4,077
VIEWS

โฟร์โมสต์เชื่อในคุณค่าของ “น้ำใจ” ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19

Nov 10, 2021 -None-

เราต่างทราบดีว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในวงกว้าง มีผู้คนมากมายที่ต้องการความช่วยเหลือทั้งในด้านเศรษฐกิจและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง หลายหน่วยงานหลายองค์กรให้ความสนใจกับการช่วยหมอ ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วย บ้างก็ช่วยในเรื่องของระบบการศึกษา

แต่หากมองหยั่งลึกลงสู่รากฐานของสังคมไทย ปัญหาความยากจนผนวกเข้ากับผลกระทบด้านรายได้และค่าครองชีพที่ต่ำลงไปจนถึงปัญหาการว่างงาน ซึ่งเป็นผลอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดต่อเนื่องยาวนานของโรคโควิด-19 นั้นกลับส่งผลกระทบถึงการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและสติปัญญาของเด็กได้ ผลกระทบทางอ้อมจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคเกิดขึ้นกับเด็กในครอบครัวที่รายได้น้อยกลุ่มเปราะบางที่สุดและถูกมองเห็นน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้

ถามว่ากระทบอย่างไร คงต้องย้อนกลับไปที่ข้อมูลพื้นฐานด้านสถิติความยากจนของคนไทยกันเสียก่อน...

ธนาคารโลก หรือ Word Bank ได้ประเมินสถิติความยากจนของคนไทย จากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19  พบว่าผลกระทบจากสถานการณ์ทำให้คนไทยมีความยากจนเพิ่มขึ้น ซึ่งจำนวนคนยากจนในช่วงระหว่างปี 2563-2654 มีถึง 5.8 ล้านคน หรือเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.5 ล้านคน

เป็นความยากจนที่แม้แต่เงินซื้ออาหารในแต่ละวันก็ยังไม่เพียงพอ เด็กเล็กๆ ที่อยู่ในครอบครัวยากจน 935,202 ครอบครัวทั่วประเทศ จึงหนีไม่พ้นความขาดแคลนสารอาหารที่ส่งผลถึงการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและสติปัญญา โดยเฉพาะเด็กเล็กวัย 0-6 ขวบ ที่ต้องการโภชนาการที่จำเป็นเพื่อให้ร่างกายและสมองเติบโตอย่างเต็มที่ ซึ่งหากพัฒนาการช่วงนี้ต้องสะดุดไป อาจส่งผลต่อการเติบโตและคุณภาพชีวิตของเด็กคนหนึ่งไปทั้งชีวิต จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงผลกระทบรุนแรงระยะยาวได้อย่างชัดเจน

ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารจากนมโคหลากหลายแบรนด์ในประเทศไทยและอินโดจีน โดยมีแบรนด์หลักที่เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศ อย่าง“โฟร์โมสต์”ซึ่งได้มอบโภชนากรที่ดีผ่านนมกล่องสีฟ้าที่คนไทยคุ้นเคยมากว่า 65 ปี เล็งเห็นถึงปัญหาและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาและแก้ไข จึงได้ริเริ่มโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19” ขึ้นในเดือนสิงหาคม เดือนแห่งวันแม่ ที่แม่ๆ และทุกคนจะได้มีส่วนร่วมส่งต่อน้ำใจอันยิ่งใหญ่ไปยังผู้ได้รับผลกระทบ

จากความเชื่อมั่นในพลังน้ำใจ อันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย สู่การสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อตอบแทนและส่งคืนรอยยิ้มให้กับคนในสังคม โฟร์โมสต์ต่อยอดกิจกรรม “ปันนม ปันน้ำใจ” ซึ่งเป็นการบริจาคนมให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนกลุ่มต่างๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่องมาหลายปี สู่การช่วยเหลือเยาวชนผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบางที่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมโดยรวม และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จึงเกิดเป็นโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19”

และด้วยความตั้งใจที่จะทำให้โครงการนี้เป็นโครงการที่ยั่งยืนและสามารถขยายผลได้มากกว่าที่บริษัทเอกชนจะสามารถทำได้ จึงร่วมมือกับทุกภาคส่วน ได้แก่ พันธมิตรทางธุรกิจ ร้านค้าและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของโฟร์โมสต์ อย่าง ช้อปปี้ ลาซาด้า เจดี เซ็นทรัล เซเว่น อีเลฟเว่น เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ แม็คโคร และ ซีเจมอร์ เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคที่ต้องการร่วมแบ่งปันทั่วประเทศ แทนที่จะอาศัยแต่เพียงช่องทางของแบรนด์เท่านั้น การจับมือกับพันธมิตรหลักของโครงการฯ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อนำความช่วยเหลือไปสู่ผู้ต้องการผ่านเครือข่ายของมูลนิธิ และผู้บริโภค อันเป็นพลังสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถแบ่งปันได้มากขึ้นและส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยได้อย่างทั่วถึง

นายราชเทพ นฤหล้า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19 ในปีนี้ ประสบผลสำเร็จได้ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ตั้งแต่พันธมิตรหลัก มูลนิธิกระจกเงา ที่ช่วยให้เราสามารถส่งคืนรอยยิ้มให้แก่ 50 ชุมชน ครอบคลุม แคมป์แรงงานข้ามชาติ ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน โรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด  ไปจนถึงพันธมิตรร้านค้าและผู้ประกอบการ ที่ทำให้เราได้เข้าถึงน้ำใจของคนไทยที่ต้องการมีส่วนร่วมแบ่งปันในครั้งนี้ ผ่านช่องทางต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงพนักงานของเราที่เป็นแรงสนับสนุนองค์กร ให้เดินหน้าสร้างสรรค์โครงการเพื่อสังคมที่ยั่งยืน และที่สำคัญที่สุด ผู้บริโภคนมโฟร์โมสต์ ที่ทำให้การแบ่งปันน้ำใจในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ในเดือนแห่งวันแม่ ให้แม่ๆ ได้ร่วมส่งคืนรอยยิ้ม แบ่งปันความสุขจากการเลือกผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ให้ลูกและคนในครอบครัว ขณะที่เราก็สามารถส่องมอบนมยูเอชทีพร้อมดื่ม โฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 ที่เต็มเปี่ยมด้วยโภชนาการและสารอาหารที่สำคัญต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกายของเยาวชน จำนวนกว่า 1,030,000 กล่อง แก่เด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพราะพัฒนาการของเด็กๆ คือสิ่งที่เรียกคืนไม่ได้”  

ตลอดโครงการ โฟร์โมสต์ได้นำนมไปมอบให้ชุมชนผ่านเครือข่ายโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการอาสามาเยี่ยม ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยโควิด-19 คนตกงาน คนกักตัว ทีมชุมชนที่ทำหน้าที่ดูแลผู้เดือดร้อน ในระดับชุมชน แคมป์คนงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทีมที่ทำหน้าที่ดูแลแรงงานข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และโครงการต่างๆ ที่ทำงานร่วมกับโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ รวมไปถึงความร่วมมือกับมูลนิธิดวงประทีปและเครือข่ายคลองเตยดีจังที่ได้มอบนมให้กับชุมชนคลองเตย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 ในครั้งนี้

ดร. โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  กล่าวเสริมว่า “นอกเหนือจากการสะท้อนถึงคุณค่าและสิ่งที่องค์กร รวมถึงสังคมไทยให้ความสำคัญอย่าง ‘น้ำใจ’ แล้ว โครงการ ‘โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19’  ยังได้สานต่อพันธกิจหลักของฟรีสแลนด์คัมพิน่า ในการมอบโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพให้แก่ทุกคนในทุกวัย ซึ่งเป็นการสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมผ่านการส่งมอบโภชนาการที่ดี มีคุณภาพ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อเป็นรากฐานสู่การพัฒนาด้านอื่นๆ

การพัฒนาด้านความยั่งยืนคือหนึ่งในรากฐานสำคัญ ที่องค์กรให้ความสำคัญ โดยในปีนี้ที่เป็นปีครบรอบ 150 ปีของการก่อตั้งสหกรณ์โคนมอันเป็นต้นกำเนิดของฟรีสแลนด์คัมพิน่า เรายังได้ให้การสนับสนุนและร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญในโครงการต่างๆ เพื่อดำเนินงานด้านความยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอินโดจีนอย่างต่อเนื่อง เช่น การสนับสนุนผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มให้แก่แม่ผู้เดือดร้อนจากโครงการ แม่กักตัว ลูกไม่อดนม ภายใต้ความร่วมมือกับเพจอีจันและเซเว่น อีเลฟเว่น การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่ให้บริการประชาชน และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์นม ให้แก่ Pour un Sourire d’Enfant’s (PSE) องค์กรการกุศล เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเยาวชนที่ขาดแคลนในกัมพูชา รวมไปถึงการสนับสนุนวันอาหารโลก เพื่อให้ธุรกิจผลิตอาหารนมของเรา ดำเนินงานได้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างผลกระทบต่อสังคมโลก พร้อมสร้างความยั่งยืนในทุกด้าน”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.