7,938
VIEWS

NIA ต่อยอดความสำเร็จ เตรียมปั้น “นิลมังกร รุ่น 2” มุ่งยกระดับธุรกิจท้องถิ่น

Mar 14, 2022 BrandAge Team

จากความสำเร็จในโครงการ “นิลมังกร รุ่น 1” ในปีที่ผ่านมา ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การ มหาชน) หรือ NIA ได้ต่อเนื่องมาถึงปีนี้ โดยทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ 20 ภาคีเครือข่าย ได้ต่อยอดเป็นโครงการ “นิลมังกร รุ่น 2” เฟ้นหาว่าที่นิลมังกรรุ่นต่อไปของประเทศไทย เพื่อช่วยยกระดับ เศรษฐกิจฐานรากระดับท้องถิ่นและเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงโครงการการ แข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย หรือ “นิลมังกรแคมเปญ” ว่ามีเป้าหมายในการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม ในระดับภูมิภาค มุ่งเน้นการยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมของผู้ประกอบการภูมิภาคให้เติบโตเป็นที่ยอมรับและ รู้จักในวงกว้าง โดยอาศัยการสื่อสารรูปแบบ Edutainment ซึ่งร่วมกับภาคีทั้ง 20 หน่วยงาน ภายใต้ชื่อ “นิลมังกร The Reality” ออกอากาศทางช่อง 7 HD เพื่อทำให้เกิดความน่าสนใจและเข้าถึงการพัฒนานวัตกรรมได้ง่ายขึ้น ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมอื่นๆ ในการสร้าง “นวัตกรสายพันธุ์ไทย” จากทุกภูมิภาคของประเทศให้สามารถเติบโตและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 3-5 เท่า ในช่วงระยะเวลาการแข่งขัน 3 เดือน

NIA ให้ความสำคัญกับการรับรู้แบรนด์ หรือตราสินค้าธุรกิจนวัตกรรมของผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีม จึงได้ใช้เครื่องมือ การประเมินมูลค่าแบรนด์ คือการประมาณมูลค่าทางการเงินทั้งหมดของแบรนด์ โดยแบรนด์ถือเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ที่มี มูลค่าสูง สามารถประเมินได้ 4 แนวทาง ได้แก่ แนวทางต้นทุน แนวทางของตลาด แนวทางรายได้ และแนวทางลูกค้า ซึ่งผล ประเมินมูลค่าแบรนด์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังออกอากาศได้ค่าเฉลี่ยมูลค่าแบรนด์ (Brand Value) เป็นค่าความนิยมของแบรนด์จากเดิมก่อนเข้าร่วมโครงการมีมูลค่าแบรนด์อยู่ที่ 50 ล้านบาท และหลังเข้าร่วมโครงการ มีการเติบโตของมูลค่าแบรนด์เพิ่มสูงขึ้นมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8 เท่า”

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวเสริมว่า สัญลักษณ์ของ “นิลมังกร” สะท้อนถึงผู้ประกอบการไทยที่มีความแข็งแกร่ง อดทน ปราดเปรียว มีพลังความสามารถ เสมือน “ม้านิลมังกร” ในวรรณคดีไทย ซึ่งเป็นม้าวิเศษ หรือสุดยอดแห่งม้าในจินตนาการ ของคนไทย จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของผู้ประกอบการไทยทั้งเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ และกิจการเพื่อสังคมที่มีการใช้นวัตกรรม สร้างสรรค์สินค้าและบริการให้มีความโดดเด่นและแตกต่าง โดยอาศัยอัตลักษณ์ของพื้นที่จนสามารถสร้างมูลค่าและตรา สินค้าให้เป็นที่ยอมรับและรู้จักในวงกว้าง ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากระดับท้องถิ่นและเศรษฐกิจของประเทศให้มีความ เข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 และวิกฤตการณ์จากภาวะสงครามระหว่างรัสเซีย–ยูเครน

นอกจากนี้ โครงการนิลมังกร รุ่น 1 ยังสะท้อนภาพความสำเร็จจากการได้ค้นพบ “นิลมังกรทีมแรกของประเทศ ไทย” ได้แก่ ทีมไฮด์แอนซีค (Hide and seek) ตัวแทนภาคกลางจากจังหวัดกรุงเทพมหานคร เจ้าของผลงาน “นวัตกรรม ทรายแมว” ที่ผลิตจากมันสำปะหลังธรรมชาติ 100% ที่มีการเติบโตทางธุรกิจมากกว่า 5 เท่า จากการเข้าร่วมโครงการนี้ ถือเป็นตัวอย่างในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมและใช้เครื่องมือทางด้านนวัตกรรมมาเพิ่มความสามารถในการแข่งขันที่จะส่งผล กับผู้ประกอบการภูมิภาคและประชาชนทั่วไป เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการใช้นวัตกรรมในการพัฒนาธุรกิจ ท้องถิ่นเพื่อการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ของตัวเอง

อีกหนึ่งความคิดเห็นจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA เปิดเผยว่า นิลมังกร แคมเปญเป็นแพลตฟอร์มที่ผสมผสานระหว่างการฝึกอบรมให้ความรู้ การวิเคราะห์ปัญหา การนำกลยุทธ์ทางธุรกิจมาช่วย แก้ไขปัญหา หรือการนำเสนอกลยุทธ์ใหม่ให้กับการทำธุรกิจนวัตกรรมของผู้ประกอบการที่ลงมือทำจริงมีสินค้าหรือบริการแล้ว และต้องการเติบโต

โดยอาศัยกลยุทธ์และเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ Creative Innovation, Business Model และ Branding & Storytelling ในรูปแบบของการลงไปทำงานในพื้นที่ร่วมกับผู้ประกอบการจริง และสร้างแบรนด์เพิ่มเติม เพื่อให้ เป็นที่รู้จักในวงกว้างและสามารถขยายหรือสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่ได้พัฒนา สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและตลาดได้อย่างตรงจุด สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด และสร้างการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เมื่อจบกิจกรรม NIA ได้ทำการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจและมูลค่าทางสังคมเปรียบเทียบกับงบประมาณ ที่ใช้ในโครงการ พบว่า รายได้ที่เติบโตขึ้นในระหว่างการออกอากาศมากกว่า 4 เท่า และคาดว่าในปี 2565 จะมีการเติบโต เพิ่มขึ้นสูงถึง 18.24 เท่า รวมถึงเกิดการจ้างงานในพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

สำหรับการจัดแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค รุ่นที่ 2 นี้ เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2565 เพื่อเฟ้นหาธุรกิจนวัตกรรมที่มีอัตลักษณ์ของพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมโอกาส การต่อยอดทางธุรกิจด้วยโปรแกรมการพัฒนาองค์ความรู้เชิงลึกในด้านนวัตกรรม การบริหารจัดการ และการสร้างแบรนด์ ของธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 200,000 บาท

ใครอยากท้าทายความสามารถของตัวเอง สามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://regional.nia.or.th หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Facebook Fanpage : Thailand Inno Biz Champion

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.