จับตา “อิชิตัน” กับเกมใหม่ รุกด้วย Data Driven Marketing

Jan 12, 2022 R.Somboon

“รู้อะไร ไม่สู้ รู้ดาต้า” กลายเป็นประโยคยอดฮิตในการทำตลาดในปัจจุบันอย่างแท้จริง เพราะการมีดาต้าหรือข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทั่วๆ ไปอย่าง Customer Profile เพศ อายุ สถานที่อาศัย ทำงาน เบอร์ติดต่อ อีเมล ไลน์ และรวมถึง Customer Behavior / Customer Journey พฤติกรรมของลูกค้าในการใช้สินค้าต่างๆ เช่น ความถี่ในการใช้บริการ หรือการซื้อสินค้า ชนิดของสินค้า ความชอบเป็นพิเศษที่ซื้อบ่อยๆ ช่วงเวลาที่มาซื้อเป็นประจำ  จะเข้ามาช่วย ทำให้มีแต้มต่อในการทำตลาด

นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “อิชิตัน” เตรียมทรานฟอร์มธุรกิจเครื่องดื่มสู่ Data Driven Company ใช้ Data Tech หนุนกลยุทธ์การตลาดยุคใหม่ เต็มรูปแบบ ด้วยการเข้าถือหุ้น “พรีดิกทิฟ” ผู้ให้บริการ Data Intelligent  และวางแผนตั้งบริษัทร่วมทุนต่อไปในอนาคต เพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล และศึกษาความต้องการของลูกค้า สำหรับใช้วางแผนการตลาดเพื่อตอบสนองอย่างรู้ใจ ตามกลยุทธ์ 3N คาดแล้วเสร็จ Q1/65

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI ประกาศเข้าลงทุนใน บริษัท พรีดิกทิฟ จำกัด (Predictive) ถือหุ้นสัดส่วน 25% มูลค่า 122,600,000 บาท รองรับการตลาดยุคดิจิทัล โดยนำ Big Data มาใช้เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจ ทำการตลาดในเชิงวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค โดย AI 

การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้ขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ 3N (N1 : New product, N2 : New market และ N3 : New business)  ด้วยการผสานความแข็งแกร่งจาก 2 บริษัท อันได้แก่ อิชิตัน กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลากหลายทั่วประเทศ ประกอบเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีข้อมูลของ Predictive  จะเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจหลักของอิชิตันให้เข้าสู่การตลาดดิจิทัล  (Digital Intelligent) อย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันก็สามารถบริหารจัดการข้อมูลของอิชิตันให้เกิดประโยชน์สำหรับบริษัทร่วมทุน ที่ให้บริการข้อมูลให้มีมูลค่าเพิ่มต่อไป ทั้งหมดเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและผลการดำเนินงานที่มั่นคงของอิชิตัน กรุ๊ปในระยะยาว

สำหรับ Predictive ถือเป็นบริษัทชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Data Tech มีผลการดำเนินงานที่ดี เติบโตเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง (CAGR) ประมาณ 30% (2019-2021) และมีผลงานที่พิสูจน์แล้วในการให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทย โดยเป้าหมายของบริษัทร่วมทุนกับอิชิตันครั้งนี้ จะนำไปสู่การต่อยอดโอกาสใหม่ด้วยการสร้าง Data Solution ตอบสนองเทรนด์ดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างมีอนาคต แล้วนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอีก 3 ปีข้างหน้า

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า นี่จะเป็นอีกบิ๊กมูฟสำคัญของอิชิตันที่กำลังทรานฟอร์มธุรกิจสู่โลกยุคดิจิทัล เรากำลังไปข้างหน้าด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนทั้งธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจใหม่ที่ให้บริการข้อมูลทางดิจิทัล เพราะดาต้าคือทองคำในโลกปัจจุบันและอนาคต ใครมีมากจะสร้างความได้เปรียบในการเข้าไปในใจผู้บริโภค แต่การมีดาต้าอย่างเดียวไม่พอ ต้องเชี่ยวชาญในการนำไปใช้ด้วย Predictive จะเข้ามาเติมเต็มตั้งแต่การสะสมดาต้า – การวางแผนเพื่อให้ได้ดาต้าใหม่ๆ ที่จำเป็น – นำมาวิเคราะห์ – แล้วสร้างแคมเปญที่ถูกต้องเหมาะสมออกไป (Collect Data – Acquire – Analyze – Activation)  นอกจากจะทำให้อิชิตันสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้าได้ดีมีประสิทธิภาพขึ้น ใช้ข้อมูลตรงจากลูกค้าและผู้บริโภคมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ได้ดียิ่งขึ้น  ออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตอบสนองผู้บริโภคได้แม่นยำขึ้น และที่สำคัญยังบริหารงบการตลาดและโฆษณาได้ตรงจุดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดำเนินงานและเพิ่มศักยภาพความได้เปรียบในการแข่งขันของอิชิตัน  

“เราเชื่อมั่นในการมาถึงของธุรกิจ Data Intelligent ที่จะสามารถเติบโตในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล ยิ่งมีดาต้ามากจะทำให้ AI เสถียรขึ้น เมื่อ AI เสถียรขึ้นความเชี่ยวชาญของ Predictive ต่อการวิเคราะห์ข้อมูลก็จะพัฒนาต่อไปไม่หยุดยั้ง  เป็นการสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจลงทุนร่วมที่จะให้บริการด้านข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทอื่นๆ ได้ต่อไป”

การขยับตัวของอิชิตันในครั้งนั้น เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการที่จะรับมือกับโลกการตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในมุมของการสิ้นสุดการทำตลาดแบบแมส และถูกแทนที่ด้วยการเจาะตรงถึงลูกค้าแต่ละคนแบบ Personalization ซึ่งแน่นอนว่า การมีดาต้าของลูกค้า ถือเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยคุณตันมองว่า การเข้าลงทุนในธุรกิจดาต้าครั้งนี้ จะทำให้มีโอกาสเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้อย่างลึกซึ้งและสามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงตามความต้องการได้อย่างแม่นยำ โดยการเข้ามาของ Predictive จะสร้างกลยุทธ์การเก็บ First Party Data ของอิชิตัน กรุ๊ป เอง ลดทอนน้ำหนักการพึ่งพิง Third Party Data จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ  ซึ่งจะทำให้ข้อมูลที่ได้แม่นยำมีประสิทธิภาพมากขึ้น เฉพาะเจาะจงตามแต่ละความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มให้มากที่สุด

หากติดตามความเคลื่อนไหวของอิชิตันแล้ว จะพบว่า แนวทางหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ก็คือ การทำตลาดจะไม่เน้นในรูปแบบที่เป็นแมสเหมือนในอดีต สังเกตได้จากการทำแคมเปญโปรโมชั่นที่เริ่มมีการ Customize ไปตามไลฟ์สไตล์ความชอบของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น อย่างการนำเรื่งของเกมออนไลน์มาเล่นกับกลุ่มวัยรุ่น หรือการทำแคมเปญเกี่ยวกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกับกลุ่มที่นิยมชมชอบเรื่องฟุตบอล เป็นต้น

สิ่งที่น่าจะเป็นความท้าทายสำหรับเจ้าของแบรนด์สินค้าก็คือ การเข้ามารับบทเป็นเจ้าของสินค้าเสียเองของบรรดายักษ์ใหญ่ค้าปลีกในบ้านเราที่เริ่มมีการออกสินค้าในบางกลุ่มที่มีแนวโน้มทางการตลาดที่ดีเข้ามาวางขายในร้านค้าปลีกของตัวเอง ซึ่งข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการเป็นเจ้าของร้านค้าปลีกที่สามารถกันพื้นที่บนเชลฟ์หรือในตู้แช่สินค้าให้กับสินค้าของตัวเองแล้ว ยังมีเรื่องของการมีดาต้าที่เป็นข้อมูลจากการซื้อจริงที่สามารถนำมาใช้ในการวางแผนเพื่อทำตลาดสินค้าที่ตัวเองออกมาได้เป็นอย่างดี

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.