10 ปีอิเกียในประเทศไทย What’s Next?

Oct 28, 2021 S.Vutikorn

ปีนี้เป็นปีที่อิเกียเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยครบ 10 ปี

แม้อิเกียจะมีสโตร์หลักๆ แค่ 2 แห่ง คือที่บางนากับบางใหญ่ และสโตร์ขนาดเล็กที่ภูเก็ต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลอดระยะเวลาของการทำธุรกิจในสยามประเทศ เรียกว่าอิเกียได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของคนไทยมากมาย

และนี่คือเรื่องที่น่าสนใจของอิเกียในช่วงที่ผ่านมา

1. World Player

อิเกีย เป็นแบรนด์ค้าปลีกสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านอันดับ 1 ของโลก ก่อตั้งขึ้นในประเทศสวีเดนเมื่อปี 1943 ปัจจุบันอิเกียมีจำนวนสโตร์มากกว่า 456 แห่ง ใน 61 ประเทศทั่วโลก จากการจัดอันดับ Best Global Brands 2021 ของ Interbrand มูลค่าแบรนด์ของอิเกียมีสูงถึง 20,034 ล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 26 ของโลก

 

2. 1 Decade

อิเกียเข้ามาเปิดให้บริการครั้งแรกในไทยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนาภายใต้การดำเนินงานของบริษัทอิคาโน่ รีเทล ซึ่งเป็นประเทศที่ 3 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย และในวันที่ 3 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ก็จะครบ 10 ปีพอดี

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา อิเกีย ได้รับการตอบรับจากชาวไทยเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่สโตร์เฉลี่ย 13,000 ราย/วัน ในวันธรรมดา และเฉลี่ย 33,000 ราย/วัน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์อิเกียเฉลี่ย 80,000ราย/วัน และมีจำนวนสมาชิก IKEA Family มากกว่า 800,000 ราย        

 

3. Global Marketing Locally Relevant

ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา การใช้กลยุทธ์การตลาดระดับโลกที่เข้าใจความต้องการท้องถิ่นของอิเกีย ทำให้ได้รับการตอบรับจากคนไทยมาตลอด ทุกปีอิเกียจะมีการออกไปสำรวจครัวเรือนของคนไทย เพื่อเก็บเอาพฤติกรรมของคนไทยมาพัฒนาสินค้าหรือบริการใหม่ๆ เช่น การจัดห้องตัวอย่างในสโตร์

ดังนั้นที่สโตร์อิเกียในประเทศไทยจึงมีสินค้าและบริการใหม่ๆ เช่น ชาไข่มุก ซึ่งเป็นเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทยที่อิเกียพัฒนาขึ้นมาจำหน่ายในสูตรของตัวเอง รวมถึงยังมี Ice Cream Shop และ Food Bar ที่อิเกียในต่างประเทศไม่มี

 

4. Even Lower Price (ELP)

คนที่เป็นขาประจำของอิเกียจะรู้ดีว่าในแต่ละปีอิเกียจะมีการลดราคาสินค้าที่วางจำหน่ายในสโตร์เป็นจำนวนมาก เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่คุณภาพคงเดิม อย่างในปีนี้ระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา อิเกียมีการลดราคาสินค้าไปแล้วถึง 600 รายการ โดยสินค้าที่เลือกมาลดราคานี้อิเกียจะดูจากปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตที่สามารถลดต้นทุนเพิ่มได้ หรือเลือกสินค้าที่ได้รับความนิยมมาลดราคา เช่น กลุ่มโซฟาซึ่งมีการลดราคามากที่สุด ไม่ได้เลือกจากสินค้าที่ขายไม่ดี

ในทุกๆ ปีอิเกียจะคัดสินค้ายอดนิยมมาปรับลดราคาด้วยหลักการยิ่งซื้อมากเรายิ่งลดราคาให้มาก โดยในปีงบประมาณ 2565 (กันยายน 2564 - สิงหาคม 2565) อิเกีย ประเทศไทย ลงทุนกว่า 150 ล้านบาทเฉพาะในหมวดของสินค้าราคาลดลงกว่าเดิม

 

5. Democratic Design

คนส่วนใหญ่รู้ดีกว่าสินค้าของอิเกียจะมีราคาที่ย่อมเยาเข้าถึงง่ายหรือ Affordable Price แต่ภายใต้ราคาที่จับต้องได้นั้น อิเกียยังคงรักษาคุณภาพของสินค้าไว้อย่างดี เบื้องหลังความสำเร็จของสินค้าอิเกียที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนทั่วโลกได้นั้น มาจากคำว่า Democratic Design หรือการออกแบบที่ใส่ใจทุกแง่มุม ที่ประกอบด้วย 5 แกนสำคัญคือ 1.รูปทรง (Form) เพื่อโลกที่สวยงามและน่าอยู่ 2.ประโยชน์ใช้สอย (Function) เพื่อชีวิตประจำวันที่สะดวกสบายและเปี่ยมความหมาย 3. คุณภาพ (Quality) เพื่อความคงทนและยิ่งใช้งานยิ่งสวยงาม 4. ความยั่งยืน (Sustainability) รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 5. ราคาย่อมเยา (Low Price) เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้

ถ้าถามว่าในโอกาสครบรอบ 10 ปี อิเกียวาง Roadmap ของการทำธุรกิจในประเทศไทยต่อจากนี้ไปไว้อย่างไร

ทอม ซูเทอร์ ผู้จัดการสโตร์ อิเกีย บางใหญ่ กล่าวว่า วิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจของอิเกีย คือ สรรค์สร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับคนทั่วไปในทุก ๆ วัน ซึ่งรวมถึงลูกค้า เพื่อนร่วมงาน และซัพพลายเออร์ของเราสำหรับประเทศไทย เราได้นำแรงบันดาลและรูปแบบการทำธุรกิจสไตล์สวีเดน เข้ามาปรับใช้ร่วมกับการทำความเข้าใจถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในประเทศไทย เพื่อให้อิเกียสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็นำความรู้ และแนวคิดสากลเข้ามาช่วยยกระดับการใช้ชีวิตในบ้าน รวมถึงการเริ่มต้นธุรกิจสำหรับลูกค้า B2B ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

“สำหรับในทศวรรษต่อๆ ไปอิเกีย ประเทศไทย จะเดินหน้าขยายฐานลูกค้า พัฒนาบริการรูปแบบใหม่ๆ สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดียิ่งขึ้นทั้งที่สโตร์และออนไลน์ขยายการรับรู้”

เป้าหมายสำคัญของอิเกีย ประเทศไทยที่รับไม้ต่อมาจากบริษัทแม่ก็คือการเน้นย้ำการทำธุรกิจเพื่อความมยั่งยืน หรือ Sustainability

อิเกียถือเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ให้คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกๆ มิติ ในรายงานเพื่อความยั่งยืนอิเกียวางเป้าหมายในปี 2030 ไว้ 3 เรื่อง คือ

1. Healthy & Sustainable Living สร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้ผู้คนกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่

2. Circular & Climate Positive ทุ่มเทและให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจแบบ Circular Ecomony

3. Fair & Equal การสร้างความเท่าเทียมของสังคม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม และผู้คน โดยพัฒนาทั้ง Value Chain ของ IKEA

ในประเทศไทยอิเกียก็สานต่อแนวคิดของบริษัทแม่ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้วัสดุ การให้บริการและดำเนินงานต่างๆ ในสโตร์ ภายใต้แนวคิด We do our part. You do your part! โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา อิเกีย ประเทศไทย สามารถประหยัดพลังงานและเงินได้ถึง 34 ล้านบาทจากการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ และมีอัตราการรีไซเคิลขยะในสโตร์มากกว่า 70%

ล่าสุดอิเกียก็เพิ่งจะเปิดให้บริการ IKEA Circular Shop หรือบริการรับซื้อสินค้ามือสอง และ Recycling Centre โดยเริ่มเปิดให้บริการที่สวีเดนเป็นประเทศแรก ก่อนที่จะขยายไปในหลายประเทศ อาทิ อังกฤษ, แคนาดา รวมถึงประเทศไทย ซึ่งถือกลุ่มประเทศแรกๆ ของโลกที่เริ่มให้บริการ

ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า อิเกียได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อของคนไทยในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เดินเลือกซื้อของและยกสินค้าเองในแวร์เฮ้าส์ รวมถึงการต้องขนสินค้ากลับเองโดยไม่มีถุงใส่หรือบริการส่งสินค้าฟรี ที่สำคัญก็คือลูกค้าจะต้องซื้อสินค้ากลับไปประกอบเอง เพื่อทำให้สินค้าราคาย่อมเยาและจับต้องได้ง่ายขึ้น ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นสิ่งปกติในค้าปลีกต่างประเทศ แต่เป็นเรื่องที่ใหม่มากในเมืองไทยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ทอม ซูเทอร์ กล่าวว่า จากนี้ต่อไป อิเกียยังคงต้องการเป็นเทรนด์เซ็ตเตอร์ในกลุ่มค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และสินค้าแต่งบ้านเหมือนเช่นเคย แต่จะเพิ่มดีกรีการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนให้มากขึ้น

“เราอยากลงมือทำให้เห็น ไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว เราอยากเป็นผู้นำในเรื่องนี้ อยากจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง เราจะทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าสินค้าเพื่อความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงเสมอไป”

นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้าง Brand Awareness ในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงรักษาความเป็นแบรนด์ในดวงใจที่ทุกคนนึกถึงในเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งบ้าน การนำเสนอเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่มีคุณภาพในราคาย่อมเยา และการมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนและโลกที่ดียิ่งขึ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ในอนาคต”

ในส่วนของเป้าหมายการเติบโตนั้น อิเกียตั้งเป้าตัวเลขการเติบโตไว้ที่เฉลี่ย 5% ต่อปี

ค้าปลีก

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.