ซีพีเอ็น ชูกลยุทธ์ Fully-Integrated Mixed-Use ปั้นโครงการศูนย์การค้า “มิกซ์ยูส” ทั่วประเทศ

Nov 23, 2021 R.Somboon

“มิกซ์ยูส” ยังคงเป็นเทรนด์ของการพัฒนาที่ดินในทั่วโลก เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแล้ว มิกซ์ยูสยังเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการที่ลงทุนอีกด้วย ทำให้เราได้เห็นการลงทุนของผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ในตลาดที่เทมาที่การทำโครงการ “มิกซ์ยูส” ที่เป็นการผสมผสานระหว่างอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรมขนาดใหญ่ และเรสซิเดนเชียล หรือโครงการที่พักอาศัย

 

การพัฒนาโครงการในลักษณะของมิกซ์ยูส กลายเป็นกลยุทธ์หลักของการทำโครงการศูนย์การค้าของผู้เล่นรายใหญ่อย่างเซ็นทรัลพัฒนาที่ ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น บอกกับเราว่า ศูนย์การค้าทั้ง 36 แห่งที่รวมเซ็นทรัลอยุธยาที่จะเปิดในวันที่ 30 พ.ย.นี้ มีตัวเลขของโครงการที่เป็นมิกซ์ยูสเกินกว่า 10 แห่ง ซึ่งบางโครงการที่มีพื้นที่มากพอจะมีการปรับให้เป็นมิกซ์ยูสในกรณีที่ยังไม่มี

เขาบอกว่า มิกซ์ยูส เป็น DNA ของซีพีเอ็นไปแล้ว ศูนย์การค้าในเครืออย่างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ก็ถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกๆ ที่ซีพีเอ็นทำขึ้นมา โดยมีทั้งที่เป็นศูนย์การค้า โรงแรม และอาคารสำนักงาน

สำหรับโครงการเซ็นทรัล อยุธยา ที่ใช้งบลงทุน 6,200 ล้านบาท ถือเป็นโครงการFully-Integrated Mixed-Use Development บนทำเลยุทธศาสตร์ที่เป็นเขตเศรษฐกิจ ที่จะสร้าง Big Impact ยกระดับอยุธยาไปอีกขั้น โดยซีพีเอ็นมุ่งมั่นปั้นเมืองอยุธยาให้เป็น The Cultural Capital เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศที่ชาวต่างชาติจะต้องนึกถึง รวมถึงเมืองที่นักท่องเที่ยวไทยเองก็อยากจะมาใช้เวลาท่องเที่ยวให้นานขึ้น ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

 

ภายใต้โครงการดังกล่าวจะมีพื้นที่ 47 ไร่ ซึ่งจะมีทั้งที่เป็นศูนย์การค้า คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมขนาด 220 ห้อง และเรสซิเดนเชียล ซึ่งจะทยอยเปิดออกมาทีละเฟสเริ่มจากศูนย์การค้าที่จะเป็นแม่เหล็กสำคัญในการพัฒนาโครงการที่ยึดเอาต้นแบบของบการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวที่เป็น “เกียวโต โมเดล” คือนำเอาความเป็นเมืองมรดกโลกของอยุธยามาผสมผสานกับความทันสมัยโดยชูความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย Thai Twist ที่ได้แรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สายตาชาวโลก ส่องสปอตไลท์การท่องเที่ยวของจังหวัดอยุธยาสู่ระดับโลก โดยเป็นโครงการที่เราใส่ใจทุกรายละเอียดของงานออกแบบก่อสร้าง ร่วมกับทั้งสถาปนิกและช่างฝีมือท้องถิ่นเพื่อรังสรรค์ให้เซ็นทรัล อยุธยาเป็นโครงการระดับ Masterpiece ในส่วนของกลุ่มเป้าหมาย เจาะกลุ่มชาวอยุธยา 85% และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ 15% มุ่งตอบโจทย์ Unmet Need ของคนอยุธยาที่มีกำลังซื้อสูงอย่างกลุ่ม Young Affluent ด้วยแบรนด์ชั้นนำและไลฟ์สไตล์ Urban Vibes และ Experiential Retail ที่สร้างประสบการณ์ให้เซ็นทรัล อยุธยาเป็นทั้ง Cultural, Shopping and Living Space

ในส่วนของกลุ่มเป้าหมายของเซ็นทรัล อยุธยาจะเจาะกลุ่มชาวอยุธยา 85% และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ 15% มุ่งตอบโจทย์ Unmet Need ของคนอยุธยาที่มีกำลังซื้อสูงอย่างกลุ่ม Young Affluent ด้วยแบรนด์ชั้นนำและไลฟ์สไตล์ Urban Vibes และ Experiential Retail ที่สร้างประสบการณ์ให้เซ็นทรัล อยุธยาเป็นทั้ง Cultural, Shopping and Living Space

“แผนลงทุนต่อจากนี้ไปจะปรับปรุงศูนย์การค้าเดิมและลงทุนศูนย์การค้าใหม่ๆ ให้เป็นรูปแบบมิกซ์ยูสเต็มรูปแบบ (Fully-Integrated Mixed-Use Development) ประกอบไปด้วยศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม และโรงแรม โดยในปี 2565 จะมีการเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่งคือเซ็นทรัล จันทบุรี ซึ่งจะเป็นโครงการในรูปแบบของมิกซ์ยูส นอกจากนี้จะมีการรีโนเวทศูนย์การค้าในเครือ อาทิ เซ็นทรัล รามอินทรา เซ็นทรัลขอนแก่น และเซ็นทรัล พัทยาบีช”

5เหตุผล

 

ทำไมถึงต้อง “มิกซ์ยูส” 

1. เป็นการบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากที่ดิน ที่นับวันมีแต่ราคาพุ่งสูงขึ้น

2. ขณะเดียวกันก็เป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

3. เพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการขายกรรมสิทธิ์ และรายได้จากสัญญาเช่า ฯลฯ

4. สร้างความโดดเด่นให้กับโครงการ ซึ่งมิกซ์ยูสแต่ละโครงการจะมีแมกเน็ต หรือแม่เหล็กที่เป็นสีสันที่หลากหลายในการดึงดูดคนเข้ามาในโครงการ

5. ไม่เพียงเท่านั้น มิกซ์ยูสยังช่วยเพิ่มทราฟฟิกหรือคนหมุนเวียนในศูนย์ทั้งในรูปแบบของ Daily, Weekly และ Monthly Use ซึ่งจะช่วยทำให้พันธมิตรที่เข้ามาร่วมเปิดร้านค้าในศูนย์สามารถสร้างยอดขายที่ดีได้แบบต่อเนื่อง ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ โครงการเซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่มีพนักงานจากออฟฟิศที่อยู่ในโครงการเข้ามาช่วยเพิ่มทราฟฟิก หรือช่วยสร้างความคึกคักในวันทำงานได้เป็นอย่างดี

 

Strategy

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.