6,777
VIEWS

เอไอเอ ประเทศไทย ดีเอ็นเอความเป็นเบอร์ 1 ที่เชื่อมต่ออดีตสู่อนาคต

Dec 17, 2021 -None-

เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 83 ปี ที่ “เอไอเอ ประเทศไทย” ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ด้วยคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives - เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น” ของผู้บริโภคชาวไทย ส่งผลให้ เอไอเอ ประเทศไทย กลายเป็นองค์กรที่ผู้บริโภคชาวไทยให้การยอมรับสูงสุด และหากมีโอกาสก็อยากที่จะได้ถือครองกรมธรรม์ของเอไอเอกันสักฉบับ ซึ่งวันนี้คนไทยมีจำนวนการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตของเอไอเอที่มากถึง 8 ล้านฉบับ

ด้วยความแข็งแกร่งของภาพลักษณ์องค์กรและแบรนด์ ส่งผลให้ปีนี้ เอไอเอ ประเทศไทย สามารถรักษาความเป็นที่ 1 ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง จากผลการสำรวจ “2021 Thailand’s Most Admired Company” ในกลุ่มประกันชีวิต สะท้อนภาพความเชื่อมั่น และการยอมรับอย่างสูงสุดจากผู้บริโภคทั่วประเทศที่มีต่อเอไอเอ ประเทศไทย  

คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กร และผลักดันให้แบรนด์เอไอเอได้รับการยอมรับและความไว้วางใจสูงสุดจากกลุ่มเป้าหมาย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเป็นองค์กรระดับตำนานที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 83 ปี และเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่บริษัทของกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งมาจนถึงทุกวันนี้ โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ

ประการแรก เอไอเอดำเนินธุรกิจมอบความคุ้มครอง และอยู่เคียงข้างคนไทยในประเทศมาเป็นเวลานาน และเวลากว่าครึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่ผ่านมาเอไอเอครองความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตมาโดยตลอด คนไทยจึงรู้สึกคุ้นชินกับเอไอเอในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ของกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย 

ประการที่ 2 เอไอเอยึดมั่นในช่องทางการขายผ่านตัวแทนเป็นช่องทางหลักมาตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจ ทำให้มาตรฐานและคุณภาพของตัวแทนเอไอเออยู่ในระดับสูง ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในตลาดระดับกลางไปถึงระดับบนได้ดี ทำให้ภาพลักษณ์ในการนำเสนอสินค้าและการบริการของเอไอเอเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป

ประการที่ 3 เอไอเอเป็นผู้นำในเรื่องของสินค้าและบริการ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่เอไอเอบุกเบิกตลาดมามากกว่า 25 ปี รวมถึงการเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือยูนิต ลิงค์ ด้วยความเชี่ยวชาญมานานกว่า 11 ปี พร้อมตัวแทนคุณภาพที่มี IC License กว่า 11,000 คน มากที่สุดในอุตสาหกรรม  

จากข้อมูลของผลสำรวจ “2021 Thailand’s Most Admired Company” เอไอเอยังมีความโดดเด่นใน 3 ปัจจัย คือความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) ภาพลักษณ์แบรนด์ของกิจการ (Corporate Image) และการบริหารงานการจัดการ (Management)  

 

“เรามีวิธีคิดทั้งในส่วนของงานกลยุทธ์ และการบริหารงานเชิงจรรยาบรรณของผู้บริหารที่ตอบโจทย์คนเอเชียมาตลอด ซึ่งปัจจุบันเรามีแนวทางการบริหารจัดการที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนบน 3 ค่านิยมหลัก ได้แก่ ความชัดเจน (Clarity) ความกล้าหาญ (Courage) และมนุษยธรรม (Humanity) เป็น 3 องค์ประกอบที่ทำให้เอไอเอพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยรูปแบบการบริหารจัดการที่เป็น Best Practice ทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกการตัดสินใจจะแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง และมั่นใจในเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทเอไอเอ”

 

นับตั้งแต่เอไอเอแยกตัวออกมาจาก AIG และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เพื่อปักหมุดการทำตลาดในภูมิภาคเอเชียอย่างชัดเจนจนถึงปัจจุบันถือเป็นยุคที่ 3 ของแผนการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งโจทย์ทั้งหมดในยุคนี้คือการมุ่งเน้นไปที่เรื่องดิจิทัลเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับการติดอาวุธทางดิจิทัลให้กับองค์กรและตัวแทน พร้อมสนับสนุนการปรับตัวในด้านการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับช่วงล็อกดาวน์จากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 

โดยช่วงที่ผ่านมา เอไอเอได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างอีโคซิสเต็มใหม่ๆ โดยจับมือร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในการสร้างอีโคซิสเต็มร่วมกันได้ในอนาคต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และสามารถดูแลสุขภาพและชีวิตของคนไทยได้เพิ่มมากขึ้น เช่น แพลตฟอร์ม ALive แอปพลิเคชันด้านสุขภาพที่เป็นทั้งที่ปรึกษาและให้คำแนะนำด้านสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในครอบครัวโดยปราศจากค่าใช้จ่าย 

อีกทั้งยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชันแพลตฟอร์ม เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงทุกการบริการของเอไอเอผ่านการใช้งานแอปพลิเคชันเพียงหนึ่งเดียวในรูปแบบของ Super App ซึ่งจะเปิดตัวภายในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงต้นปี 2564 เอไอเอ ประเทศไทย ได้ประกาศนโยบายหลักใน 5 เรื่องสำคัญ เพื่อมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างรอบด้านและนำไปสู่ความเป็นหนึ่งในทุกมิติ ประกอบด้วย

1. เอไอเอ เป็นหนึ่ง บุคลากรทุกฝ่ายในองค์กรต้องทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการสูงสุดของลูกค้าด้วยประสบการณ์ที่ดีที่สุด

2. เอไอเอ ยืนหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ของประเทศ เอไอเอ ต้องยืนหนึ่งในใจลูกค้า และในทุกมาตรวัด ไม่ว่าจะเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด ขนาดธุรกิจ ดัชนีความพึงพอใจ และความภักดีของลูกค้า รวมถึงสินค้าและบริการที่ดีที่สุดในตลาด

3. เอไอเอ ที่หนึ่ง เป็นผู้นำในการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการบริการ

4. เอไอเอ เป็นบริษัทเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง ด้วยประสบการณ์ในการดูแลและมอบความคุ้มครองให้แก่คนไทยมายาวนานกว่า 83 ปี และเป็นบริษัทประกันชีวิตที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เอไอเอยังคงมุ่งมั่นและไม่หยุดที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วทุกภูมิภาคผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ 

5. เอไอเอ ต้องเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้า ด้วยการเปลี่ยนบริบทจากการเป็นเพียงผู้จ่ายเคลม หรือ Payer เป็น Partner ที่คอยอยู่เคียงข้างในทุกๆ วัน เพื่อสนับสนุนให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น

“แผนงานด้านตัวแทนในปีนี้มีโจทย์ใหญ่อยู่ 2 เรื่อง โจทย์แรก คือการทำให้ตัวแทนเกิดความคุ้นชินกับการขายแบบไม่เจอตัว โดยขายผ่านแอป AIA iSign ซึ่งปัจจุบันยอดขายกว่า 50% มาจากแอปตัวนี้ ถือเป็นการปรับตัวที่เร็วและน่าพอใจมากแม้ว่าตัวแทนเอไอเอส่วนใหญ่จะไม่ใช่เด็กรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีมาก่อน โจทย์ต่อมาคือการเปลี่ยนการขายจากสะสมทรัพย์มาเป็นยูนิต ลิงค์ ซึ่งปัจจุบันเกือบ 1 ใน 3 ของสินค้าของเอไอเอ คือยูนิต ลิงค์ 

ในปีหน้า เราเตรียมแผนในเรื่องการสร้างตัวแทนใหม่ๆ ผ่านโครงการ AIA LA (AIA Life Advisor) และ AIA FA (AIA Financial Advisor) เพื่อขยับเข้าไปใกล้ความเป็น Digital Agent มากขึ้น รวมถึงการเร่งสร้างผู้บริหารหน่วยรุ่นใหม่ที่เป็นคน Gen Y หรือ Gen Z เพื่อให้เขาสามารถไปรีครู้ทคนที่อยู่ในเจนเนอเรชั่นเดียวกันเข้ามาทำงานกับเอไอเอ พร้อมกับผลักดันให้หัวหน้าหน่วยรุ่นก่อนๆ ส่งไม้ต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย”  

นอกจากนี้ ยังมีภารกิจสำคัญในการเร่งติดอาวุธดิจิทัลให้กับกลุ่มพันธมิตรที่เป็นสถาบันการเงิน เพื่อให้สามารถสร้างการเติบโตไปพร้อมกัน รวมถึงการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางดิจิทัลให้มากขึ้น เพื่อขยายวงในการสร้างอีโคซิสเต็มให้เอไอเอไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าได้ในทุกช่วงของชีวิต

ภายใต้การดำเนินธุรกิจอย่างยาวนานกว่า 83 ปี ส่งผลให้เอไอเอมีภาพลักษณ์ของวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง โดย คุณกฤษณ์ มองว่า Core Corporate Culture ของเอไอเอ คือความเป็น “ครอบครัว” ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกิจมีเอกลักษณ์จากระบบการขายผ่าน “ตัวแทน” เป็นหลัก จนเกิดเป็น Brand Loyalty ที่แข็งแกร่ง และถูกหลอมรวมกลายเป็น “ครอบครัวเดียวกัน” และส่งผลต่อการสร้างแนวคิด “เอไอเอต้องเป็นที่ 1” มาอย่างต่อเนื่อง 

“ความเป็นที่ 1 ของเราถูกท้าทายมาโดยตลอด เราจึงพยายามปรับช่องทางการขายเดิมที่มีอยู่ให้ดูร่วมสมัย และทำความเข้าใจกับช่องทางใหม่ที่กำลังจะเข้ามา พร้อมจับมือกับพันธมิตรเพื่อไปสู่อนาคตโดยไม่ลืมอดีต แต่ก็ไม่ยึดติดกับอดีตโดยไม่มองอนาคต และด้วยบริบทของการที่เอไอเอมีวัฒนธรรมองค์กรในแบบครอบครัวจึงมีความสำคัญมาก แม้ว่าการรักษาความเป็นที่ 1 ไว้ให้ได้ตลอดไปจะเป็นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและท้าทายอย่างมาก แต่เชื่อว่า ถ้าเราไม่ลืมอดีตและไม่พลาดที่จะมองอนาคต เราก็สามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน” คุณกฤษณ์ กล่าว

เอไอเอ ประเทศไทย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.