5,040
VIEWS

โลตัส ชู Omni-channel Experience สลัดภาพเป็นแค่ไฮเปอร์ราคาถูกมุ่งสู่ “New Retail”

Mar 22, 2022 R.Somboon

การเปิดตัว Lotus’s SMART App แอปพลิเคชันใหม่ที่รวมออนไลน์ช้อปปิ้งและรีวอร์ดโปรแกรมใหม่อยู่ในที่เดียวของค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่างโลตัส เป็นอีกภาพสะท้อนของตลาดค้าปลีกบ้านเราที่วันนี้กำลังขับเคลื่อนสู่การเป็น New Retail ซึ่งในความหมายของคำว่า New Retail นั้นก็คือ ภาพของตลาดค้าปลีกในบ้านเรา ที่ไม่ได้เป็นการแบ่งเซ็กเม้นต์ที่ชัดเจน อาทิ ค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตเหมือนในอดีต แต่ค้าปลีกในบ้านเราจะถูกขับเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์มที่ผู้เล่นค้าปลีกโดยเฉพาะผู้เล่นรายใหญ่สร้างขึ้น โดยเป็นแพลตฟอร์มที่เข้ามาตอบโจทย์และมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบ Omni-channel Experience และเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับพันธมิตรที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มค้าปลีกที่สร้างขึ้นให้เติบโตไปด้วยกันทั้งอีโคซิสเต็ม

ค้าปลีกยุคใหม่ คือการเอาเทคโนโลยีมาเสริมพลังให้กับร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์ เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า พูดง่ายๆ ก็คือการเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างการช้อปปิ้งออนไลน์กับออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ เพียงแค่มี Omni-channel ยังไม่พอ ค้าปลีกยุคใหม่ต้องมีแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อทั้งเรื่องของการขาย การชำระเงินบนแอปทุกรูปแบบ  การจัดส่งสินค้า รวมถึงลอยัลตี้ โปรแกรม ซึ่งช่องทางการรับสินค้าที่มีให้เลือกหลายช่องทาง จะไปรับสินค้าที่สาขา หน้าร้าน หรือส่งถึงหน้าบ้าน  โดยเป็นทั้งช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์

 

 

ทั้งหลายทั้งปวงแล้ว สิ่งที่พัฒนาขึ้นจะเข้ามาช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว จากนั้นก็พัฒนาสู่การเป็น Super App Commerce แอปที่สามารถทำได้ทุกอย่าง มีทุกอย่างอยู่ในแอปเดียว เช่น ซื้อสินค้า การสั่งอาหาร จองเครื่องบิน ส่งสินค้า ฯลฯ ทำทุกอย่างได้ ขยายบริการครบจบที่เดียว ซึ่งจะเป็นสเตปต่อไปของการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ตัวเองสร้างขึ้นมา

ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือการทำตลาดของบรรดาอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ในบ้านเรา อย่างกรณีของช้อปปี้ ที่วันนี้ ไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเท่านั้น แต่ยังรวมเอาบริการหลายๆ อย่างเข้าไปไว้ในแอป อย่างช้อปปี้ ฟู้ด บริการสั่งอาหาร ดิลิเวอรี่ เป็นต้น โดยมีช้อปปี้ เพย์ ระบบชำระเงิน เป็นแก่นแกนสำคัญของการให้บริการ เป็นต้น

ก่อนหน้านั้น ลูกค้าชาวไทย จะรู้จักโลตัสในฐานะของการเป็นค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ขายสินค้าถูกทุกวัน แม้จะมีการพัฒนาสโตร์ฟอร์แมตที่หลากหลาย แต่ภาพจำของลูกค้าก็ยังคงเป็นร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าราคาถูก ซึ่งถือเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของโลตัส

การพัฒนา Lotus’s SMART App ขึ้นมาจึงเป็นอีกความพยายามในการเข้ามารองรับกับไลฟ์สไตล์การช้อปที่เปลี่ยนไปของลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ รวมถึงเป็นการทำตลาดที่สอดรับกับเรื่องของเทรนด์ค้าปลีกที่มุ่งไปที่การสร้าง Omni-channel Experience ให้กับลูกค้า

จุดแข็งสำคัญอีกอย่างของโลตัสก็คือการมีสาขาที่เป็น Physical Store หรือสโตร์ออฟไลน์ ครอบคลุมทั่วประเทศ เข้ามาช่วยเติมเต็มธุรกิจออนไลน์ ทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ตและโลตัส โก เฟรช รวมกว่า 2,300 สาขา เป็นจุดกระจายสินค้า ส่งสินค้าตรงถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น ด้วยระยะทางที่ใกล้บ้านลูกค้ามากขึ้น โดยโลตัสเองมีการจับมือกับพันธมิตรแพลตฟอร์ม Delivery ต่างๆ และฟลีทขนส่งของเราเอง ทำให้สามารถจัดส่งในวันเดียวกัน (Same Day Delivery) และจัดส่งในวันถัดไป (Next Day Delivery) ซึ่งจะเป็นตัวช่วยเติมเต็มในการทำตลาดแบบ Omni-channel ได้อย่างลงตัว

เมื่อมองมาที่ภาพรวมของตลาดค้าปลีกบ้านเราแล้ว พบว่า เทรนด์ของ Mobile Commerce กำลังมาแรง โดยคนไทยหันมาช้อปปิ้งผ่านมือถือมากขึ้น ยิ่งบ้านเราก้าวสู่ 5G แบบเต็มตัว ก็ยิ่งทำให้การช้อปผ่านมือถือเป็นเรื่องง่ายขึ้น

ธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ กลุ่มโลตัสส์ เอเชีย-แปซิฟิก ยกเว้นประเทศจีน กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายของโลตัสคือการขยายธุรกิจ O2O เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ธุรกิจอีคอม เมิร์ซในประเทศไทย เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาอย่างต่อเนื่อง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็เป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้การซื้อสินค้าออนไลน์ในปี 2021 โตขึ้นกว่า 30% ทั้งจากความจำเป็นจากการปิดให้บริการของศูนย์การค้าและความกังวลของประชาชนในเรื่องสุขภาพ

“ธุรกิจออนไลน์ของโลตัสในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมาเติบโตกว่า 250% จากปัจจัยข้างต้น ประกอบกับการขยายช่องทางและเครือข่ายการจัดส่งสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายใน 5 ปีข้างหน้า คือการเพิ่มสัดส่วนยอดขายออนไลน์ต่อธุรกิจโลตัสโดยรวม จากเลขหลักเดียว (Single Digit) เป็นเลขสองหลัก (Double Digit) ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตนี้คือ Lotus’s SMART App ที่เราได้มีการพัฒนาออนไลน์ช้อปปิ้งให้มีประสิทธิภาพและสะดวกสบายกว่าเดิมในการใช้งาน”

 

ด้าน วรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด โลตัส บอกว่า Lotus’s SMART App ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ SMART และไร้รอยต่อ (seamless) ผ่านช่องทางออมนิแชนแนลของทั้งสาขาและออนไลน์ โลตัส ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Lotus’s SMART App ขึ้น เพื่อเป็น One-stop Destination ที่รวบรวมทั้งรีวอร์ดโปรแกรมและออนไลน์ช้อปปิ้งอยู่ในแอปพลิเคชันเดียว เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานของลูกค้าผ่านฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมาย

“ Lotus’s SMART App เข้ามาแทนที่แอปพลิเคชันทั้งหมดที่เราเคยมี โดยนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และประมวลผล Big Data เพื่อให้สามารถสร้างคูปองส่วนลด โปรโมชั่น สิทธิพิเศษ เสนอแนะสินค้า ที่ตรงใจลูกค้าแต่ละคน นอกจากนั้น เรายังได้เปิดตัวรีวอร์ดโปรแกรมใหม่ My Lotus’s (มายโลตัส) แทนที่โปรแกรมเดิม โดยปรับให้ประสบการณ์การใช้งาน ทั้งการสะสมและการแลกง่ายขึ้น ทันใจขึ้น คุ้มขึ้น และตรงใจขึ้นกว่าเดิม โดยโปรแกรม My Lotus’s จะมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันและ 100% Paperless ไม่มีการส่งสเตทเม้นต์และคูปองไปยังบ้านของลูกค้า ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เป้าหมายของเราคือการให้ลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการโลตัสเป็นสมาชิกมายโลตัส เพื่อความคุ้มค่าของทุกการใช้จ่าย นอกจากนั้น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ดาวน์โหลด Lotus’s SMART App เราได้ร่วมมือกับศิลปิน NFT ในการสร้างชิ้นงานศิลปะที่เป็นทรัพย์สินดิจิทัล เพื่อแจกให้ลูกค้าฟรี โดยลูกค้าสามารถเริ่มเก็บ ticket บนแอปฯ ตั้งแต่ 1-30 เมษายน นี้ เพื่อแลก NFT Art”

ทั้งหลายทั้งปวงแล้ว การขยับตัวของโลตัสในครั้งนี้ น่าจะเป็นภาพสะท้อนถึงการแข่งขันของค้าปลีกปัจจุบันที่ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่การเป็น New Retail แบบเต็มตัว.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.