ฮอนด้าส่งรถไฮบริด HR-V e:HEV ทวงคืนบัลลังก์แชมป์ SUV

Nov 21, 2021 P.Narata

ฮอนด้าเดินหน้าสู่ผู้นำตลาดรถยนต์ไฮบริด (HEV: Hybrid Electric Vehicle) ของกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลใน ประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว Honda HR-V e:HEV เสริมทัพไลน์อัพด้วย e:HEV ให้กับกลุ่ม SUV (Sports Utility Vehicle) ขนาดกลางของฮอนด้า ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย จัดเต็มกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมัน 25.6 กม./ลิตร เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี รับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี พร้อมตั้งเป้าครองตำแหน่งผู้นำตลาด SUV ในประเทศไทยอีกครั้ง

โนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Honda HR-V เป็นรถยนต์ที่ลูกค้ารอคอยและให้ความสนใจ และประสบความสำเร็จด้านยอดขายในตลาด SUV มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัว Honda HR-V e:HEV ใหม่ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีกระแสตอบรับที่ดีมาก มียอดการจองสิทธิ์ประมาณ 2,500 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์

“หลังจากเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เราเชื่อว่า Honda HR-V e:HEV ใหม่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ โดยภาพรวมที่กำลังฟื้นตัวให้กลับมาคึกคักยิ่งขึ้น และจะสามารถสร้างมิติใหม่ให้กับตลาด SUV ในประเทศไทยได้อีกครั้ง อีกทั้งจะช่วยให้ฮอนด้าก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำในตลาด SUV ของประเทศไทย ในฐานะของการเป็น SUV สำหรับทุกคน ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งด้านระบบขับเคลื่อนและด้านความปลอดภัย ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่าง แท้จริง โดยฮอนด้าตั้งเป้าจำหน่าย HR-V e:HEV ใหม่ 20,000 คัน ภายใน 1 ปีนับจากเปิดตัว”

ย้อนกลับไปในปี 2539 ฮอนด้าเปิดตัว Honda CR-V เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ส่งผลให้ฮอนด้าประสบความ สำเร็จในการทำตลาดรถ SUV มาอย่างต่อเนื่อง โดยฮอนด้าก็มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นตลาดให้เกิดความต้องการรถ SUV เพิ่มมากขึ้น ด้วยการขยายตลาด SUV ไปสู่ลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต่อมาฮอนด้าได้เปิดตัว Honda HR-V เป็นครั้ง แรกในประเทศไทยเมื่อปี 2557 เพื่อเติมเต็มตลาดรถ SUV ในระดับ B-Segment SUV ต่อเนื่องด้วยการเปิดตัว Honda BR-V ในปี 2559 เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดรถ SUV ในระดับ B-SUV

ส่งผลให้ฮอนด้ามีรถ SUV ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในทุกตลาด และสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลาก หลายในทุกไลฟ์สไตล์ โดย Honda HR-V เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเป็นรุ่นที่ผลักดันให้ฮอนด้าก้าวขึ้น เป็นผู้นำตลาดรถ SUV มาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน Honda HR-V มียอดขายสะสมถึงกว่า 100,000 คัน และเป็นรุ่นที่มี ส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่ม SUV ขนาดกลางประมาณ 35%

จุดขายใหม่ คือฟูลไฮบริด

Honda HR-V e:HEV ใหม่ สร้างจุดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวี มีตัวถังในสไตล์ Fastback ระบบ ขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้สมรรถนะการขับขี่ด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมัน 25.6 กม./ลิตร สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่อง  ยนต์(Engine Drive Mode)

ฮอนด้ายังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุกรุ่นย่อยด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING เช่น ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและด้านการขับขี่ที่ครบครัน ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้า ในประเทศไทยกับระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ระบบช่วยชะลอความเร็วรถ ที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) เป็นต้น

โดย Honda HR-V e:HEV ทำตลาดด้วย 3 รุ่นย่อย คือ รุ่น e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท รุ่น e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท และรุ่น e:HEV E ราคา 979,000 บาท

พร้อมยกระดับด้านการบริการหลังการขาย เริ่มจากการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี รับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง มีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ Honda Ultimate Care ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง

เทรนด์รถ SUV ยังคงเติบโต

ที่ผ่านมา มีการประเมินกันว่า ตลาดรวมรถ SUV ในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 60,000 คันต่อปี และมีสถาน การณ์การแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากมีผู้เล่นในตลาดค่อนข้างมากจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนหันมาให้ความ สนใจในรถ SUV กันมากขึ้น ด้วยเพราะตัวรถมีความสะดวกสบาย ขับง่าย มีความปลอดภัยเทียบเท่ากับรถยนต์นั่ง แต่มี ประโยชน์ใช้สอยที่มากกว่าและเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งปัจจุบันมีรถ SUV รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะใน กลุ่ม SUV ขนาดกลาง-เล็ก หรือ B-SUV ที่ฮอนด้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด

แม้ว่าการทำตลาด SUV ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยอดขายของฮอนด้าในกลุ่มนี้อาจหดตัวลงไปบ้าง เนื่องจาก Honda HR-V ที่ทำตลาดอยู่ก่อนหน้านี้เป็นช่วงปลายรุ่นเพราะทำตลาดมานาน ในขณะที่ Honda CR-V ก็ทำตลาดมา ระยะหนึ่งแล้วจึงขาดความสดใหม่ ส่งผลต่อการสูญเสียตำแหน่งผู้นำตลาดไปจากการเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับผู้เล่น รายอื่นๆ อย่างโตโยต้า มาสด้า และเอ็มจี ที่มีรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดในช่วงก่อนหน้านี้

หรือแม้แต่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ที่ส่ง All New HAVAL H6 Hybrid SUV ลงชิงแชร์ในตลาด SUV ก็มียอดขายที่ดีวันดีคืนด้วยเช่นกัน

“ปัจจุบันตลาดรถยนต์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย มีความต้องการของรถ SUV สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่า หลังจากนี้ปริมาณรถ SUV ที่จะเข้าสู่ตลาดจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอีก โดยเฉพาะรถในกลุ่มไฮบริดที่ผู้บริโภคให้ความ สนใจเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหลังการเปิดตัว Honda HR-V e:HEV ฮอนด้าเชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นให้ตลาด SUV เติบโต มากขึ้นได้อย่างแน่นอน”

ทวงคืนที่ 1 ตลาด SUV ด้วย B-SUV

สำหรับรถยนต์ B-Segment SUV หรือ B-SUV คือรถ SUV ขนาดกลางและเล็กที่มีพื้นฐานมาจากรถยนต์ B Segment ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มีระดับราคาอยู่ในช่วง 7 แสนบาทปลายๆ ไปจนถึง 1.2 ล้านบาท โดยฮอนด้ามีรถยนต์ทำตลาดในกลุ่ม SUV ทั้งหมด 3 รุ่น คือ CR-V, HR-V และ BR-V ซึ่ง HR-V และ BR-V อยู่ในกลุ่ม B-SUV โดยคู่แข่งขันสำคัญในกลุ่ม B-SUV คือ Toyota Corolla Cross ที่ทำตัวเลขได้ค่อนข้างดี หรือ Toyota C-HR ก็เพิ่งเปิดตัวโฉมใหม่ปี 2021 ไปเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รวมถึง Mazda CX 3, CX-30 และ MG ZS ก็มีรถรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดด้วยเช่นกัน

หากอ้างอิงตัวเลขการจดทะเบียนรถป้ายแดงของกรมการขนส่งทางบกในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค.64) โตโยต้ามียอดการจดทะเบียนรถป้ายแดงในกลุ่ม SUV คือรุ่น Corolla Cross และ C-HR รวม 17,801 คัน ขณะที่ฮอนด้ามี 10,765 คัน จาก 3 รุ่น คือ CR-V, HR-v และ BR-V

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ฮอนด้าค่อนข้างมั่นใจว่า Honda HR-V e:HEV จะสามารถกวาดยอดขายได้ถึงปีละ 20,000 คัน และส่งแรงผลักดันให้ฮอนด้าประสบความสำเร็จก้าวขึ้นเป็นที่ 1 ในตลาดรถ SUV อีกครั้ง นั่นเป็นเพราะว่า

  • กระแสการตอบรับที่ดีมากจากการเปิดให้จองสิทธิ์เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมียอดจอง สิทธิ์กว่า 2,500 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์
  • จุดแข็งของ Honda HR-V e:HEV ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฮอนด้า คือการนำระบบขับเคลื่อน ไฮบริดมาไว้ในรถ SUV ขนาดกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะการขับขี่ให้เทียบเท่าระบบ เครื่องยนต์เบนซิน
  • การอัพเกรดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยให้กับรถ SUV ขนาดกลาง ทำให้ผู้บริโภคในกลุ่มเป้าหมาย ระดับกลางได้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ตามแนวคิดในเรื่องของ Zero Accidence
  • การวางราคาจำหน่ายในระดับที่สามารถเอื้อมถึง กลุ่มเป้าหมายค่อนข้างพอใจและยอมรับได้ โดยดูจากกระแสการจองสิทธิ์ รวมถึงมีการยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้น

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ฮอนด้า เชื่อว่าจะได้รับแรงสนับสนุนที่ดีจากกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการเปิดตัว Honda HR-V e:HEV จะช่วยผลักดันให้ส่วนแบ่งการตลาดรวมในกลุ่ม SUV ของฮอนด้าที่แต่เดิมมีอยู่ประมาณ 15% ขยับเพิ่ม ขึ้นใกล้ๆ 30% พร้อมการกลับมาเป็นที่ 1 ในตลาดรถ SUV ได้อีกครั้ง

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.