Nana Coffee Roasters ทำไม? กาแฟจึงต้องส่งผ่านความพอใจ

Dec 30, 2021 BrandAge Team

Nana Coffee Roasters เริ่มต้นธุรกิจในปี 2551 โดย “กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์” ซึ่งเป็นคนที่ไม่ดื่มกาแฟ การเข้า สู่ธุรกิจร้านกาแฟของคุณวรงค์จึงมาจากเรื่องบังเอิญ เพราะเดิมทีคุณวรงค์ทำร้านถ่ายรูปมาก่อน และช่วงนั้นร้านถ่ายรูปกำลังเปลี่ยนจากฟิล์มมาเป็นดิจิทัล ซึ่งส่งผลกระทบกับรายได้ แต่ได้รับคำแนะนำจากพนักงานในร้าน คือ คุณกานดา โทจำปา ว่ายุคนั้นร้านกาแฟสดกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก จึงน่าจะปรับพื้นที่ร้านครึ่งหนึ่งมาขายกาแฟสด จนเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ

ช่วงแรกร้านเน้นกาแฟคั่วเข้ม ใส่นมข้นหวานแล้วขาย ทำ  5 ปี รู้สึกว่าไปต่อไม่ได้

“ผมคิดว่า กาแฟเป็นสิ่งสวยงามที่คนเราถวิลหา ไม่ได้หิวแล้วกิน แต่เขาอยากกินถึงมากิน และเท่าไหร่เขาก็จ่ายได้”

จึงเปลี่ยนมุมมองว่ากาแฟไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นเรื่องความพอใจ หันมาขายประสบการณ์ในการดื่มกาแฟแทน

จากนั้นจึงมุ่งเน้นจุดสำคัญ คือคุณภาพกาแฟต้องเด่น ต่างจากคนอื่น เมื่อลูกค้าดื่มจะรู้เลยว่าเป็นกาแฟของ Nana โดยเริ่มตั้งแต่การเสาะหาเมล็ดกาแฟคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกหลากหลายชนิด ชงอย่างพิถิพิถัน ผ่านกรรมวิธีพิเศษจากประสบการณ์ของบาริสต้าแชมป์โลก และต้องผ่านการตรวจสอบชิมจากคุณวรงค์ จนถึงการส่งมอบกาแฟแก้วพิเศษให้ถึงมือลูกค้า

  • Culture – มอบประสบการณ์ดื่มกาแฟที่ดีที่สุด

โดยพื้นฐาน Nana Coffee Roasters เป็นที่รู้จักกันดีของคอกาแฟ จากการเป็นร้านกาแฟและโรงคั่วแถวหน้าที่เน้นเสิร์ฟกาแฟคุณภาพแบบ Specialty Coffee และ Perception ของลูกค้า คือร้านมีขนาดใหญ่ นั่งสบาย มีที่จอดรถ ตบแต่งดี ผสานกับความใส่ใจทุกๆขั้นตอน ขณะเดียวกันก็สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องกาแฟกันได้

“ถ้าจะทำร้านกาแฟให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เฉพาะกาแฟอร่อยคนถึงจะมากิน เขาอยากมาดื่มกาแฟดีในบรรยากาศที่ดีด้วย”

วรงค์ กล่าวว่า การส่งผ่านแนวคิด 2 เรื่องแรก คือเน้นเรื่องคุณภาพ มอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ดีแก่ ผู้บริโภคกลายเป็นวัฒนธรรมหลักขององค์กร โดยทุกครั้งที่เปิดสาขาจะเทรนพนักงาน 2-4 สัปดาห์ก่อนเสมอ รวมถึงให้แชมป์ ประเทศไทยทั้ง 2 คนของร้านประกบ เป็นเวลา 1-2 เดือน และตรวจสอบคุณภาพสม่ำเสมอตัวอย่างวิธีการ เช่น ชิมกาแฟที่พนักงานทำ

ทุกๆ วันบาริสต้าของร้าน Nana Coffee Roaster จะครีเอทเครื่องดื่มหลากหลายเมนู โดยใช้เมล็ด กาแฟใหม่ๆ ที่เขาเป็นคนเลือกซื้อ ใช้วิธีการชง ทั้งแบบ Drip, Aeropress หรือ Cold Brew รวมถึงใช้เครื่องชงกาแฟแบบ Mod Bar และการชงแบบไซฟ่อนมาให้ดื่ม

อีกจุดหนึ่งซึ่งสะท้อนตัวตนของ Nana Coffee Roasters คือนวัตกรรม บทพิสูจน์คือความนิยมอย่างต่อเนื่องต่อ สินค้าที่ร้านคิดค้นเอง 2 รายการ คือ Wake Up เป็นชอตเอสเปรสโซ่ใน Blend ที่ร้านคิดขึ้นมาเอง โดยผสมกับน้ำผลไม้ได้ อย่างลงตัว

  • Reflection - สื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

วรงค์ กล่าวเสริมว่า การเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อใช้ทำการตลาด เป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบันและอนาคตมาก เพราะค่าโฆษณาออนไลน์แพงขึ้นทุกวันและเริ่มไม่ได้ผล ดังนั้น ถ้ารู้ว่าลูกค้าเป็นใคร อายุเท่าใด ชอบซื้อสินค้าเวลาไหน ติดต่อได้ อย่างไร จะทำให้ค่าการตลาดหรือการส่งข้อมูลไปถึงลูกค้าทำได้ตรงกลุ่ม ต้นทุนถูกลง มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้ก่อตั้งเท้าความถึงวันเปิดร้านที่เยาวราชในอดีตว่า ไม่มีช่องทางสื่อสารกับผู้บริโภคเลยไม่มีเพจในเฟสบุ๊ค ไม่มีป้ายหน้าร้านเพราะอยู่ชั้น 2 โชคดีที่มี Influencer ซึ่งเป็นอดีตบรรณาธิการของ The Cloud ไปรีวิวตั้งแต่วันแรก มีคนแชร์ต่อเป็น หมื่น ทำให้คนรู้จักมากในวันเดียว

ปัจจุบัน Nana Coffee Roasters มีสาขาหน้าร้าน 7 แห่ง และสาขาที่ไม่มีหน้าร้านอีก 1 แห่ง โดยในปี 2565 ตั้งเป้ายอดรวมการขายกาแฟอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อปี ตอนนี้ทำได้ประมาณ 60-70% ตามแผนจนถึงสิ้นปี 2565 จะเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง ที่บางนา และ True Digital Park ซึ่งจะมี Academy สอนการชง การคั่ว การชิมกาแฟด้วย แผนระยะยาว 5-10 ปี ตั้งเป้านำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

“สิ่งที่เราต้องไปข้างหน้ามีอยู่เรื่อยๆ เมื่อเราทำสาขาหนึ่งเสร็จ ก็มีความรู้สึกว่า สาขาต่อไป เราต้องทำดีกว่านี้ สาขาต่อไปต้องมีอะไรให้ลูกค้าตื่นเต้นมากขึ้น มีอะไรที่ทำให้ลูกค้าว้าวมากขึ้น” วรงค์ กล่าว

 

*ติดตามอ่านเวอร์ชั่นฉบับแมกกาซีนได้ที่นิตยสารแบรนด์เอจ ฉบับเดือนสิงหาคม 2564 ในส่วนของ Cover Story หน้าที่ 082-084

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.