Right to Repair เห็นผล Apple ชิงใจผู้บริโภค สร้างมิติใหม่ซ่อมแบบบริการตนเอง

Nov 19, 2021 P.Patikom

Right to Repair สิทธิ์ในการซ่อมเครื่องใช้เทคโนโลยี อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน ด้วยตัวเอง หรือซ่อมในร้านบริการซ่อมอื่นตามแต่ที่ผู้ใช้จะเลือก โดยไม่ต้องซ่อมกับศูนย์ซ่อมของบริษัทที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เป็นความต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก เพราะเห็นว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมมากกว่าการซ่อมกับศูนย์ซ่อมของแบรนด์เจ้าของผลิตภัณฑ์ ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่าค่าซ่อมแพงเกินไป

ทางด้านนักสิ่งแวดล้อมก็เห็นว่า Right to Repair จะช่วยลดปัญหาขยะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เพราะทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านั้นได้เป็นเวลายาวนานขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา เมื่อผู้บริโภคเจอค่าซ่อมแพงจากศูนย์ซ่อมของแบรนด์ก็จะเลือกเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ที่เขาเห็นว่าคุ้มกว่าการจ่ายค่าซ่อมของเดิม

อย่างไรก็ตามก็มีเสียงค้าน Right to Repair เช่นกัน โดยเห็นว่าถ้าผู้บริโภคซ่อมอุปกรณ์เทคโนโลยีเอง หรือซ่อมในร้านบริการอื่นที่ไม่ใช่ของแบรนด์นั้นๆ อาจทำให้เกิดปัญหากับการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีได้

แต่กระแสสนับสนุนความต้องการของผู้บริโภคในเรื่อง Right to Repair ดูจะแข็งแกร่งกว่ามาก กระแสสนับสนุนยังระบุว่า บริษัทเจ้าของแบรนด์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยี ควรมีการออกคู่มือแนะนำวิธีการซ่อมผลิตภัณฑ์ของตนอย่างละเอียด และผลิตอะไหล่แท้ขายให้ผู้ที่ต้องการซ่อม รวมทั้งยังมีการเสนอให้ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ออกแบบอุปกรณ์ให้สามารถซ่อมแซมได้ง่ายขึ้นด้วย

ในสหรัฐอเมริกา มีการรณรงค์ในเรื่อง Right to Repair ต่อเนื่องมาหลายปีเพื่อให้มีการออกกฎหมายรองรับเรื่องนี้ และก็บรรลุผลสำเร็จในที่สุด

มีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดี Joe Biden ได้ลงนามในคำสั่งผู้บริหารในเรื่อง Right to Repair โดยให้ Federal Trade Commission (FTC - คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ) เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ และหนึ่ง 1 สัปดาห์ต่อมา FTC ก็ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้บังคับใช้กฎหมายว่าด้วยเรื่อง Right to Repair (สิทธิ์ในการซ่อม) ซึ่งจะทำให้มั่นใจว่าผู้บริโภคในสหรัฐจะสามารถซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ของตัวเองได้

ในเรื่องของ Right to Repair นี้ ในสหภาพยุโรป และออสเตรเลีย ก็ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากด้วยเช่นกัน 


 

ในที่สุด ก็มีการตอบรับอย่างเป็นทางการ จากบริษัทเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี โดย Apple หนึ่งในผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ของโลก ได้ประกาศเปิดตัวการซ่อมแบบบริการตัวเอง ซึ่งทำให้ลูกค้าที่สะดวกซ่อมเครื่องด้วยตัวเองสามารถใช้งานชิ้นส่วนและเครื่องมือแท้ของ Apple ได้

การซ่อมแบบบริการตัวเองดังกล่าว จะเปิดให้บริการต้นปีหน้าในสหรัฐ และขยายบริการดังกล่าวไปในประเทศอื่น ๆ ตลอดปี 2022 โดยจะเริ่มให้บริการกับผลิตภัณฑ์ iPhone 12 และ iPhone 13 ก่อน จากนั้นจึงเปิดให้บริการสำหรับคอมพิวเตอร์ Mac ที่มีชิป M1

ลูกค้าที่ต้องการซ่อมเองจะสามารถเข้าถึงชิ้นส่วน เครื่องมือ และคู่มือได้เหมือนกับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple (AASP) อีก 5,000 ราย และผู้ให้บริการซ่อมอิสระอีก 2,800 ราย

โปรแกรมในระยะแรกจะเน้นโมดูลที่ให้บริการซ่อมมากที่สุดอย่างจอภาพ แบตเตอรี่ และกล้อง ส่วนการซ่อมอื่นๆ จะมีให้บริการภายหลังในปีหน้า

Jeff Williams หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ Apple กล่าวว่า  "การสร้างช่องทางการเข้าถึงชิ้นส่วนแท้ของ Apple จะช่วยเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้าหากจำเป็นต้องซ่อมอุปกรณ์"

"ใน 3 ปีที่ผ่านมานี้  Apple ได้เพิ่มสถานที่ให้บริการซ่อมเกือบ 2 เท่า โดยสามารถเข้าถึงชิ้นส่วน เครื่องมือ และการฝึก อบรมของจริงได้ และตอนนี้เราก็มีตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงมือซ่อมเอง"

Apple ยังระบุว่า เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าสามารถซ่อมเครื่องด้วยตัวเองได้อย่างปลอดภัย การอ่านคู่มือการซ่อมก่อนจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ จากนั้นให้ลูกค้าสั่งซื้อชิ้นส่วนและเครื่องมือแท้จาก Apple ผ่านทาง Apple Self Service Repair Online Store หลังจากซ่อมแล้ว ลูกค้าที่ส่งชิ้นส่วนที่ใช้แล้วกลับมาเพื่อรีไซเคิลจะได้รับเครดิตในการซื้อด้วย

ในช่วงแรกๆ ร้านแห่งใหม่จะมีชิ้นส่วนและเครื่องมือกว่า 200 ชิ้น ที่ทำให้ลูกค้าสามารถทำการซ่อมทั่วๆ ไปกับ iPhone 12 และ iPhone 13 ได้

และ Apple ยังแนะนำว่า การซ่อมแบบบริการตัวเองมีไว้สำหรับช่างเทคนิคที่มีความรู้และประสบการณ์ในการซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับลูกค้าส่วนใหญ่แล้ว การไปพบผู้ให้บริการซ่อมมืออาชีพพร้อมช่างเทคนิคที่ได้รับการรับรองและใช้ชิ้นส่วนแท้ของ Apple เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้มากที่สุดในการซ่อม ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Apple ได้ดำเนินการเพื่อให้ผู้ให้บริการซ่อมอิสระกว่า 2,800 ราย เข้าถึงชิ้นส่วน เครื่องมือ และการฝึกอบรมของจริง

สำหรับโปรแกรมผู้ให้บริการอิสระที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้ ได้เปิดตัวในสหรัฐเมื่อปี 2019 และได้มีการเติบโตจนสามารถขยายบริการไปได้กว่า 200 ประเทศ ทำให้ร้านของผู้ให้บริการซ่อมอิสระสามารถเข้าฝึกอบรม ใช้ชิ้นส่วน และเครื่องมือเดียวกับที่ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple

นอกจากนี้ Apple ยังมอบตัวเลือกในการซ่อมที่สะดวกสำหรับลูกค้าผ่านเครือข่าย AASP ทั่วโลกกว่า 5,000 แห่ง ซึ่งช่วยผู้คนหลายล้านในการซ่อมผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของ Apple ทั้งที่อยู่และไม่อยู่ภายใต้การรับประกัน

การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความคงทน ใช้งานได้ยาวนาน และมีตัวเลือกในการซ่อมที่มากขึ้นทำให้ลูกค้าสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ไปได้นานอีกหลายปี นอกจากนี้ Apple ยังมีการอัพเดทซอฟต์แวร์ต่อเนื่องหลายปีที่มาพร้อมคุณสมบัติและการใช้งานใหม่ๆ อีกด้วย

การประกาศเปิดตัวการซ่อมแบบบริการตัวเอง น่าจะส่งผลให้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้ใจผู้บริโภค รวมถึงนักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และอาจจะส่งผลต่อผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีแบรนด์อื่นที่เป็นคู่แข่งของแบรนด์ของ Apple ที่ควรจะมีความเคลื่อนไหวเป็นทางการในเรื่องเกี่ยวกับ Right to Repair เพื่อความชัดเจนในการรับรู้ของผู้บริโภคของตนและเพื่อรักษาผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าไว้ให้คงอยู่กับแบรนด์ของตนในระยะยาว

Cr : Apple Newsroom / CNN BUSINESS / WIRED

Source
Source
Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.