สยามพิวรรธน์ ปั้นอีโคซิสเท็มรุกค้าปลีกโลก วางเป้า 3 ปีขยายสาขาใน 11 ประเทศ

Oct 12, 2021 R.Somboon

การรุกเข้าไปเปิด “มัลติแบรนด์สโตร์” ในโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ พาวิลเลียน บูกิต จาลิลของกลุ่มพาวิลเลียน กรุ๊ป ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของสยามพิวรรธน์ ในการสยายปีรุกตลาดค้าปลีกต่างประเทศของผู้เล่นรายนี้ ที่ไม่เพียงแต่จะเป็นบทดสอบแรกเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนโครงการนำร่องที่สยามพิวรรรธน์มีเป้าหมายในการขยายสาขาเข้าไปเปิดในต่างประเทศ โดยมีหมุดหมายที่ชัดเจนในกลุ่มประเทศเอเชีย อย่างมาเลเซีย ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงกลุ่มประเทศยุโรป พร้อมมองถึงการขยายสาขาเข้าไปใน 11 ประเทศภายใน 3 ปีนับจากนี้ไป โดยกำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ อย่างในประเทศจีน แม้จะมีลูกค้าของสยามพิวรรธน์เป็นจำนวนมาก แต่การเข้าไปเปิดสาขาจะมีขั้นตอนมากมาย จึงต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนจะเข้าไปเปิดสาขา

ความน่าสนใจต่อแผนรุกดังกล่าวนี้ น่าจะอยู่ที่ การมองเห็นทิศทางของการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไปทำให้ไม่สามารถรอนักท่องเที่ยวถือเป็นลูกค้าหลักกลุ่มหนึ่งของสยามพิวรรธน์ให้เข้ามาช้อปปิ้งในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่การทำธุรกิจค้าปลีกในช่วงเวลาถัดจากนี้ไปจะเป็นการสร้างโอกาสจากการรุกเข้าหานักท่องเที่ยวถึงประเทศของพวกเขา

 

ขณะที่สยามพิวรรธน์เอง ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่ามีการปรับโครงสร้างการทำธุรกิจออกมาค่อนข้างจะชัดเจน นอกจากจะพัฒนาศูนย์การค้าในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน ไอคอนสยาม หรือสยามพรีเมียมเอ้าท์เล็ต แล้ว ยังมีการแตกโครงสร้างออกมาทำธุรกิจค้าปลีกด้วย โดยมีการสร้างแบรนด์ร้านค้าปลีกของตัวเองขึ้นมา เพื่อให้สอดรับกับ Positioning ของแต่ละศูนย์การค้าในเครือ ขณะเดียวกัน ยังมองถึงการสร้างให้เป็นจุดขายที่แตกต่างให้กับแต่ละศูนย์อีกด้วย

3 แบรนด์หลักของค้าปลีกในเครือคือ Ecotopia  ICONCRAFT และ Absolute Siam คือแม่เหล็กสำคัญที่ถูกสร้างขึ้น บนแนวคิดของการทำค้าปลีกยุคใหม่โดยจับเอาเทรนด์ของนักช้อปเข้ามาเล่น ไล่ตั้งแต่ Ecotopia ที่เป็นร้านค้าปลีกที่นำเสนอสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีการ Co – Creation กับ 12 Eco Co-Creators และคนรุ่นใหม่ เพื่อนำเสนอพื้นที่สร้างสรรค์จากกลุ่มคนรักษ์โลกตัวจริง และสร้างประสบการณ์ใหม่ของคำว่าอีโค่ที่เข้าถึงง่ายและเป็นเรื่องใกล้ตัว

ICONCRAFT สยามพิวรรธน์ เปิดแบรนด์นี้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่รวมผลงานจากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศที่ใหญ่ที่สุด พร้อมเชิดชูภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยในมุมมองใหม่ลงบนงานหัตถศิลป์ ไอคอนคราฟต์จึงเป็นเสมือนประตูแห่งโอกาสให้กับช่างฝีมือและผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่า 800 รายจากทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจแบบโมเดิร์นเทรด โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ การตลาด ตลอดจนการจัดการด้านการเงินต่างๆ  ถือเป็นการสร้างระบบนิเวศของธุรกิจค้าปลีก (Retail Ecosystem) ที่สร้างความสำเร็จร่วมกัน โดยแบรนด์ ICONCRAFT นั้นประกอบไปด้วยสินค้าประเภทต่างๆ มากมาย ได้แก่ อัญมณี  ของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน งานดีไซน์ งานศิลปะไทย  สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าในชีวิตประจำวัน  เครื่องหอม  อาหาร และขนม

Absolute Siam ศูนย์รวมสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์  ภายใต้ไอเดียไทยดีไซน์เนอร์ มีจุดเด่นคือ คอลเลคชั่นเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่นและของที่ระลึกต่างๆ ที่สร้างสรรค์ด้วยดีไซน์แปลกใหม่จากการร่วม Collaborate ระหว่างแบรนด์ดีไซน์เนอร์ไทยชื่อดัง หรือสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟแบบไม่เคยมีมาก่อน

ทั้ง 3 แบรนด์ จะถูกนำไปเปิดในรูปแบบมัลติแบรนด์สโตร์ในประเทศมาเลเซีย ในโซนดิสคัฟเวอรี่ สยาม บนพื้นที่กว่า 1,200 ตร.ม ของศูนย์การค้า พาวิลเลียน บูกิต จาลิล ซึ่งพาวิลเลียน กรุ๊ป ถือเป็นพันธมิตรสำคัญของสยามพิวรรธน์ การขยายสาขาเข้าไปเปิดในครั้งนี้จึงเป็นอีกการรุกตลาดที่ค่อนข้างลงตัว

 

อุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัดบอกว่า สาเหตุที่เลือกมาเลเซียเป็นประเทศแรกที่รุกออกไปนั้น นอกจาการเติบโตของเศรษฐกิจและการขยายตัวของคนชั้นกลางที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญแล้ว นักท่องเที่ยวมาเลเซียยังถือเป็นลูกค้าสำคัญที่มาช้อปในศูนย์การค้าในเครือของสยามพิวรรธน์โดยติดท็อป 5 ในช่วงที่ผ่านมา และ 3 แบรนด์ร้านค้าปลีกข้างต้น เนื่องจากเป็นแบรนด์ยอดนิยมของคนมาเลเซีย  มาจากดาต้าที่สยามพิวรรธน์มีการจัดเก็บ โดยลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่งคือสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี ร่วมกับลูกค้าชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลีและยุโรป ขณะที่การใช้จ่ายของลูกค้าคนไทยเฉลี่ยกว่า 2,000 บาทต่อคนต่อครั้ง ขณะที่ลูกค้าชาวต่างชาติเฉลี่ย 3,500 บาทต่อคนต่อครั้ง สูงกว่าคนไทย 30-40%

“มาเลเซีย เป็นตลาดที่ค่อนข้างมีศักยภาพ ประกอบกับการได้พันธมิตรที่ดีอย่างพาวิลเลียน กรุ๊ป ซึ่งน่าจะทำให้เราสามารถขยายสาขาเข้าไปเปิดได้ไม่ต่ำกว่า 3 สาขา ภายในระยะเวลา 2 ปี โดยเบื้องต้นทั้ง 3 แบรนด์ที่เปิดให้บริการในมาเลเซีย จะวางจำหน่ายกว่า 1,000 รายการ จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 300 ราย ถือเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลกด้วย”

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ยังให้มุมมองที่น่าสนใจอีกว่า การทำธุรกิจค้าปลีกในยุคนี้ จะใช้วิธีการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยแนวคิดของการ Co –Creation เพื่อสร้างแพล็ตฟอร์มหรืออีโคซิสเท็มในการขับเคลื่อนการเติบโตแบบยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วนที่อยู่ในอีโคซิสเท็ม ซึ่งนอกจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นส่วนสำคัญแล้ว การรุกตลาดต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้องมีพันธมิตรระดับโลก โดยพาวิลเลียน กรุ๊ป นั้น เป็นหนึ่งพันธมิตรทางธุรกิจที่ได้ร่วมเป็น Global Privilege Partners ของสยามพิวรรธน์ซึ่งมีอยู่ทั่วโลก ที่ผ่านมาได้มอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าของศูนย์การค้าต่างๆ ที่อยู่ในความร่วมมือมาโดยตลอด  การร่วมกันนำสินค้าของประเทศไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศเป็นอีกก้าวสำคัญของการมีเครือข่ายพันธมิตรในระดับผู้นำธุรกิจที่แข็งแกร่งของสยามพิวรรธน์

การรุกเข้าหาลูกค้าในต่างประเทศ ยังมีในส่วนของแพล็ตฟอร์มออนไลน์ที่นอกจากแพล็ตฟอร์มของเราเองแล้ว ยังมีการศึกษาถึงแพล็ตฟอร์มอื่นๆด้วย อย่างไรก็ตาม การเปิดสาขาจะเข้ามาช่วยเติมเต็มประสบการณ์ในการช้อปของลูกค้า ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

 

สยามพิวรรธน์

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.