บีเอ็มดับเบิลยู เพิ่มรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า สร้างทางเลือกใหม่เพื่อคนชอบ SAV

Nov 19, 2021 P.Narata

เมื่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จึงทำการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตอเนกประสงค์ บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive 50 Sport และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport อย่างเป็นทางการ โดยบีเอ็มดับเบิลยูชูความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ Sports Activity Vehicle (SAV) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า100% อย่างแท้จริง

โดยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หลังการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 พร้อมกันทั่วโลกของผ่านช่องทางออนไลน์ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีกระแสการตอบรับที่ดีด้วยยอดจองเต็มโควตาในเวลาไม่นาน ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่บุกเบิกตลาดการขับเคลื่อนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพรีเมียมของไทย

อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า เทคโนโลยีถือเป็นกุญแจสำคัญสู่อนาคต สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มต้นขึ้นพร้อมการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 รถยนต์อเนกประสงค์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านยนตรกรรมไฟฟ้าในระดับพรีเมียมของบีเอ็มดับเบิลยู อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการวางรากฐาน e-Mobility ของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทยให้แข็งแกร่งมากขึ้น

“รถยนต์ทั้ง 2 รุ่นเป็นยนตรกรรมที่ออกแบบมาด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคตและบริการดิจิทัลต่างๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความคล่องตัวแบบ SAV ปลอดมลภาวะไว้ได้อย่างดี ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ยังช่วยสร้างปฐมบทใหม่ของอนาคตแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าของประเทศไทย และนำไปสู่อนาคตใหม่ที่ทำให้ตระหนักถึงอนาคตที่เราวาดฝันไว้ตลอดมา”

ดีไซน์บึกบึนสไตล์สปอร์ต

บีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 รถยนต์อเนกประสงค์ Sports Activity Vehicle (SAV) เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มุ่งสร้างนิยามใหม่ให้แก่ประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานสะอาดในประเทศไทย โดยบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport จะสร้างสุนทรียภาพการขับขี่แบบไร้มลพิษ มีความคล่องตัวสไตล์สปอร์ต และรูปลักษณ์การดีไซน์ที่สื่อถึงความยั่งยืนในทุกจุด ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้าพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive และเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่รุ่นใหม่ล่าสุด สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลยิ่งขึ้นกว่าเดิม

บีเอ็มดับเบิลยู iX ยังใช้หลักการดีไซน์ภายนอกด้วยเส้นสายในการออกแบบชัดเจนทรงพลัง แต่ยังมีความเรียบง่าย และคงความบึกบึนสไตล์ SAV เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร ซึ่งรายละเอียดขององค์ประกอบต่างๆ ยังสื่อถึงความประณีตและความหรูหราล้ำยุค โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ที่เกือบปิดทึบ สะท้อนถึงนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย ส่วนกล้องและเรดาร์เซ็นเซอร์ฝังอยู่ภายใต้พื้นผิวของกระจังหน้า โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้ายที่เรียวยาวที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู มือจับประตูที่เปิดด้วยการกดปุ่ม หน้าต่างไร้ขอบ และประตูท้ายสอดประสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวตั้งแต่หน้ารถจรดท้ายรถโดยไม่มีช่องว่าง

ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วยความโดดเด่นจากตระกูล X3 ที่ดูโฉบเฉี่ยวเข้ากับสมรรถนะของ BMW eDrive เจนเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งไฮไลท์ของรุ่นนี้ยังอยู่ที่ความหลากหลายในการใช้งาน ด้วยพื้นที่กว้างขวางกว่า X3 รุ่นอื่นๆ เบาะหลังพับได้แบบ 40 : 20 : 40 เพิ่มปริมาตรการบรรจุสัมภาระจาก 510 - 1,560 ลิตร

โดยระบบการทำงานของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport ประสานประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับความหนาแน่นและความจุพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของแบตเตอรี่แรงดันสูง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้า เทคโนโลยีการชาร์จ และแบตเตอรี่แรงดันสูงรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการยกระดับในด้านสมรรถนะการทำงาน และระบบเกียร์ภายใต้โครงสร้างเดียวกันกับบีเอ็มดับเบิลยู iX

เพื่อตอกย้ำแนวคิดในเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ภายใต้กระบวนการผลิตบีเอ็มดับเบิลยู iX ยังครอบคลุมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้อะลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการหล่อและนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ในปริมาณมาก ภายในห้องโดยสารประกอบด้วยวัสดุไม้ที่รับรองจาก FSC หนังฟอกด้วยสารสกัดจากใบมะกอก และยังมีส่วนประกอบจากธรรมชาติอื่นๆ อีกมากมาย และยังใช้แหจับปลาที่ผ่านการรีไซเคิลเป็นหนึ่งในวัสดุสำหรับผลิตพรมปูพื้นรถอีกด้วย

 

แบตเตอรี่คือหัวใจหลัก

หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า คือแบตเตอรี่ที่บีเอ็มดับเบิลยูสร้างพัฒนามาอย่างต่อเนื่องหลายเจนเนอเรชั่น โดยบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport ใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงมีความจุพลังงานสุทธิ 105.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง และความจุพลังงานรวม 111.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง หัวชาร์จแบบ Combined Charging Unit (CCU) ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบการชาร์จที่ยืดหยุ่น รองรับการชาร์จแบบ DC ได้สูงสุด 200 กิโลวัตต์ จึงสามารถชาร์จจาก 0 - 80% ได้ในเวลาเพียง 39 นาที

อีกทั้งยังเพิ่มระยะขับขี่ได้สูงสุดถึง 100 กิโลเมตร หลังชาร์จแบตเตอรี่ด้วยการชาร์จแบบ DC 50 กิโลวัตต์ เพียง 21 นาที ซึ่งระบบ BMW eDrive เจนเนอเรชั่นที่ 5 ในรุ่น iX xDrive50 Sport ยังทำงานพร้อมเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ล่าสุดที่วิ่งได้ระยะทางตามมาตรฐาน WLTP สูงสุดถึง 630 กิโลเมตร

ในส่วนของ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport ใหม่ ใช้เทคโนโลยีระบบชาร์จใหม่ล่าสุดเติมพลังงานสู่แบตเตอรี่ 400 โวลต์ และแหล่งจ่ายไฟ 12 โวลต์แก่อุปกรณ์ต่างๆ ในรถ หากใช้ไฟฟ้ากระแสสลับสามารถชาร์จด้วยระบบไฟแบบ 1 เฟส และ 3 เฟส ได้สูงสุด 11 กิโลวัตต์ และเมื่อชาร์จแบบรวดเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง จะรับพลังงานได้สูงสุด 150 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่แรงดันสูงในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ยังรองรับการชาร์จจาก 0 –80% ได้ภายใน 34 นาที

โดยแบตเตอรี่แรงดันสูงรุ่นล่าสุดนี้ติดตั้งอยู่ใต้ตัวรถ จึงช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงลงประมาณ 7.5 เซนติเมตร เมื่อเทียบกับ X3 รุ่นอื่น ๆ ระบบช่วงล่างแบบ Adaptive ปรับระดับด้วยไฟฟ้าตามสภาพถนนและสภาวะการขับขี่

ในส่วนของสถานีชาร์จไฟ บีเอ็มดับเบิลยูได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2017 ภายใต้โครงการ Charge Now ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีสถานีชาร์จรวมทั้งสิ้น 123 หัวจ่าย ใน 46 สถานี ทั้งแบบ AC และ DC รวมถึงการ Collaboration กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ในการเปิดให้บริการอีก 2 สถานี ที่หัวหิน และเขาใหญ่ ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอนาคต

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport วางราคาจำหน่ายไว้ที่ 5,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport ใหม่ วางราคาจำหน่ายที่ 3,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็กเกจบำรุงรักษา BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง)

 

ผู้นำตลาด Premium Luxury BEV

สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยูทั้งรุ่น iX และ iX3 ที่ได้เปิดตัวทางออนไลน์ และมีการ Pre Booking ทางออนไลน์ไปก่อนหน้านี้นั้น ถือว่ามีกระแสการตอบรับที่ดี โดยทั้ง 2 รุ่น มียอดจองเต็มโควตาตามที่ได้จัดสรรมาจากบริษัทแม่ ซึ่งในรุ่น iX มียอดจองครบ 20 คัน ภายใน 6 นาที และ iX3 มียอดจองครบ 100 คัน หลังเป็นระบบให้จองภายใน 26 ชั่วโมง

“หลังจากนี้ ทางบริษัทจะเริ่มทำการส่งมอบสำหรับยอดจองที่เข้ามาในเดือนกรกฎาคม ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่จองมีทั้งที่เป็น Loyal Customer และกลุ่มลูกค้าใหม่ที่สนใจเทคโนโลยี โดยรุ่น iX มาจากโรงงานประเทศเยอรมนี ส่วน iX3 มาจากโรงงานของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศจีน”

ก่อนหน้านี้ บีเอ็มดับเบิลยู ยังแสดงวิสัยทัศน์ในงานสัมมนา ZEV@35 หัวข้อ “ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% ปี 2035 จุดเปลี่ยนสำคัญอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยโรดแม็บในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลกถูกกำหนดไว้ว่า จะเปิดตัวให้ได้ 25 รุ่น ภายในปี 2023 โดยแบ่งออกเป็น BEV (Battery Electric Vehicle) จำนวน 12 รุ่น และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) จำนวน 13 รุ่น พร้อมการผลักดันให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตเพิ่มขึ้นจาก 8% ในปี 2020 เป็น 20% ในปี 2023

โดยบีเอ็มดับเบิลยูยังวางเป้าหมายการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในประเทศที่เน้นการใช้ BEV 100% ซึ่งในปี 2030 มีการคาดการณ์ว่า 50% ของการขายรถยนต์ทั่วโลกจะเป็นรถยนต์ BEV และในช่วงเวลานั้นบีเอ็มดับเบิลยูจะมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ออกสู่ตลาดถึงกว่า 10 ล้านคัน

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ และระบบไฟฟ้าที่ใช้ในการขับเคลื่อนของรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ยังเป็นช่วงเริ่มต้นจึงมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้พัฒนาการของรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้จะมีความเคลื่อนไหวอยู่แต่ในกลุ่ม Premium Luxury Brand เป็นหลัก ซึ่งนอกจากบีเอ็มดับเบิลยู ยังมีเมอร์เซเดส-เบนซ์ และออดี้  โดยบีเอ็มดับเบิลยูทำตลาดภายใต้ Sub Brand ตระกูล i และเริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2554

“ปัจจุบันภาพรวมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย หากมองจากเทรนด์ของตลาดโลกยังเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยมีสถิติการจดทะเบียนรถไฟฟ้าที่มากขึ้นทุกปี เราจึงคาดว่า จะสามารถครองความเป็นผู้นำตลาด Premium Luxury ได้ในอนาคต” อเล็กซานเดอร์ กล่าว

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.