4,937
VIEWS

EGAT x Wallbox = Low Carbon Society

Apr 07, 2022 BrandAge Team

ประเทศไทยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน และสามารถลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 12% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายข้อตกลงปารีสในปี 2016 ที่ได้กำหนดให้ลดปริมาณก๊าซเรือน กระจกลง 7%

ถึงแม้จะลดลงถึง 91 ล้านตันคาร์บอนฯ แต่ไทยยังคงเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับที่ 20 ของโลก โดยเฉพาะก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาไหม้ของภาคขนส่ง 

จนองค์กรสิ่งแวดล้อมโลกเสนอในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 26 ว่า ไทยควรลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 50% ภายในปี 2030 

แต่จะสามารถทำตามข้อเสนอดังกล่าวได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชน อย่างเราด้วย

หากจะให้เป้าหมายนั้นสำเร็จได้ภายในเวลาอันรวดเร็วคงเป็นไปได้ยาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต้องช่วยกัน หาหนทางที่จะนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน และพบว่าการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV สามารถช่วยลดปริมาณก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ที่เครื่องยนต์สันดาปไม่มีทางทำได้ ประกอบกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทุกวัน ทำให้ผู้คนหันมาใช้ขนส่ง สาธารณะจนล้น จึงถือว่ารถ EV เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ดีต่อการผลักดันเป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย และเพื่อ ให้ประเทศไทยได้เป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสำคัญของโลก 

แน่นอนว่า ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้คนไทยเข้าถึงรถ EV ได้ยาก คือราคารถและเครื่องชาร์จที่ราคาสูงลิ่ว 

ในเมื่อประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีสะอาดได้ยากขนาดนี้ จะมีหน่วยงานใดที่เข้ามาช่วยเหลือได้บ้าง

หลายคนอาจคุ้นหูชื่อหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดูแลการไฟฟ้าของไทยอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แต่อาจไม่รู้ว่าเมื่อปี 2021 กฟผ. เริ่มทำธุรกิจบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่แท่นชาร์จ และตู้อัดประจุไฟฟ้า ตลอดจนการวางระบบบริหารสถานีชาร์จต่าง ร่วมมือกับ Wallbox Chargers SL. บริษัท Startup สัญชาติสเปน 

ธุรกิจนี้มีชื่อว่า EGAT EV Business Solutions ครั้งนี้ กฟผ. ไม่เพียงแค่นำเข้าผลิตภัณฑ์ของ Wallbox เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ผลิตและคู่ค้าพันธมิตร เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ชาร์จรถ EV ที่ราคาถูกและคุณภาพดี อีกด้วย

 

วิสัยทัศน์ของ กฟผ. ในฐานะผู้ดำเนินการภาครัฐของประเทศไทยในภาคพลังงาน คือการสร้าง Solution ด้านพลังงาน ที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคนในประเทศไทยและมุ่งลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ภาคพลังงานมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ภาคพลังงานของไทยตั้งเป้าที่จะนำรถยนต์ไฟฟ้า 1.2 ล้านคัน ออกสู่ท้องถนนภายในปี 2036 แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียง การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเท่านั้น แต่ยังทำให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

กฟผ. เล็งเห็นว่าการเพิ่มการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถลดการปล่อยมลพิษดังกล่าว จึงร่วมมือกับ พันธมิตรต่างๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) ซึ่งทาง กฟผ. พยายามที่จะสนับสนุนเป้าหมายข้างต้น โดยการ จัดหาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ EV เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ยานพาหนะไฟฟ้ามากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการร่วมมือกับ Wallbox Chargers SL. ซึ่งเป็นบริษัท Startup จากประเทศสเปน ที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาให้บริการ ในประเทศไทย 

ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้ามาทั้งหมด 5 รุ่น คือ รุ่น Quasar เป็นอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 2 ทิศทางที่มีขนาดเล็ก ที่สุดในโลก รุ่น Pulsar และ รุ่น Pulsar Plus Commander 2 เป็นระบบชาร์จปกติแบบ AC Charger รองรับการชาร์จไฟให้กับ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างรถบัส รุ่น Commander 2 และรุ่น Copper SB มีระบบ RFID สำหรับกำหนดกลุ่มผู้ใช้งาน ต้องการทำให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปต่อยอดเป็นระบบให้บริการแก่สมาชิก 

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกันสร้างสถานีชาร์จที่เชื่อถือได้ภายใต้แบรนด์ “Elex” และแอปพลิเคชันอัจฉริยะ “Elexa” เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและความสะดวกของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยลดการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ต่าง ที่มีราคาสูง รวมถึงกระตุ้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น

ด้วยเทรนด์รักษ์โลกที่กำลังมาแรงในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ คำนึงถึงความยั่งยืนเป็นหลักและให้ความสำคัญต่อ สิ่งแวดล้อมมากขึ้น และหนึ่งในปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงแนวโน้มการบริโภคที่ยั่งยืน คือความต้องการอยากลดปริมาณ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการหันมาใช้รถ EV มากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากยอดจองรถ EV ทะลุถึงหลักหมื่นคันภายใน 5 วัน แรกในงานมอเตอร์โชว์เมื่อปลายมีนาคมที่ผ่านมา เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าต่อจากนี้ ยอดขายรถ EV ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น ทุกปี ดังนั้น EGAT EV Business Solutions จึงตอบโจทย์พฤติกรรมของคนยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน Elex by EGAT เปิดให้บริการแล้ว 40 สถานีทั่วประเทศไทย แต่เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่แตกต่าง กันไปในแต่ละพื้นที่ กฟผ. และ Wallbox จึงตั้งเป้ากระจายสถานีชาร์จไปยังจุดต่างๆ โดยขยายไปที่ถนนเส้นทางหลักและเส้น ทางรอง สนองความต้องการกลุ่มคนรักการเดินทางไกล ระยะห่างประมาณ 150-200 กิโลเมตรต่อสถานี ปีละ 20 สถานี และ เอาใจชาวกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ขยายไปยัง Community Mall, โรงแรม, สนามกีฬา และสนามกอล์ฟ ปีละ 20 สถานี เช่นเดียวกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ภาครัฐได้ตั้งไว้ว่า ภายในปี 2027 ประเทศไทยจะต้องมีสถานีชาร์จเพิ่ม 5,000 สถานี

เห็นได้ว่าเป้าหมายของการร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับ Wallbox คือการเตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้าที่เอื้อต่อการ สร้าง EV Ecosystem ที่แข็งแกร่ง เพื่อผลักดันประเทศไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเต็มตัว รวมถึงมองการณ์ไกลไปยัง อนาคตของตลาดรถ EV ที่คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งส่งผลต่อการทำธุรกิจสถานีชาร์จรถ EV อย่าง Elex by EGAT อีกด้วย

อ้างอิง

source1

source2

source3

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.