3,126
VIEWS

ผ่านไป 1 ปี “ทีดี ตะวันแดง” ปั้นร้าน “ถูกดี มีมาตรฐาน” ไปถึงไหนแล้ว

Mar 03, 2022 R.Somboon

ความน่าสนใจของการครบรอบ 1 ปี ของการเปิดตัว “ร้านถูกดี มีมาตรฐาน” เครือข่ายร้านค้าปลีกที่เป็นการดึงผู้ประกอบการโชวห่วยในท้องถิ่นเข้ามาร่วมอยู่ในเชนที่เป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ของ เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท      ทีดี ตะวันแดง จำกัด ที่ต้องการสร้างเน็ตเวิร์คของร้านโชวห่วยให้เป็นเครือข่ายค้าปลีกที่ทรงพลังอีกเครือข่ายหนึ่งก็คือ ตัวเลขจำนวนสาขาที่มีเป็นขึ้นเป็น 3,000 สาขา

แม้จะเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ประกาศไว้เมื่อคราวแถลงข่าวใหญ่ปีที่แล้วที่มีเป้าหมาอยู่ที่การมีจำนวนสาขาทั้งหมด 8,000 สาขา แต่ตัวเลขที่มีอยู่ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่น่าสนใจ

ขณะที่ทีดี ตะวันแดง เอง ก็เริ่มมีการทำกิจกรรมการตลาดเพื่อโปรโมทร้านถูกดี มีมาตรฐาน ออกมาบ้างแล้ว อย่างการทำแคมเปญโปรโมชั่นชิงทองคำ 1 สลึง จำนวน 100 เส้น และมอเตอร์ไซค์ จำนวน 7 คัน รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 1 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 – 1 เมษายน 2565 โดยจะมีการจับรางวัลและประกาศผลจำนวน 4 ครั้ง กระจายออกไปในเดือนมีนาคมและเมษายน

แคมเปญโปรโมชั่นนี้ ถือเป็นการช่วยกระตุ้นยอดขาย ส่วนหนึ่งน่าจะมองถึงการซื้อต่อบิลที่มากขึ้น โดยการร่วมสนุกกับแคมเปญจะเป็นการซื้อครบ 150 บาท สามารถส่งใบเสร็จพร้อมเขียน ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์หลังใบเสร็จ ส่งที่กล่องชิงโชคซึ่งจัดเตรียมไว้ที่หน้าร้านถูกดี มีมาตรฐาน ทุกแห่ง

ว่ากันว่า โมเดลของร้านถูกดี มีมาตรฐาน ถือเป็น “โลว์คอสท์ คอนวีเนียนสโตร์” โดยมีคอนเซ็ปต์การจัดการร้านค้าใกล้เคียงกับร้านโชวห่วย แต่เป็นการยกระดับโชวห่วยของไทยสู่ร้านสะดวกซื้อที่ทันสมัย โดยเปิดกว้างในการเป็นพันธมิตรร่วมกับร้านโชวห่วยทั่วประเทศ โดยทีดี ตะวันแดง ต้องการวางให้ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ก้าวข้ามจากแค่การเป็นร้านค้าปลีกมาสู่เน็ตเวิร์คที่เป็น Point of Sales ก่อนที่จะก้าวสู่การเป็น Point of Everything ที่สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ที่จะตามมาทั้งเรื่องของค่าบริการต่างๆ การเป็นโฆษณา ณ จุดขาย สำหรับสินค้าที่ต้องการเจาะเข้าไปหากลุ่มรากหญ้า รวมถึงการเป็นจุดที่ทำกิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานของรัฐ เมื่อมีสาขาทะลุหลักหมื่นขึ้นไป

สิ่งที่ตามมาจากการมีจำนวนสาขาจำนวนมากก็คือต้นทุนในการบริหารจัดการด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนในเรื่องของเทคโนโลยี การตลาด รวมถึงการสั่งสินค้าเข้าร้านจะถูกลง โดยเฉพาะในส่วนหลังนี้ การมีวอลุ่มสั่งซื้ออยู่ในมือจำนวนมาก จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้า

เช่นเดียวกับการสร้างกำไรจากรายได้อื่นๆ ที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าฟีต่างๆ รวมถึงค่าการตลาดในรูปแบบต่างๆ แน่นอนว่า จะเข้ามาช่วยเพิ่มกำไรได้อีกทางหนึ่ง ที่สำคัญจะทำให้ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ก้าวขึ้นมาเป็นอีกเชนค้าปลีกที่มีบทบาทต่อตลาดค้าปลีกบ้านเรา โดยเฉพาะในมุมที่มีเครือข่ายร้านค้ากระจายอยู่ตามชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บางครั้งเซเว่น อีเลฟเว่น ยังไม่สามารถเข้าถึงได้

ร้านถูกดี มีมาตรฐาน จึงเป็นหนึ่งงในภาพสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างเครือข่ายค้าปลีก แน่นอนว่า การข้ามบทบาทมาจากการเป็นซัพพลายเออร์มาสู่เจ้าของร้านค้าปลีก ย่อมจะส่งผลต่อคู่แข่งขันที่เป็นผู้เล่นในตลาดค้าปลีกเชนใหญ่ๆ ที่อาจจะถูกแย่งลูกค้าที่เป็นร้านโชวห่วยไป จึงไม่แปลกที่ทั้งโลตัส บิ๊กซี หรือแม้กระทั่งแม็คโครเอง ต่างหันมาให้น้ำหนักกับการสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นเครือข่ายร้านโชวห่วยของตัวเองขึ้นมา

ในรายของโลตัสนั้น มีการทำโครงการ “ร้านนี้ ขายดี” ขึ้นมา โดยโลตัส เน้นย้ำว่า เป็นการสร้างเครือข่ายขึ้นมาเพื่อช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการร้าน และเจ้าของร้านจะเป็นเจ้าของธุรกิจ และดูแลธุรกิจด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องแบ่งกำไรให้กับใคร

 

ขณะที่บิ๊กซีเอง ก็มีการทำโครงการ “ร้านโดนใจ” ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงร้านโชวห่วยเข้ามาเป็นเครือข่าย ถือเป็นการต่อยอดซัพพลายเชนที่เป็น B2B ให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น แหล่งข่าวจากบิ๊กซี ยืนยันว่า ร้านโดนใจ เป็นโครงการที่ต้องการเข้ามาช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถยืนอยู่ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง โดยบิ๊กซี จะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมใดๆ ในการเข้ามาร่วมเป็นร้านค้าเครือข่ายมีเพียงแค่การตกแต่งร้านค้า ซึ่งบิ๊กซีจะเป็นผู้จัดการเรื่องการจัดส่งสินค้าเข้าร้านในราคาที่สามารถทำกำไรได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยมีโปรโมชั่นขายสินค้าเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับ แม็คโคร ที่มีการ Engage ร้านโชวห่วยที่เป็นลูกค้าของตัวเองมาต่อเนื่องผ่าน “แม็คโคร มิตรแท้โชวห่วย” ซึ่งในปีที่แล้วก็มีการทำโครงการ “สมาร์ทโชวห่วย” เพื่อปั้นให้ร้านโชวห่วยมีการบริหารจัดการที่ทันสมัยมากขึ้น โดยมีการดึงร้านโชวห่วยเข้ามาร่วมเป็นร้าน “มิตรแท้ ชุมชน” ซึ่งถือเป็นการหล่อเลี้ยงร้านโชวห่วยที่เป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมอยู่ในอีโคซิสเต็มของแม็คโคร ให้สามารถยืนอยู่ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดค้าปลีกบ้านเรา

แน่นอนว่า การขยับตัวของเชนค้าปลีก - ค้าส่งขนาดใหญ่ทั้ง 3 ราย ย่อมส่งผลต่อการแข่งขันกันดึงร้านโชวห่วยที่มีอยู่กว่า 4 แสนรายทั่วประเทศ ให้เข้ามาร่วมอยู่ในเครือข่าย ซึ่งเชื่อว่า ทีดี ตะวันแดง ต้องมีการออกแรงมากขึ้น และเราคงได้เห็นการขยับตัวเพื่อทำการตลาดที่เข้มข้นในขวบปีที่ 2 ของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของร้านถูกดี มีมาตรฐานแน่นอน...

 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.