3,169
VIEWS

มีแค่ 25 สาขา แถมไม่มี Mobile Banking อะไรที่ทำให้ธนาคารไทยเครดิตกำไรถึง 1,935 ล้านบาท?

Mar 21, 2022 S.Vutikorn

กรณีศึกษาของธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ซึ่งถือเป็นธนาคารที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศในรอบ 5 ปีที่ ผ่านมา ทั้งๆ ที่ธนาคารมีสาขารับเงินฝากเงินเพียง 25 สาขา แถมยังไม่มี Mobile Banking เหมือนกับ Main Bank ขนาดใหญ่ แต่สามารถทำกำไรได้ในปีที่ผ่านมาได้ถึง 1,935 ล้านบาท จึงถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย

กลยุทธ์การตลาดของธนาคารไทยเดรดิตมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เราลองมาดูกัน

 

1. Everyone Matters

วิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชนอธิบายว่า แนวคิดการทำธุรกิจของธนาคารไทยเครดิตนั้น คือ Everyone Matters หรือทุกคนคือคนสำคัญ เพราะกลุ่มลูกค้า หลักของธนาคารจะเป็น Micro SME หรือพ่อค้า แม่ค้าระดับรากหญ้า เช่น กิจการร้านขายของชำและร้านค้า ในตลาดสดที่มีอยู่ทั่วประเทศ 

 

ธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้เป็นหน่วยเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ เป็นตลาดที่สำคัญแต่ถูกมองข้าม แต่ไม่ สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้ เราให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้มาตลอด ส่งผล ให้ธนาคารมีผลประกอบการและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และเป็นธนาคารที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในประเทศในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

 

2. โจทย์ใหญ่เพื่อคนตัวเล็ก

เชื่อหรือไม่ว่าธนาคารไทยเครดิตมีสาขารับเงินฝากเงินแค่ 25 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ขณะที่มี สาขาสินเชื่อเพื่อรายย่อยรวม 500 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ แถมยังไม่มี Apps Mobile Banking แต่ธนาคารก็ สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

 

รอย ออกุสตินัส กุนารา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับ Micro Payment มากกว่า จึงเริ่มต้นด้วยการพัฒนาโซลูชั่น E-Wallet ก่อน เหตุผลเพราะ ลูกค้าหลักของธนาคารเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้เงินสดมากกว่า และความต้องการหลักของคนกลุ่มนี้ก็คือ บริการ Basic เช่น โอนเงินออก จ่ายเงินเข้า จ่ายเงินจากพร้อมเพย์ หรือ QR Code จากธนาคารอื่น 

 

เราออกแบบ E-Wallet มาเพื่อคนตัวเล็กๆ เราไม่มี Mobile Banking พบว่า หลังเปิดตัวได้ 2 ปี เรามียอด ดาวน์โหลด 233,000 ครั้ง มีผู้ใช้งานจริงมากกว่า 192,000 ราย มากกว่า 80% มีตัวตน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

เป้าหมายของเรา คือช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนจากเงินสดมาเป็นดิจิทัล เพราะว่ากว่า 90% ของลูกค้าเราค้าขาย แบบเก็บเงินสดรายวัน เราพยายามเปลี่ยนเงินสดเป็นดิจิทัล เสริมสร้างความรู้ทางด้านการเงินให้กับคนเหล่านี้” 

 

เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ส่วนใหญ่จะไม่มีความเข้าใจด้านการวางแผนการเงิน ทางธนาคารเอง ก็ได้มีการจัดทำหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการเงินให้กับบรรดาผู้ประกอบการรายย่อยภายใต้โครงการตังค์โต Know-how

 

นาธัส กฤตวรานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี อธิบายว่า โครงการตังค์โต Know-how ของธนาคารที่ได้รับการรับรองคุณภาพหลักสูตรฝึกอบรมจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ช่วยพัฒนา ความรู้พื้นฐานทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ครอบคลุมทั้งลูกค้าและผู้ที่ไม่ใช่ลูกค้าของธนาคาร จำนวน กว่า 65,000 รายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้ผู้ประกอบการนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจและพัฒนาธุรกิจ ให้เติบโต

 

3. Sustainable Growth Model

สำหรับในปีนี้ธนาคารไทยเครดิตได้วางกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตไว้ 3 เสาหลัก คือ

 

1. มุ่งลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พนักงานของธนาคารมีความรู้ความเข้าใจที่หยั่งรากลึกในธุรกิจ พนักงานจะคอย ดูแลลูกค้าและเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด ขณะที่โมเดลธุรกิจของธนาคารได้รับการออกแบบให้คำนึงถึง ลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ลดปัญหาของลูกค้า และมอบโอกาสที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า โดยให้ความสำคัญ ต่อลูกค้าเป็นที่ 1  

 

2. ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ธนาคารไทยเครดิตมีสาขารับเงินฝากเงิน รวม 25 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ ในกรุงเทพฯ ขณะที่มีสาขาสินเชื่อเพื่อรายย่อยรวม 500 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ นับเป็นโมเดลธุรกิจที่มีต้นทุนใน การดำเนินงานต่ำและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ธนาคารสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ลูกค้าพร้อมส่งมอบผลตอบแทน ที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น ทำให้ธนาคารมีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต 

 

3. วัฒนธรรมองค์กร พนักงานของธนาคารไทยเครดิตทุกคนจะให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคน ซึ่งไม่ว่าจะมี ธุรกิจขนาดเล็กแค่ไหนก็ล้วนมีคุณค่า ภายใต้ปรัชญาแบรนด์ “Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญทีมงานของ ธนาคารจะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า พร้อมยกระดับความสามารถในการเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการ ดำเนินงานตามโมเดลธุรกิจของธนาคาร  

 

ธนาคารไทยเครดิตไม่เพียงมีการเติบโตที่เร็วที่สุดในประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธนาคารยังให้ผล ตอบแทนสูงสุดจากผลประกอบการทางการเงินที่โดดเด่นและเหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม ในปี 2564 ธนาคารมี กำไรสุทธิ 1,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 และมียอดสินเชื่อ 9.82 หมื่นล้านบาท เติบโต 43% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 จากการให้สินเชื่อแก่ลูกค้ากว่า 250,000 รายในช่วงสถานการณ์ COVID-19 

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.