Video Marketing : อนาคตของการโฆษณาออนไลน์

Nov 12, 2021 M.Pussapol

ถ้าคุณกำลังใช้เวลามองหาว่า อนาคตของ Content Marketing จะเป็นอย่างไร เรื่องหนึ่งที่จะเห็นอย่างต่อเนื่อง ก็คือ วิดีโอคืออนาคต

อนาคตที่ว่าวิดีโอจะมาแรงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด คอนเท้นต์วิดีโอเข้าใจง่าย ให้ความรู้สึกเป็นกันเองมากกว่าโพสต์ข้อความและภาพนิ่ง นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของ vlogger  บน YouTube ทำให้ดูเป็นเรื่องธรรมดาๆที่ใครๆจะตั้งกล้องถ่ายตัวเอง ปัจจุบันทุกๆนาทีจะมีวิดีโอความยาวรวม 300 ชั่วโมงถูกอัปโหลดขึ้นสู่ YouTube

ทั้งนี้การใช้ Google ค้นหาวิดีโอช่วยเพิ่มการคลิกมากขึ้นถึง 41% ด้วยข้อมูลเพียงเท่านี้ ก็คุ้มกับการผลิตวิดีโอสักเรื่องแล้ว นอกจากนี้มีข้อเท็จจริงระบุว่า  ผู้บริโภค 3 ใน 5 คน ดูวิดีโอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่อยากซื้อ 52% ของผู้บริโภคบอกว่าวิดีโอช่วยในการตัดสินใจได้มาก และวิดีโอที่สัมภาษณ์ผู้ที่เคยใช้สินค้า (Testimonial) เพิ่มยอดขายได้ถึง 600%

 

ประเภทวิดีโอที่ถูกค้นหามากที่สุดบนอินเทอร์เน็ต

1. วิดีโอสาธิตผลิตภัณฑ์หรือบริการ

นี่คือแชมเปี้ยนของการค้นหาบนอินเตอร์เน็ต เมื่อถูกเสิร์ช มันจะปรากฏตรงหน้าลูกค้าทันที  ทั้งนี้ผู้บริโภคมากกว่า 60% มองหาวิดีโอสาธิตก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจใดการสร้างวิดีโอสาธิตผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งจำเป็น การผลิตวิดีโอสาธิตทำได้หลายวิธี  คุณสามารถผลิตวิดีโอที่เรียบง่ายอธิบายคุณสมบัติต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ หรือใช้แอนิเมชั่น การออกแบบ การบรรยาย หรือใช้พรีเซ็นเตอร์ได้ด้วย

2. วิดีโอแบบ Testimonial

คนที่เหมาะที่สุดในการทำตลาดผลิตภัณฑ์คือลูกค้าที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์แล้วติดใจ ไม่มีอะไรแข็งแกร่งไปกว่าผลิตภัณฑ์ที่ถูกอ้างถึงโดยตรงจากใครสักคนที่ไม่ใช่คนขาย ดังนั้นจึงควรใช้วิดีโอซึ่งมีคำรับรองจากลูกค้าที่พอใจกับผลิตภัณฑ์หรือ Testimonial  ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือทรงประสิทธิภาพมากที่สุดบนอินเทอร์เน็ต

3. สร้างวิดีโอแบบผู้เจนจบในเรื่องนั้นๆ

ความรอบรู้หรือเจนจบในเรื่องใดๆ มีความหมายเทียบเท่ากับความน่าเชื่อถือ ในทางกลับกัน ความน่าเชื่อถือเป็นเครื่องกระตุ้นการขายที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะคุณถูกมองว่าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ  การสร้างความเป็นผู้นำที่รอบรู้ผ่านทางออนไลน์เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดึงดูดลูกค้าใหม่ทุกวัน คุณต้องถ่ายทอดองค์ความรู้ในสาขานั้นๆที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่บริษัทขายลงไปในวิดีโอทั้งหมด

4. วิดีโอฝึกอบรมหรือหลักสูตรออนไลน์

ใช้การฝึกอบรมออนไลน์ให้ความรู้แก่ลูกค้าในอนาคต แสดงให้เห็นวิธีใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง  นอกจากทำหน้าที่เป็นช่องทางปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าแล้ว วิดีโอฝึกอบรมการตลาดยังช่วยสื่อสารภายในบริษัทได้อีกด้วย

 

เมื่อต้องเลือกประเภทเนื้อหาที่จะใส่ลงในวิดีโอ ให้ถามคำถามต่อไปนี้กับตัวเอง :

ผู้ชมเป้าหมายเป็นใคร ?

พวกเขาดูอะไรทางออนไลน์ ?

เนื้อหาแบบไหนที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ ?

จะโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้กลมกลืนในวิดีโอได้หรือไม่ ?

ผู้ชมเป้าหมายจะสนใจวิดีโอชุดนี้หรือไม่ ?

 

เผยแพร่วิดีโอการตลาดชุดนี้ได้ที่ไหน

การสร้างวิดีโอไม่ได้หมายถึงการสร้างช่อง YouTube และอัปเดตเป็นประจำเสมอไป  ต่อจากนี้จะพูดถึงแพลตฟอร์มวิดีโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

 

YouTube

แน่นอนว่า เมื่อใครสักคนพูดคำว่า "วิดีโอ" ทุกคนจะนึกถึง YouTube ทันที  เหตุผลสนับสนุนก็คือ YouTube เป็นที่รวบรวมวิดีโอที่มีเนื้อหาทรงพลังที่สุด และยังทำหน้าที่เป็น Search Engine อีกด้วย ความสามารถในการค้นหาทำให้ใครๆอาจสะดุดตากับเนื้อหาของคุณโดยบังเอิญ ด้วยเหตุนั้น ก็สามารถแปลงพวกเขาเป็นลูกค้าได้

YouTube จัดลำดับความสำคัญตามลำดับดังนี้:

การอัพโหลดอย่างสม่ำเสมอ

คุณภาพระดับ HD

กรอบคำจำกัดความ (Description Box)ที่ปรับให้เหมาะกับ SEO

จริงๆแล้ว ถ้าอยากประสบความสำเร็จบน YouTube ก็ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งนี้  แต่แน่นอนว่าถ้าทำก็ช่วยได้แน่นอน  มีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงพลังของ YouTube  คือ เมื่อครั้งได้รับโจทย์ของลูกค้าใหม่ มีการผลิตวิดีโอ 4 เรื่อง หนึ่งในจำนวนนั้นมียอดวิวมากกว่า 40,000 ครั้งในเวลา 2-3 เดือน บริษัทนี้มีเป้าหมายในการเติบโตภายใน 2 ปี แต่หลังจากออกโครงการนี้ สามารถบรรลุเป้าหมายภายใน 7 เดือนเท่านั้น นั่นหมายความว่าการโพสต์วิดีโอในวันนี้อาจสามารถพลิกโฉมธุรกิจได้ในเวลาเพียงปีเดียว

 

Instagram

Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสำหรับวิดีโอ เพราะมีความเป็นทางการน้อยกว่า YouTube ในมุมที่ว่าไม่ต้องพิถีพิถันมากหรือสมบูรณ์แบบแต่อย่างใด

ทั้งนี้ Instagram  ให้โอกาส 3 ช่องทาง คือ ในโพสต์ ในสตอรี่ และทำไลฟ์วิดีโอ ที่เรียกว่า Reel

โพสต์

โพสต์ใน  Instagram จะอยู่ในโปรไฟล์ของคุณตลอดไป (หรือจนกว่าจะตัดสินใจลบทิ้ง) วิดีโอเหล่านี้จะยาวได้ไม่เกิน  1 นาที และควรเป็นวิดีโอคุณภาพสูงสุดใน 3 ช่องทาง   

คุณสามารถสร้างวิดีโอที่หลากหลาย ทั้งที่เป็น gif จนถึงวิดีโอแบบสนุกสนาน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าวิดีโอของคุณต้องการเข้าถึงตลาดย่อย (Niche) และตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร

สตอรี่

สตอรี่ในอินสตราแกรม จะอยู่บนสุดของหน้าฟีด  โดยสามารถโพสต์ได้ทั้งเป็นวิดีโอ รูปภาพ หรือบูมเมอแรง (ตัวสร้างภาพแบบ GIF ของ Instagram) ทั้งนี้ สตอรี่จะหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง เว้นเสียแต่ว่าเจ้าของจะตัดสินใจไฮไลท์ และปักหมุดไปยังโปรไฟล์ของเขา

 

ไลฟ์สดผ่าน Instagram

Live  เป็นประเภทวิดีโอที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงที่สุดของ Instagram เพราะมันคือการถ่ายทอดสดที่ถอยไม่ได้ แก้ไขระหว่างถ่ายสดไม่ได้ และถ้ามีผู้ชมสด พวกเขาก็จะเห็นความดิบ ไม่ได้ปรุงแต่ง และนั่นแหละ ไลฟ์ใน Instagram จึงทรงพลัง

ผู้ชมต้องการเห็นคนที่อยู่เบื้องหลัง และเมื่อไม่สามารถตกแต่งหรือแก้ไขวิดีโอได้ นั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ การสตรีมสดบน Instagram เป็นแบบเรียลไทม์ ซึ่งผู้ชมสามารถแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามได้ การไลฟ์สดนั้นน่ากลัวในช่วง 2-3 ครั้งแรกเสมอ แต่ยิ่งลงมือทำมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสนุกและน่าตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น

เราสามารถผลิตวิดีโอแบบไม่เป็นทางการ และดำเนินรายการสดเพื่อแชทและมีปฏิสัมพันธ์ หรือสามารถทำแบบวางแผนล่วงหน้าได้

 

วิดีโอที่ฝังอยู่ในเว็บไซต์

 Google ชอบไซต์ที่มีวิดีโอฝังอยู่ นั่นคือ ถ้าใครใช้วิดีโอบนเว็บไซต์ มันก็จะเพิ่มโอกาสให้หน้าเพจปรากฏในผลการค้นหาของ Google  ถ้าคุณต้องการสร้างวิดีโอจำนวนหนึ่งและไม่มีแผนจะผลิตเพิ่มอีก ก็ควรใส่วิดีโอลงในเว็บไซต์เสียเลย คุณอาจจะฝังวิดีโอไว้ในบล็อกโพสต์หรือในหน้าที่คุณจะไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น เพจการขาย หรือเพจ "เกี่ยวกับบริษัท"

การฝังวิดีโอในในบล็อกโพสต์ก็มีประโยชน์มากเช่นกัน เพราะผู้ชมมีทางเลือกที่จะอ่านจากข้อความหรือดูจากวิดีโอก็ได้

 

วิดีโอใน Twitter

ที่ผ่านมา ข้อมูลวิจัยทางการตลาดของ Twitter ยังคงเป็นปริศนา  เน็ตไอดอลใน Twitter ดังชั่วข้ามคืนได้อย่างไม่มีคำอธิบายชัดเจน

วิธีเดียวที่จะแชร์วิดีโอบน Twitter คืออัปโหลดสิ่งที่ได้สร้างไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Twitter ยังไม่มีตัวเลือกให้ไลฟ์สด ดังนั้นความกดดันเรื่องนี้ก็เลยหมดไป  เคยมี Influencer รายใหญ่เริ่มใช้ Twitter และวิดีโอกลายเป็นไวรัล

เป้าหมายหลักของ Twitter คือ ได้รับการรีทวีต

ยิ่งมีการรีทวีตมากเท่าไหร่  ผู้ชมก็จะยิ่งเห็นวิดีโอของคุณมากเท่านั้น ยิ่งเมื่อมีคนดูวิดีโอของคุณมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับการรีทวีตมากขึ้นไปอีก สิ่งที่ต้องมี คือ วิดีโอเจ๋งๆ  กับโชคเยอะๆ ที่จะทำให้มีผู้ติดตามสัก 20 คน ที่รู้สึกมีความเกี่ยวพันและกระจายผู้ติดตามหลายพันคนในชั่วข้ามคืน

 

วิธีทำให้ Video Marketing น่าดึงดูดใจ

Video Marketing  อาจเป็นเนื้อหาที่ยากจะทำให้ดีมากที่สุด เพราะเหนือสิ่งอื่นใด ความคาดหวังผลลัพธ์นั้นสูงเสมอ ผู้ไม่คุ้นเคยกับการสร้างและเผยแพร่วิดีโอทางการตลาดอาจคิดว่าผลิตวิดีโอเพียงเรื่องเดียวก็ประสบความสำเร็จได้

ความจริงก็คือไม่มีกฎเกณฑ์หรือสูตรสำเร็จใดๆ วิดีโอของเราอาจประสบผลลัพธ์ยอดเยี่ยม หรือไม่ดึงดูดความสนใจเลยแม้แต่น้อย ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องสร้าง บันทึก เผยแพร่ และวัดผล

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับสั้นๆ ที่จะทำให้วิดีโอน่าสนใจยิ่งขึ้น:

การจัดแสงสำคัญมาก: วิดีโอที่จัดแสงสวยงาม ทำให้น่าชม

มุมกล้อง:  อย่าเหวี่ยงหรือส่ายกล้องไปมา  มันทำให้ผู้ชมปวดหัว

เสียงก็สำคัญ :  ถ้าต้องเลือกระหว่างแสงกับเสียง ต้องเลือกเสียง วิดีโอที่บันทึกเสียงไม่ดีก็จะไม่น่าชมเลย

อีกจุดที่ต้องพิจารณาก่อนใช้กลยุทธ์ Video Marketing คือ จะใช้เครื่องมือตัดต่อวิดีโอแบบไหน

มีโปรแกรมตัดต่อที่ช่วยให้สามารถผลิตวิดีโอที่ดีที่สุด (เสียเงินเพียงเล็กน้อย):

การตัดต่อออนไลน์: Movavi, Kapwing, Clipchamp และ WeVideo

สำหรับมือถือ: KineMaster และ FilmoraGo

ข้อสรุป คือ การสร้างวิดีโอนั้นไม่ยาก ควรเรียนรู้สิ่งละอันพันละน้อยจากการบันทึกและเผยแพร่วิดีโอ จุดสำคัญที่สุด คือเผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ อย่าหยุด!

source

Media

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.