5,362
VIEWS

5 Moment & Lessons Learn จากธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้อยู่เบื้องหลัง Robinhood

Oct 26, 2021 T.Wipaporn

ในรอบปีที่ผ่านมา หลายๆ ธุรกิจได้มีการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหวมากมายหากมองในวงการตลาดแบรนด์ที่ดังอันดับ 1 ก็น่าจะเป็น Aerosoft ที่อาศัยจังหวะของการแข่งขันฟุตบอลยูโรฟ่าสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์เป็นที่จดจำภายในช่วงข้ามคืน
ส่วนอันดับ 2 ก็ตกเป็นของ Robinhood แอปพลิเคชั่นฟู้ดดิลิเวอร์รี่น้องใหม่ ที่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนาและให้บริการแพลตฟอร์ม “โรบินฮู้ด” ได้สรุป 5 เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้โรบินฮู้ดเติบโตจากแอปพลิเคชันขนาดเล็ก มาสู่ขนาดกลางภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี

5 Moment that Defined Robinhood – 5 เหตุการณ์ที่ทำให้โรบินฮู้ดมีวันนี้

1. Idea Moment (16th April 2020)

จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการช่วยเหลือ “คนตัวเล็ก” ให้สามารถอยู่รอดได้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ด้วยทุนเพียง 150 ล้านบาท แต่ไม่เก็บค่า GP ร้านอาหาร

2. Failed Test Moment (1st September 2020)

“ระบบล่มก่อนเปิดตัว” คือเหตุการณ์ที่โรบินฮู้ดพบจากการระดมพนักงานสั่งอาหารในช่วงเวลามื้อกลางวัน ทำให้ต้องเลื่อนการ launch ไปเกือบ 2 เดือน

3. Hail Mary &ไข่ดาว Moment (10th-11th July 2021)

ในช่วงล็อกดาวน์รอบสองเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ธนา ยกให้ผู้บริหารเปรียบเสมอกับ ‘Hail Mary’ ไม้เด็ดอเมริกันฟุตบอล ที่มักจะถูกใช้ทำคะแนนในช่วงสุดท้ายก่อนหมดเวลาแข่งขัน ซึ่งเป็นการปาบอลระยะไกล แล้วไปวัดดวงกันต่อว่าจะรับและทำทัชดาวน์ได้หรือไม่

โดยออกมาตรการพิเศษ “ส่งฟรีทุกออเดอร์ช่วงล็อกดาวน์” เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คนในสังคม และเป็นโอกาสที่จะทำให้โรบินฮู้ดเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

แม้ในตอนแรก ธนา จะไม่เชื่อว่าสามารถทำได้จริง ด้วยเงื่อนไขการส่งฟรี อาจทำให้บริษัทต้องใช้เงินจำนวนมาก และระบบอาจล่มได้ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ จนเป็นข่าวดัง “ไข่ดาว Moment” ที่มีผู้ใช้บริการสั่งซื้อไข่ดาวเพียง 5 บาท จากร้านทซึ่งอยู่คนละจังหวัด ทำให้ต้องกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มจำนวนไรเดอร์ เพื่อให้เพียงพอกับจำนวนลูกค้าที่มากขึ้นทำให้โรบินฮู้ดในวันนั้น ที่เป็นแพลตฟอร์มขนาดเล็ก สามารถรับจำนวนคำสั่งซื้อได้สูงสุดเพียง 20,000 ออร์เดอร์ ก็สามารถรับได้สูงสุดถึง 200,000 ออร์เดอร์ หรือมากขึ้น 10 เท่า ภายในระยะเวลาเพียง 14 วัน

 

4. From Small to Medium Moment (2nd August 2021)

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โรบินฮู้ดสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดในทุกมิติ นั่นก็คือผู้ใช้งานที่ได้เพิ่มมากจากแคมเปญ “ส่งฟรีทุกออเดอร์ช่วงล็อกดาวน์”ที่ยังใช้งานอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันแอปพลิเคชันโรบินฮู้ดมียอดผู้ใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 130,000-140,000 ต่อวัน และถือเป็นแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอร์รี่อันดับต้นๆ ของผู้ใช้ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

5. Spring ‘Board’ Moment (23rd August 2021)

จากผลตอบรับของผู้ใช้บริการตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้คณะผู้บริหารตัดสินใจที่จะบุกตลาดในระดับที่ใหญ่และไกลกว่าเดิม โดยทุ่มเงินพัฒนาหลายพันล้าน เพื่อเปลี่ยนให้โรบินฮู้ดเป็น Super App ได้ และเป็นสตาร์ทอัพที่สามารถเรสฟันได้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้ 

ทั้ง 5 เหตุการณ์สำคัญนี้ ก็เปรียบได้กับวิวัฒนาการของเด็กที่เริ่มตั้งไข่ ล้ม คลาน และเดิน ซึ่งปีหน้าเราเชื่อว่าเด็กชื่อว่า ‘โรบินฮู้ด’ คนนี้ ก็น่าจะสามารถวิ่งได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไวอย่างแน่นอน

 

Lessons Learn - 5 บทเรียนสำคัญ จากโรบินฮู้ด

1. Robinhood Customer

ด้วยฐานลูกค้าที่มีอยู่กว่า 2 ล้านคน ซึ่งส่วนมากเป็นผู้ใช้บริการบัตรเครดิตของธนาคารไทยพาณิชย์ ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าที่ใช้บริการแพลตฟอร์มโรบินฮู้ดเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง และจะเป็นพลังสำคัญที่จะนำโรบินฮู้ด ก้าวสู่ความเป็น Super App ขยายตลาดไปยังเซอร์ววิสอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตลาดร้านอาหาร ท่องเที่ยว กลุ่มโรงแรม ได้ในอนาคต

2. Platform of Kindness

จากแนวคิดที่เริ่มต้นจาก CSR Project ทำให้โรบินฮู้ดได้ชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มแห่งการ “ช่วยเหลือและมีน้ำใจ” ต่อกัน ซึ่งนั่นก็เป็นเหมือนแรงที่ดึงดูดผู้คนไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ร้านค้า และไรเดอร์ ที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น สนใจ และเข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มสามารถเติบโตต่อไปได้

เห็นได้ชัดจากแคมเปญ “ส่งฟรีทุกออเดอร์ช่วงล็อกดาวน์” ที่หลายคนเข้าใจในความล่าช้า เพราะร้านค้าส่วนมากเป็นร้านขนาดเล็ก จำนวนไรเดอร์ที่น้อย และต่างออกมาปกป้องเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม

3. It’s always fun to do the impossible

อีกหนึ่งสิ่งที่โรบินฮู้ดได้เรียนรู้คือ ความสนุกของการได้ลงมือทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นได้ สะท้อนจุดเริ่มต้นและความเป็นตัวตนของโรบินฮู้ดในทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี

4. Olympic Standard

มาตรฐานโอลิมปิก คือการพัฒนามุมมององค์กร และมาตรฐานของแอปพลิเคชันเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล โดยธนา กล่าวว่า

“ตอนนี้ระดับโลกมาหมดแล้ว เราเอาระดับซีเกมส์ไปสู้ไม่ได้ ทุกคนที่มาแข่งมีโคชที่เทรนด์เก่งๆ มีมาตรฐานสูงๆ ทุกอย่างต้องเป๊ะ น้อยมากที่พวกนี้จะล่ม ไม่อย่ากได้ผลลัพธ์รระดับซีเกมแล้ว ต้องระดับโอลิมปิกแสตนดาร์ดเสมอ ไม่ว่าจะทำท่องเที่ยวหรือว่า มาร์ท”

5. Underdog Way

แม้พื้นฐานของแอปพลิเคชั่นจะเหมือนกัน แต่วิธีการต้องต่าง ด้วยเหตุของระยะเวลาในการเข้าตลาด ทั้งในเรื่องเงินทุน และจำนวนนักพัฒนาที่มีน้อยกว่าเจ้าอื่น ทำให้โรบินฮู้ด ไม่ได้มุ่งหวังจะไปแข่งชิงเบอร์ 1 กับเจ้าตลาดที่แข็งแกร่ง แต่ต้องพยายามหาตำแหน่งทางการตลาดที่เป็น “มวยรอง” แบบฉบับที่ว่า

“เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี เอ็งหนีข้าตาม คือ ต้องไม่ทำตามเค้าทุกอย่าง เขาไปแบบไหนเราไปตรงข้ามเสมอ เราต้องคิดแบบมวยรองถึงจะพอเอาตัวรอดได้”

เพื่อใช้สร้างจุดยืนของแพลตฟอร์มให้ชัดเจน โดยโรบินฮู้ดเลือกที่จะเจาะตลาดร้านเล็กด้วยการไม่คิด GP จนกลายเป็นภาพจำของผู้ใช้แพลตฟอร์มในทุกวันนี้

 

ทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้โรบินฮู้ด ตั้งเป้าที่จะเป็นแพลตฟอร์มไทยที่สามารถอยู่ในสมรภูมิรบร่วมกับแพลตฟอร์มต่างได้ และหวังว่าว่าจะสามารถรุผไปปักธงในต่างประเทศภายใน 1-2 ปีที่จะถึงนี้อีกด้วย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.