14,357
VIEWS

ถอดรหัส ธุรกิจร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมง ทำไมคนสนใจหันมาลงทุนมากขึ้น

Jan 21, 2022 BrandAge Team

สุกรี กีไร ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโสประจำภูมิภาคอินโดไชน่า บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซิสเต็มส์ แอลแอลซี (Alliance Laundry Systems LLC) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องซักผ้าอบผ้าอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจร้านสะดวกซักของไทยในปี 2565 ว่า ร้านสะดวกซักจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยคาดว่าปีนี้จะมีร้านสะดวกซักถึง 3,500 ร้าน จากเดิมปี 2564 ที่มีเพียง 2,400 ร้าน

อะไรที่ทำให้ร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมงเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจโดยรวมและกลายเป็นธุรกิจที่หลายคนสนใจอยากจะลงทุน ทีมงานสรุปมาให้แล้ว

เข้าใจตลาดซักอบรีด

ท่ามกลางความเร่งรีบของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคนี้ ทำให้เกิดการแข่ง ขันกับเวลาอย่างรวดเร็วในการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน ทำให้หลายครอบ ครัวไม่มีเวลาจัดการเรื่องความสะอาดต่างๆ ภายในบ้าน จึงทำให้ธุรกิจซักอบรีดเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ปัจจุบันในประเทศไทยแบ่งธุรกิจซักอบรีดออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ 

 

1. ร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ มองย้อนกลับไปในสมัยก่อน เราจะคุ้นเคยกับเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ตามหอพัก คอนโด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการนำเอาเครื่องซักผ้าแบบ Home Use ที่ใช้ในครัวเรือน โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าฝาบนที่นำไปติดตั้งระบบหยอดเหรียญเพื่อเปิดให้บริการในสถานที่ต่างๆ 

ปัญหาที่ตามมาก็คือมีค่าบำรุงรักษาที่สูง เพราะเครื่องซักผ้าถูกออกแบบมาใช้งานแค่ภายในครัวเรือนที่โดยเฉลี่ยจะทำงานประมาณ  1-2 รอบต่อวัน ซึ่ง ตอนนี้ธุรกิจเครื่องซักผ้ายอดเหรียญ มีจำนวนช็อป 30,000 ช็อป 

 

2. ร้านซักรีดทั่วไป เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องลงทุนมาก แค่มีเครื่องซักผ้า ที่รีดผ้า โดยในร้านมีการบริการซัก อบ และรีดเรียบธรรมดา ไม่มีการใช้เครื่องมืออื่นๆ เข้ามาช่วย ข้อดีของธุรกิจรูปแบบนี้ คือใช้ทุนน้อย แต่ต้องพึ่งแรงงานคนในการรีดผ้า โดยขณะนี้ธุรกิจซักรีดทั่วไป มีจำนวน 10,000 ช็อป

 

3. ร้านสะดวกซัก ร้านซักผ้าอัตโนมัติรุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องซักผ้า อบผ้าเกรดอุตสาหกรรมที่ถูกออกแบบให้ใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้านสะดวกซักเพราะเข้ามาตอบโจทย์ความสะดวกสบายในยุคนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องซักผ้าที่ให้บริการอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีเครื่องอบแห้ง ที่สามารถประหยัด เวลาในการตากได้ด้วย 

การเปิดร้านสะดวกซักในปัจจุบันก็ไม่ใช่แค่อยู่ใกล้คอนโด หรือใต้หอพักอีกต่อไป แต่ร้านสะดวกซักในยุคนี้เปิดไปตามเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นตามชุมชน ซอกซอยต่างๆ มากขึ้น 

 

ถึงแม้ว่าในปี 64 ที่ผ่านมา ธุรกิจร้านสะดวกซักมีจำนวนร้านเพียงแค่ 2,400 ช็อป แต่กลับกลายเป็นธุรกิจซักอบรีดที่เติบโตเร็วที่สุด 

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ชัดว่า ธุรกิจร้านสะดวกซักโดนจับตามองในการเข้ามาลงทุนอย่างก้าวกระโดด เพราะร้านสะดวกซักเป็นธุรกิจที่ใช้คนดูแลน้อย ไม่ต้องใช้พนักงานเฝ้าร้านเหมือนธุรกิจอื่นๆ  ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ต้นทุนมีเพียงค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าแก๊สเท่านั้น 

 

ประกอบกับการซักผ้าเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องทำประจำอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง จากที่กล่าวมาทำให้ธุรกิจร้านสะดวกซักสามารถทำเงินให้นักลงทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง และในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าหลายธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ในทางกลับกันธุรกิจร้านสะดวกซักกลับเป็นธุรกิจเพียงไม่กี่ธุรกิจที่สวนกระแสและได้รับผลกระทบน้อยกว่าธุรกิจอื่น 

Key Success Factors

การลงทุนร้านสะดวกซัก สิ่งที่สำคัญมี 2 ด้าน คือ 1) เลือกโลเคชั่นที่ดี และ 2) เลือกเครื่องให้ถูกประเภทการใช้งาน

 

ในส่วนของการเลือกโลเคชั่น โดยปกติทำเลที่เหมาะสมจะทำร้านสะดวกซักคือ มหาวิทยาลัย คอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ และชุมชนที่มีหมู่บ้าน แต่ละทำเลก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป อย่างมหาวิทยาลัยลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการมีค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าหากปิดเทอมลูกค้าก็อาจจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนตามชุมชนจำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการจะมีจำนวนคงที่ แต่คู่แข่งสามารถเปิดตามได้ง่าย เรื่องคู่แข่งเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ในการทำธุรกิจนี้ สุดท้ายแล้วร้านค้าก็จะแข่งขันกันด้วยวิธีต่างๆ เพื่อดึงลูกค้าให้เข้าร้านของตัวเอง สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างในการเลือกโลเคชั่น คือการมีพื้นที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เช่น พื้นที่จอดรถ ที่นั่งรอระหว่างรอซักผ้าอบผ้า โดยร้านสะดวกซัก 1 ร้าน จะสามารถรองรับคนได้ประมาณ 6,000-8,000 คน 

 

ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการลงทุนธุรกิจร้านซักอบรีด สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม มีค่าใช้ในการลงทุนดังนี้

1. ร้านซักรีด เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องใช้การลงทุนเยอะ เพียงแค่มีเครื่องซักผ้า และที่รีดผ้า ก็สามารถเปิดร้านได้แล้ว โดยการลงทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30,000 - 100,000 บาท 

2. เครื่องซักผ้ายอดเหรียญ ใช้เครื่องเครื่องซักผ้าแบบ Home Use หรือเครื่องซักผ้าฝาบน ค่าใช้จ่ายในการลงทุนโดยประมาณ รวมเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ซักรีดเฉลี่ยเริ่มต้น 40,000-100,000 บาท

3. เครื่องซักผ้าอุตสาหกรรม เป็นร้านสะดวกซักที่เปิดตามเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็ว โดยการลงทุนเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 1 ล้านบาท - 3.5 ล้าน ขึ้นอยู่กับขนาดของร้านค้า 

 

ข้อมูลจากอัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซิสเต็มส์ ระบุว่า โดยทั่วไปการลงทุนทำร้านสะดวกซักสามารถแบ่งได้เป็น  3 ขนาดด้วยกัน คือ S M L 

 

โดยไซส์ S การลงทุนอยู่ที่ 1.2-1.5 ล้านบาท รายได้เฉลี่ย 1.2 แสนบาท สิ่งที่จะได้คือ เครื่องซักผ้า 4 เครื่อง เครื่องอบผ้า 2 เครื่อง ส่วนเครื่องซักผ้าไซส์ M ใช้เงินลงทุน 1.5-2 ล้านบาท รายได้อยู่ที่ 2.5 แสนบาท ได้เครื่องซักผ้า 7 เครื่อง เครื่องอบผ้า 3 เครื่อง และสุดท้ายไซส์ L โดยการลงทุนจะอยู่ที่ 3 ล้านบาทขึ้นไป รายได้ 3-3.5 แสนบาท ได้เครื่องซักผ้า 10 เครื่อง เครื่องอบผ้า 3 เครื่อง 

 

ทั้งนี้มูลค่าตลาดรวมของร้านสะดวกซักในปีนี้คาดว่าจะพุ่งไปแตะที่ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท และคาดว่าในอีก 6 - 7 ปีข้างหน้าไทยจะมีร้านสะดวกซักรวมกว่า 9,000 สาขา อย่างไรก็ดี ภาพรวมของธุรกิจร้านสะดวกซักในปัจจุบันยังมีโอกาสเติบโตได้อีกยาว และตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต ซึ่งคนที่เข้ามาลงทุนก่อนก็จะได้เปรียบในแง่ของโลเคชั่นและการแข่งขัน

 

เทรนด์ร้านสะดวกซัก

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ตลาดอุตสาหกรรมร้านสะดวกซัก มีการแข่งขันสูง ทำให้เจ้าของกิจการต้องพยายามสร้างความแตกต่างให้กับร้านของตัวเอง คุณสุกรี   กีไร กล่าวทิ้งท้ายว่าในอนาคตว่า เทรนด์ที่จะเข้ามาในธุรกิจร้านสะดวกซักมีเทรนด์ด้วยกัน คือ 

 

1. การเปิดร้านสะดวกซักสำหรับเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงโดยออกแบบให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

2. การเปิดร้านคาเฟ่ในร้านสะดวกซัก 

3. การนำร้านสะดวกซักเข้าไปอยู่ในศูนย์บริการต่างๆ เช่น สถานีบริการปั๊มน้ำมัน หรือสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ทางบริษัทได้เล็งเห็นถึงเวลาที่อาจเสียไปในการรอรถชาร์จเสร็จ จึงมีแนวคิดว่า ในการรอรถไฟฟ้าชาร์จเราสามารถนำผ้าไปซักในสถานีนั้นๆ ได้เลยโดยที่ไม่เสียเวลารอ 

 

จากที่กล่าวมาทั้งหมด 3 เทรนด์นี้จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้ที่ต้องการความสะดวก สบาย และครบวงจร 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.