4,330
VIEWS

กรณีศึกษา: Kim Seon Ho เมื่อพรีเซ็นเตอร์คือ Brand Image พลังแห่งด้อมอาจเท่ากับ Brand Love

Nov 03, 2021 P.Narata

ข่าวอื้อฉาวเรื่องชีวิตรักส่วนตัวของนักแสดงเกาหลีใต้ “คิมซอนโฮ” (Kim Seon Ho) กลายเป็นกรณีศึกษาที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง รวมถึงในแง่มุมของการตลาดที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า วงการโฆษณาจะให้ความสำคัญกับเรื่องภาพลักษณ์ของพรีเซ็นเตอร์เป็นอย่างมาก นั่นเพราะภาพลักษณ์ของพรีเซ็นเตอร์ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยตรง

 

สิ่งสำคัญ คือ Brand Image

สำหรับวงการบันเทิงในประเทศเกาหลีใต้จะให้ความสำคัญกับเรื่องของ Cancel Culture คือ การเลิกสนับสนุนนักร้องนักแสดง หรือคนดังในสังคมที่มีข่าวเสื่อมเสียจากการกระทำที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ทันทีที่คิมซอนโฮมีกระแสข่าวในแง่ลบ สิ่งแรกที่ทางเอเจนซีโฆษณาจะต้องจัดการเป็นอย่างแรก คือ การลบรูปภาพ และคลิปโฆษณาของคิมซอนโฮออกจากสื่อที่ใช้โปรโมทแบรนด์โดยทันที บางแบรนด์อาจตั้งค่าสถานะเป็น Private เพื่อรอการยืนยันอีกครั้ง

เหตุการณ์ครั้งนี้ ทางสื่อเกาหลีได้มีการคาดการณ์กันว่า คิมซอนโฮ อาจต้องจ่ายค่าปรับโฆษณาเป็นจำนวนถึง 10 พันล้านวอน (ประมาณ 300 ล้านบาท) เนื่องจากทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เกิดความเสียหายจากข่าวเชิงลบ จึงมีความเป็นไปได้ที่แบรนด์จะเรียกเงินค่าปรับมากถึง 2-3 เท่า จากราคาค่าโฆษณาที่จ่ายไป

โดยก่อนหน้านี้ มีการประมาณการกันว่า คิมซอนโฮ สามารถสร้างรายได้จากค่าโฆษณาเป็นเงินกว่า 5,000 ล้านวอน จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าประเภทต่างๆ มากกว่า 10 แบรนด์ อาทิ Domino Pizza, Canon Korea, Miima Mask, Food Bucket, EVERWHITE, La Roche Posay, Nau, Ajaib, Shinhan MyCar, Wangle, 11 Street, EDITION SENSIBILITY เป็นต้น

เมื่อเกิดเรื่อง แบรนด์เหล่านี้จึงทยอยลบ หรือตั้งค่าภาพถ่าย และคลิปโฆษณาของคิมซอนโฮเป็น Private ทั้งหมด แม้ว่าคิมซอนโฮจะออกจดหมายยอมรับผิด และกล่าวคำขอโทษกับอดีตแฟนสาวกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการขยายความเรื่องข้อเท็จจริง ซึ่งคู่กรณีก็ยอมรับคำขอโทษ ลบโพสต์ และบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมด พร้อมกล่าวเป็นนัยว่า “มีเรื่องที่เข้าใจผิดกันบางส่วน” แต่โดยภาพรวมก็ยังไม่ส่งผลดีต่อคิมซอนโฮอย่างชัดเจน

ขณะที่ทางค่ายต้นสังกัด Salt Entertainment ออกมายืนยันว่า จะยังทำงานร่วมกับคิมซอนโฮต่อไปตามสัญญาที่ยังเหลืออยู่อีก 1 ปีเต็ม แต่การแบนภาพ และคลิปโฆษณาของคิมซอนโฮก็ยังดำเนินต่อไป

Presenter = ความน่าเชื่อถือ

ในเวลาต่อมา สำนักข่าวบันเทิงของเกาหลีอย่าง ดิสแพท (Dispatch) ที่โดดเด่นในเรื่องของการเปิดเผยความลับของดาราและคนดัง ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความจริง 12 เรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับคิมซอนโฮ และอดีตแฟนสาว โดยชี้ให้เห็นว่า ข้อความที่อดีตแฟนสาวนำมาเปิดเผยมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างมากมาย ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลของดิสแพททำให้สถานการณ์ของคิมซอนโฮเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี และมีความชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังมีเพื่อนมหาวิทยาลัย และคนในวงการบันเทิงเริ่มออกมาให้กำลังใจ และยืนยันตัวตนที่แท้จริงของคิมซอนโฮว่า ไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่ถูกแฉ   

ข้อมูลของดิสแพท ส่งผลต่อความมั่นใจของแบรนด์ และเอเยนซีโฆษณาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ต่างๆ เริ่มนำโฆษณาของคิมซอนโฮกลับมาเกือบทั้งหมดแล้ว อาทิ Canon Korea, Miima Mask, Food Bucket, EVERWHITE และ EDITION SENSIBILITY ได้เริ่ม Repost รูปภาพ และคลิปโฆษณาของคิมซอนโฮกลับมาบนมีเดียแพลตฟอร์มของแบรนด์อีกครั้ง รวมถึง 11Street ก็ได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ PLAY” ที่มีคิมซอนโฮเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยเช่นกัน และดูเหมือนว่า ไม่มีเอเจนซี​โฆษณาเจ้า​ไหนเรียกค่าปรับจากคิมซอนโฮเลย

สาเหตุที่ภาพและคลิปโฆษณาของคิมซอนโฮสามารถกลับมาได้อย่างรวดเร็ว นั่นเป็นเพราะเอเจนซีโฆษณาต่างมีความ “เชื่อมั่น” ในตัวของคิมซอนโซ และมีภาพจำที่ดีเมื่อครั้งมีโอกาสได้ทำงานร่วมกันในการถ่ายทำโฆษณา

อีกหนึ่งความน่าสนใจ คือฐานแฟนคลับของคิมซอนโฮที่มีอยู่เป็นจำนวนมากทั้งในประเทศเกาหลีใต้ และอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยปัจจุบันคิมซอนโฮมียอดผู้ติดตามบน IG มากกว่า 7.8 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564) แม้ว่าในช่วง 2 วันแรกของการเป็นข่าวจะมียอดผู้ติดตามหายไปประมาณ 100,000 คน จากเดิมที่มี 7.4 ล้านคน ลดลงเหลือ 7.3 ล้านคน แต่เมื่อดิสแพทออกมาให้ข้อมูลในอีกแง่มุมหนึ่งที่ชี้ชัดว่าคิมซอนโฮเป็นผู้ถูกกระทำ ก็ทำให้ยอดการติดตามกลับมาเพิ่มสูงขึ้นถึงวันละ 100,000 คน

โดยล่าสุด ทางต้นสังกัด Salt Entertainment ยืนยันว่า คิมซอนโฮ จะได้รับบทแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง Tristes Tropiques (Sad tropics) ที่มีกำหนดถ่ายทำในเดือนธันวาคมนี้ ก็ยิ่งทำให้แบรนด์ และเอเจนซีโฆษณาเกิดความมั่นใจมากขึ้น และกลับมาโปรโมทภาพและคลิปโฆษณาของคิมซอนโฮอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยผลงานด้านการแสดงและความนิยมจากแฟนคลับทั่วโลก สื่อเกาหลีใต้ถึงกับยกให้คิมซอนโฮเป็น A Rising, Hallyu Star ซึ่งหมายถึง ดาวรุ่ง ที่เป็นมากกว่า นักแสดงระดับ A List เนื่องจากคำว่า Hallyu (ฮอลยู) เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ที่มีชื่อเสียง และมีอิทธิพลในเชิงวัฒนธรรมระดับชาติ และมีบทบาทสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศเพื่อเป้าหมายในการเจาะตลาดโลก และอาจกลายเป็นผู้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับ Cancel Culture ในวงการบันเทิงของเกาหลีใต้หลังจากนี้

แฟนด้อม = Brand Love

​ตลอดระยะเวลาของสถานการณ์ที่ดูอึมครึมของคิมซอนโฮ ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ให้การสนับสนุนคิมซอนโฮอย่างเหนียวแน่น นับตั้งแต่วันแรกที่มีกระแสข่าวในเชิงลบออกมา นั่นก็คือกลุ่มแฟนคลับของคิมซอนโฮ ที่เรียกกันว่า “ซอนโฮฮาดา” (SOENHOHADAS) ที่ไม่ได้มีเฉพาะแค่คนเกาหลีใต้ แต่ยังมีแฟนคลับจากทั่วโลกที่ติดตามคิมซอนโฮมาจากซีรีส์เรื่องดัง “Startup” และ “Hometown Cha Cha Cha” รวมถึงรายการเรียลริตี้วาไรตี้ “2Days1Night” ซึ่งเป็นรายการทีวีที่ทำให้แฟนคลับรู้จักตัวตนของคิมซอนโฮมากขึ้น

​โดยฐานแฟนคลับของคิมซอนโฮมีทุกเพศทุกวัย ซึ่งจากการทำสำรวจบนหน้าเพจแฟนคลับไทยกลุ่มหนึ่ง พบว่า แฟนคลับของคิมซอนโฮมีอายุเฉลี่ยประมาณ 25-45 ปี อายุสูงสุดมากกว่า 60 ปี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่มีกำลังซื้อ และพร้อมจะให้การสนับสนุนคิมซอนโฮ รวมถึงสินค้าหรือแบรนด์ที่มีความเกี่ยวข้องกับคิมซอนโฮทั้งหมด

ภารกิจสำคัญของเหล่าซอนโฮฮาดา นอกเหนือจากการสนับสนุนผลงานของคิมซอนโฮ ยังรวมถึงการตามไปสนับสนุนสินค้าและแบรนด์ต่างๆ ที่มีการ Repost ภาพถ่าย และคลิปโฆษณาของคิมซอนโฮ โดยแฟนคลับจะตอบแทนด้วยการตามไปกดไลค์ กดแชร์ และคอมเม้นต์ขอบคุณแบรนด์ รวมถึงการร่วมกันซื้อสินค้าที่สามารถซื้อหาได้ในเวลานั้น ส่งผลให้สินค้าหลายๆ อย่าง อาทิ นิตยสารที่คิมซอนโฮขึ้นปกอย่าง Arena และ ELLE Singapore เซรั่ม everwhite และหน้ากากอนามัย Miima Mask ขึ้นสถานะ Sold Out ไปอย่างรวดเร็วทั้งที่เกาหลีใต้ และประเทศไทย โดยสินค้าบางรายการเป็นการสั่งซื้อตรงจากช็อปที่ประเทศเกาหลีใต้ และจากประเทศสิงคโปร์

นอกจากนี้ ซอนโฮฮาดาจากประเทศจีน ยังแสดงความรักที่มีต่อคิมซอนโฮด้วยการซื้อบิลบอร์ดบนตึกแถวๆ Coex Mall ในย่านกังนัม เพื่อนำเสนอคลิปวิดีโอที่เป็นการรวมภาพของผลงานในช่วงที่ผ่านมา และตบท้ายคลิปด้วยข้อความว่า “Chinese Fans” ซึ่งจุดที่ตั้งของบิลบอร์ดดังกล่าวเคยเป็นป้ายโฆษณาสินค้าที่คิมซอนโฮเป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่ก็ถูกถอดออกหลังจากที่เป็นข่าว ทำให้แฟนคลับชาวจีนเลือกใช้บิลบอร์ดตรงจุดนี้ เพื่อแสดงถึงจุดยืนในการสนับสนุนคิมซอนโฮอย่างต่อเนื่อง โดยบิลบอร์ดดังกล่าวถูกซื้อไว้เป็นเวลา 3 วัน

ซอนโฮฮาดา ยังแสดงพลังแห่งการโหวตที่ส่งผลให้ คิมซอนโฮ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของ ASIA ARTIST AWARDS 2021 Popularity Award ในรอบคัดเลือกครั้งที่ 2 ด้วยคะแนนโหวตรวมกว่า 1.33 ล้านคะแนน โดยการโหวตรอบ Final จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 1-15 พฤศจิกายนนี้

ในมุมของการตลาดยุคใหม่เรียกกลุ่ม “แฟนคลับ” ว่า “แฟนด้อม” (Fandom) หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ด้อม” ซึ่งด้อมของคิมซอนโฮ หรือ ซอนโฮฮาดา ถือว่าเป็นด้อมที่มีพลังและมีคุณภาพ เพราะมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น และมีกำลังซื้อที่พร้อมจะให้การสนับสนุนแบรนด์ต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนศิลปินที่เขารัก ถือเป็นเรื่องสำคัญที่แบรนด์ และนักการตลาดไม่อาจมองข้ามไปได้

เพราะหากแบรนด์สามารถเปลี่ยน “แฟนด้อม” ให้เป็นฐานลูกค้าของแบรนด์ได้สำเร็จ และเมื่อแฟนด้อมเกิด Brand Loyalty ที่ดี แฟนด้อมจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้แบรนด์ก้าวไปสู่การเป็น Brand Love ในที่สุด

 

เครดิตภาพ และข้อมูล:

อินเทอร์เน็ต

FB Page - MY Kim Seon Ho Thailand

FB Group - กลุ่มคนรักคิมซอนโฮ Kim Seon-ho (김선호) by We love Kim Seon Ho Thailand

 

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.