Singha พัฒนาต่อเนื่อง รับผิดชอบสังคม เข็มทิศการทำงานสู่องค์กรแข็งแกร่งทุกมิติ

Dec 20, 2021 -None-

สำหรับองค์กรใหญ่ที่อยู่มาอย่างยาวนานเกือบ 9 ทศวรรษ อย่าง สิงห์ คอร์เปอเรชั่น สิ่งที่ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจมาตลอดคือเรื่องของการพัฒนาตัวเอง ปรับตัว และไม่หยุดนิ่งที่จะนำเสนอสิ่งใหม่แก่ผู้บริโภค รวมถึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลคน สังคม และสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นหนึ่งใน DNA ขององค์กรที่ทำให้คนของสิงห์มีหัวใจที่พร้อมเติบโตเคียงข้างไปกับสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กรแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ซึ่งนั่นทำให้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เป็นองค์กรที่มีความแข็งแกร่งในทุกมิติ โดยเฉพาะในส่วนของการเป็นหนึ่งในองค์กรที่ดูแลสังคมอย่างต่อเนื่องมาเกือบ 9 ทศวรรษ จนได้รับเลือกจากผู้บริโภคให้เป็นองค์กรอันดับ 1 ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดในทุกปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น Innovation / Business Performance / Corporate Image / Management / Corporate CSR จากการสำรวจ Thailand’s Most Admired Company 2021

ปัจจัยสำคัญที่ถือเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจของ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น มาจากแนวคิดในการบริหารแบบ Singha Way ซึ่งถือเป็นทิศทางที่บริษัทได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และพนักงานทุกคนในบริษัทบุญรอดและในเครือต่างยึดเป็นข้อปฏิบัติกันมาโดยตลอด ทั้งการส่งมอบสิ่งดีๆ ให้ลูกค้า การทำงานอย่างซื่อตรง ไม่เคยเอาเปรียบลูกค้า มอบแต่ความสุข และที่สำคัญคือการทำงานแบบเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยใจความสำคัญของการบริหารงานแบบ Singha Way เน้นไปที่เรื่องสำคัญ 4 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Family  วิถีการบริหารงานและการใช้ชีวิตร่วมกันในที่ทำงานบนพื้นฐานที่ทุกคนเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน  คู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้บริโภค Courage คนในองค์กรกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ไม่ต้องกลัวที่จะผิดพลาด เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือนำมาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด Premium Quality ส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ สุดท้ายคือ Happiness การส่งต่อความสุขให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพนักงาน คู่ค้า พาร์ทเนอร์ ลูกค้าที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัวไปถึงชุมชนและสังคม

“ปัจจุบันนี้การทำธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราเชื่อว่า เมื่อคนของเรามีคุณภาพก็จะส่งผลดีไปสู่คนในครอบครัว ชุมชน สังคม ไปถึงคู่ค้า พาร์ทเนอร์ เพราะการสร้างความยั่งยืนของเรานั้นได้ให้ความสำคัญกับ Stakeholder ที่เกี่ยวข้องกับเราทั้งหมด” คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด  กล่าวถึงหลักการทำงานของสิงห์ คอร์เปอเรชั่น  ที่ยึดมั่นมาเกือบ 9 ทศวรรษ

นอกจากการบริหารงานแบบ Singha Way ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือการส่งเสริมให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสังคมและชุมชนตลอดมา ตอกย้ำแนวคิดขององค์กรที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “องค์กร ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน” ดังนั้นตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจของสิงห์ นอกเหนือจากนโยบายที่จะต้องมุ่งพัฒนาให้บริษัทเข้มแข็งแล้ว คนของสิงห์ยังต้องมีความพร้อมช่วยเหลือดูแลสังคมได้ เพราะความแข็งแกร่งของบริษัทจะเกิดขึ้นได้ด้วย “สังคมที่เข้มแข็ง” เมื่อสังคมแข็งแกร่ง บริษัทก็จะแข็งแรงขึ้นด้วยเช่นกัน

แบรนด์ใหญ่พร้อมปรับเพื่อความยืดหยุ่น

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับโลกอย่างที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ การจะพิสูจน์ว่าแบรนด์มีความแข็งแกร่งแค่ไหนจึงต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นคุณภาพสินค้า นวัตกรรม วัฒนธรรมองค์กร การสร้างประสบการณ์แก่ผู้บริโภค รวมถึงการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญทั้งหมดต้องเป็นสิ่งที่เริ่มทำมาตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจ เช่นเดียวกับที่สิงห์ยึดมั่นกับสิ่งเหล่านี้จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่อยู่มานานเกือบ 90 ปี

สิงห์เป็นองค์กรที่ไม่เคยหยุดนิ่งและไม่ยึดติดว่าสิ่งที่เคยทำเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว จึงทำให้คนของสิงห์มี DNA ของการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งนั่นส่งผลมาถึงสินค้าและบริการ การทำการตลาดและกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่โดนใจผู้บริโภค สามารถต่อยอดธุรกิจเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในทุกยุค ซึ่งนั่นทำให้แบรนด์สิงห์แข็งแกร่งและยังเป็นตัวแทนแบรนด์ไทยคุณภาพที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในระดับสากล

“ยิ่งองค์กรที่อยู่มานาน และประกอบไปด้วยคนหลายๆ เจนเนอเรชั่น การปลูกฝังให้พนักงานกล้าคิดกล้าทำ กล้าเผชิญปัญหา ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ด้วยการเป็นองค์กรขนาดใหญ่ การมองเห็นเป้าหมายเดียวกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผมคิดว่ามาตรฐานของคนหัวใจสิงห์ที่เราสร้างขึ้นเป็นปัจจัยที่ทำให้สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ยังคงแข็งแกร่งและผ่านความท้าทายในทุกๆ สถานการณ์ได้เสมอ” คุณจุตินันท์ เสริม

สิงห์ พร้อมเคียงข้างคนไทยทุกสถานการณ์

ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ สิงห์ยังทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและพร้อมอยู่เคียงข้างกับคนไทยในทุกสถานการณ์ ผ่านเครือข่าย “สิงห์อาสา” ซึ่งเป็นหนึ่งในปณิธานการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมของ “พระยาภิรมย์ภักดี” ซึ่งในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นเครือข่ายอาสาสมัครขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค และกลายมาเป็นพลังสำคัญของสิงห์อาสา ซึ่งทำให้ภาพของสิงห์อาสาวันนี้เป็นภาพของพลังคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ที่ต้องการช่วยขับเคลื่อนและทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้น

ที่ผ่านมาไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น สิงห์อาสาจะคอยประจำการให้ความช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าไปได้อย่างทันท่วงที ทั้งการเกิดอุทกภัยน้ำท่วมในปี 2554 มาจนถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างวิกฤต COVID-19 ซึ่งสิงห์ไม่นิ่งนอนใจที่จะลุกขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการประคับประคองให้สังคมไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เช่น การเปิดโครงการอบรมสร้างอาชีพ กลุ่มทักษะงานช่าง และกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านอาหาร รวมถึงบริจาคอาหารและน้ำดื่มสิงห์จำนวนมากผ่านเครือข่ายสิงห์อาสา เพื่อส่งไปสนับสนุนการทำงานของคณะบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ ในหลายพื้นที่ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19

ด้านสิ่งแวดล้อม ปีที่ผ่านมาสิงห์อาสาเริ่มทำโครงการ “สิงห์อาสาสู้ไฟป่า” เพราะเล็งเห็นถึงปัญหาของไฟป่าที่เกิดขึ้นทุกปีโดยเฉพาะภาคเหนือ โดยโครงการจะมีการอบรมให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องไฟป่า การป้องกันไฟป่า การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการดับไฟป่าแก่ชาวบ้านจาก 5 หมู่บ้านของตำบลแม่กรณ์ ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า คือหมู่บ้านปางกอก หมู่บ้านปางริมกรณ์ หมู่บ้านปางป่าอ้อ หมู่บ้านหนองเขียว หมู่บ้านปางกลาง ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการฝึกปฏิบัติการดับไฟป่าเพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนเกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการจัดการปัญหาไฟป่า ทำให้สามารถที่จะดูแลพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนของตัวเองได้หากเกิดไฟป่าขึ้นและสามารถทำแนวป้องกันไฟป่าได้อย่างถูกวิธี ซึ่งโครงการนี้จะมีการจัดอบรมต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในหลายจังหวัดทั้งทางภาคเหนือและภาคตะวันออก โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการผ่านการอบรม

นอกจากนี้ สิงห์ยังได้ดำเนินกิจกรรมผ่านการช่วยเหลือสังคมในหลากหลายรูปแบบ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาสังคม ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ สาธารณสุข ผ่านมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของพระยาภิรมย์ภักดีในการดูแลสังคมให้คงอยู่ และสร้างจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมดูแลรับผิดชอบสังคมให้กับพนักงานทุกคน

ด้านการศึกษา สิงห์เชื่อว่าศักยภาพของคนคือรากฐานที่สำคัญของสังคม การให้โอกาสทางการศึกษา คือเส้นทางสำคัญสู่การสร้างทรัพยากรที่มีคุณภาพ จึงมีการมอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิต นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ใน 22 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นทุนต่อเนื่อง 4 ปีจนจบการศึกษา เป็นทุนแบบให้เปล่าไม่ต้องใช้ทุนคืน ตอกย้ำเจตนารมณ์แห่งการให้ ซึ่งเป็นรากฐานในการตอบแทนสังคม โดยมอบต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน ภายใต้ “ทุนบุญรอด พัฒนานิสิต นักศึกษา” และให้การสนับสนุนทางด้านการศึกษาแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการให้ทุนการศึกษาแก่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงโครงการทุนอาหารกลางวันเพื่อโรงเรียน รวมถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลนกว่า 85 แห่งในจังหวัดเชียงรายและใกล้เคียงผ่านมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ซึ่งอย่างน้อยจะมั่นใจได้ว่า อนาคตของชาติในสถานศึกษาเหล่านี้จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการได้รับสารอาหารเพียงพอแลครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เพื่อพัฒนาการทางร่างกายและการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ยิ่งไปกว่านั้น การส่งเสริมความรู้ให้สถานศึกษาสามารถจัดสรรอาหารกลางวันให้เพียงพอต่อความต้องการ เป็นสิ่งที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเข้มแข็ง จึงนำหลัก “โรงเรียนเกษตรพอเพียง” สร้างความรู้ให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยมุ่งหวังให้สถานศึกษานั้นๆ มีความสามารถพึ่งพาตัวเองด้วยเงินทุนก้อนเล็กๆ แล้วต่อยอดด้วยการสร้างแหล่งอาหาร และผลิตอาหารได้เอง เริ่มจากการขุดบ่อปลา ลงแปลงผัก ฯลฯ ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

ปัญหาด้านสาธารณสุข นับเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่งในประเทศของเราโดยเฉพาะประชาชนในถิ่นทุรกันดารแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขาดแคลนทั้งโอกาสในการเข้าถึงการแพทย์และเครื่องนุ่งห่มที่เพียงพอต่อการเผชิญภัยหนาว นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 จึงได้มีการจัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โดยมีนายแพทย์ อนันต์ สุวัฒนวิโรจน์ คุณหมอท่านแรกของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้เริ่มไปให้การรักษาพยาบาลกับชาวบ้านในพื้นที่ชนบทและขาดแคลน โดยเป็นการรักษาและให้ความรู้ด้านสุขอนามัย เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในจังหวัดเชียงราย และยังคงดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ปัจจุบันมีแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ที่สละเวลาเพื่อออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ นอกจากนี้ยังมีการมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับชาวบ้านที่ขาดแคลนปีละหลายหมื่นผืน

ทุกกิจกรรมของสิงห์จึงเป็นอีกบทบาทสำคัญที่เริ่มต้นมาจากความตั้งใจในการช่วยเหลือสังคม บรรเทาความทุกข์ให้กับคนไทยในยามเกิดวิกฤต อีกทั้งยังสะท้อนภาพการเป็น Brand Love ที่เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค ซึ่งทั้งหมดเป็นเข็มทิศสำคัญที่สิงห์มุ่งมั่นจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการเป็นองค์กรใหญ่ที่แข็งแกร่งในทุกมิติและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ®

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.