariya ที่โรงงานในเมือง Tochigi ในปีงบประมาณนี้ รถยนต์ไฟฟ้า Ariya เป็นรถยนต์ไฟฟ้าประเภท Crossover และเป็นหนึ่งในรถยนต์ใหม่ 12 รุ่น ที่ Nissan วางแผนที่จะนำออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงาน Nissan Next ขณะที่นักวิเคราะห์ได้เน้นย้ำว่า รถรุ่นนี้เป็นหัวใจสำคัญของประสิทธิภาพในอนาคตของ Nissan ซึ่ง Nissan ได้โน้มน้าวให้ลูกค้าเห็นว่า รถยนต์รุ่นนี้เกิดจากการหลอมรวมประสบการณ์หลายทศวรรษในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า


 

Nissan กล่าวว่า รถยนต์ไฟฟ้า Ariya จะใช้ลวดทองแดงพันแน่น (Tightly-wound Copper Wire) แทนที่แม่เหล็กที่ใช้กันทั่วไปในมอเตอร์ ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของส่วนประกอบมอเตอร์ให้ดีขึ้นเมื่อเดินทางด้วยความเร็วสูง และหมายความว่า สามารถลดการใช้โลหะหายาก (Rare Earth) ที่มีราคาแพงและมีความเสี่ยงด้านอุปทาน (Supply-risky) ได้

โรงงานที่ Tochigi ได้นำชุดแว่นตาสวมหัวแบบ Mix-reality Headsets (เป็นชุดแว่นตาสวมหัวที่ผสมเทคโนโลยีเสมือนจริง Virtual Reality และเทคโนโลยีความจริงเสมือน Augmented Reality เข้าด้วยกัน) มาใช้เพื่อฝึกพนักงานให้ดำเนินการตามกระบวนการต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบชิ้นส่วนยานยนต์ที่ซับซ้อนเพื่อหารอยขีดข่วนหรือการเปลี่ยนรูปที่ทำให้เสียหาย เมื่อใช้ชุดแว่นตาสวมหัวเพื่อดูเครื่องจักร คำแนะนำจะปรากฏขึ้นในอากาศตรงหน้า และลูกศรจะชี้ไปที่ส่วนที่ต้องตรวจสอบ พนักงานยังสามารถเดินไปรอบๆ และตรวจสอบการทำงานกับภาพจำลองของรถยนต์ได้

ความพยายามอีกประการในการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงาน คือ Nissan ยังได้ติดตั้งจอมอนิเตอร์ในห้องควบคุมบนชั้น 2 ของอาคารโรงงานมากถึง 27 จอ เพื่อให้พนักงานสามารถตรวจสอบปัญหาใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นในสายการผลิต เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งกระจายอยู่ทั่วพื้นโรงงานจะเตือนถึงปัญหาต่าง ๆ และพนักงานที่ใช้ชุดกล้องถ่ายภาพสวมหัวและแท็บเลตจะถูกส่งไปยังไซต์งาน และจะให้คำแนะนำโดยจอมอนิเตอร์เกี่ยวกับวิธีแก้ไขปัญหาหากเกิดขึ้น ซึ่ง Nissan ประเมินว่า ระบบนี้ช่วยลดเวลาการกู้คืนอุปกรณ์ลง 30%


Cr : Bloomberg | Quint

Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.