สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง Brand Maker กับการเดินทางบทใหม่ของแบรนด์เอพี “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”

May 05, 2022 -None-

หากเราตั้งคำถามถึงหน้าที่ของแบรนด์กับหน้าที่ของแบรนด์ที่ดีควรเป็นอย่างไร  2 คำถามนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และ    คำตอบที่เราได้รับคงแตกต่างกันไปตามวิสัยทัศน์ขององค์กรที่เป็นเจ้าของแบรนด์นั้นๆ

สำหรับคำตอบของ “เอพี” มีความเชื่อว่าวันนี้นอกจากแบรนด์ต้องมีหน้าที่แล้ว ยังต้องมีความกล้าที่จะแสดงจุดยืนตามบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไปด้วย ดังจะเห็นได้จากพัฒนาการสร้างแบรนด์ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาของเอพี ไทยแลนด์ จาก Space Expert สู่ Empower Living และ “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” Brand Promise ล่าสุดที่สะท้อนถึงแบรนด์ดีเอ็นเอของเอพี ได้เป็นอย่างดี

คุณสรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายงานกลยุทธ์แบรนด์องค์กร บมจ.เอพี ไทยแลนด์ ในฐานะเจ้าของรางวัลพิเศษ Brand Maker Award จากผลสำรวจ 2022 Thailand’s Most Admired Brand จะมาให้คำตอบถึงการทำหน้าที่ของแบรนด์ในบริบทใหม่ ซึ่งเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจครั้งใหญ่ของเอพี

AP Brand Journey 2015-2022

ตลอด 8 ปีที่อยู่กับเอพี ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คุณสรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายงานกลยุทธ์แบรนด์องค์กร บมจ.เอพี ไทยแลนด์ ยอมรับว่าแบรนด์เอพี เปลี่ยนแปลงไปมากตามบริบทสังคม และเติบใหญ่ขึ้นตามขนาดองค์กร

“นับจากวันแรกที่เข้ามาดูแลการสร้างแบรนด์ หน้าที่ที่ผมได้รับมอบหมาย คือรีแบรนด์เอพีให้ทันสมัยขึ้น ในฐานะนักสร้างแบรนด์ที่ดี ผมพยายามไม่เปลี่ยนอะไรองค์กร แต่ทำหน้าที่สำรวจดีเอ็นเอขององค์กรมากกว่าว่าสิ่งๆ นั้นคืออะไร”

แล้วเขาก็พบว่าวิธีคิด และการทำงานของคนในองค์กรนี้มีลักษณะที่เรียกว่า Thinker ทุกคนในองค์กรมีวิธีคิดเป็นสถาปนิกและเป็นวิศวกรอย่างเข้มข้น มีความคิดอย่างเป็นระบบ และให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกตารางเมตร (Space Optimization) จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราเล่าจุดยืนที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์เอพีตามความเชื่อที่ว่าจุดเริ่มต้นของคำว่า “บ้าน” ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม ทั้งหมดเริ่มต้นจาก…“พื้นที่” (Space)

“จากประสบการณ์ที่อยู่ในแวดวงอสังหาฯ มาก่อน ผมยังไม่เคยเห็นบริษัทไหนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ Space Optimization และคิดละเอียดทุกตารางนิ้วอย่างเอพีมาก่อน คนในเอพีส่วนใหญ่ ตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงสถาปนิก วิศวกร และทีมดีไซเนอร์ ทุกคนจะมีวิธีคิดแบบเป็นขั้นตอน 1234 คิดในทุกๆ รายละเอียด จนกลายเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจน พอมาถึงผมในฐานะคนทำแบรนด์จึงหยิบเรื่อง Space Expert ออกมาสื่อสารให้เห็นถึงดีเอ็นเอ”

Space Expert กลายมาเป็นตัวตนของเอพีในเวลาต่อมา และจุดประกายแคมเปญแรกที่มีชื่อว่า Space for All Journey ในครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกของธุรกิจอสังหาฯ ที่หยิบเอาพื้นที่มาเป็นจุดขาย และทำให้ Uniqueness ในเรื่องนี้ของเอพีโด่งดังจนเป็นที่ยอมรับ ตามมาด้วย Think Space เป็นการสื่อให้เห็นถึงความพยายามของเอพีในการสร้างสรรค์ และเสาะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อมอบพื้นที่ความสุขที่เรียกว่า “บ้าน” ให้กับทุกคนกับการออกแบบพื้นที่ให้เป็น “พื้นที่ชีวิต” ด้วยความใส่ใจของนักออกแบบและทีม    ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้สเปซที่ดีที่สุดตอบทุกความต้องการใช้ชีวิต

ต่อมาต่อยอดเป็นแคมเปญ AP HAPPINESS รองรับเทรนด์การพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบ Multi Generation Living โดยให้ความสำคัญกับแนวโน้มการอยู่อาศัยร่วมกันของคนหลายช่วงอายุ ดังนั้นบทบาทของพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้าน หรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาใช้ต้องตอบโจทย์มากกว่าการอยู่อาศัย แต่ต้องได้รับการออกแบบจัดวางทุกองค์ประกอบอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์แต่ละวัย ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และเอื้อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกันจุดนี้จะเห็นได้ว่าแบรนด์เอพีเริ่มขยายขอบเขตของ Space ให้ใหญ่มากกว่าเรื่องของการอยู่อาศัย แต่เป็นเรื่องของชีวิตที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อสร้างความหมายให้กับชีวิตที่มากขึ้น

ปี 2020 เกิดกระแส  Digital Disruption เอพีจึงก้าวไปอีกขั้นกับการปรับองค์กรครั้งใหญ่ให้พร้อมตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลง  ภายใต้เป้าหมายที่จะไม่หยุดอยู่แค่การพัฒนาอสังหาฯ เท่านั้น แต่พร้อมจะมองตัวเองเป็นองค์กรที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมไทยให้ดีขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าเอพีไม่ได้ขายแค่ที่อยู่อาศัย แต่นำเสนอการใช้ชีวิตแบบ 360 องศา และเพื่อสื่อสารเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม เอพีจึงประกาศ Vision/Mission ใหม่ โดยได้มีการทำงานร่วมกับบริษัทซับ โรซ่า ที่ปรึกษาทางด้านแบรนด์และทางด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีชื่อเสียงจากนิวยอร์ก จนนำมาสู่วิสัยทัศน์และพันธกิจ EMPOWER LIVING

“แกนหลักของ EMPOWER LIVING คือการที่เราตั้งใจสื่อสาร VISION ออกมาในมุมคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับจากเรามากกว่า VISION ที่พูดว่าองค์กรจะทำอะไร ซึ่งนั่นแปลว่าหน้าที่ของ AP THAILAND คือการนำเสนอคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านสินค้าและบริการ ซึ่งลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกสินค้าหรือบริการที่จะช่วย EMPOWER ชีวิตตนเองและครอบครัวในแบบที่เค้าต้องการ หรือพูดอีกแบบหนึ่งคือให้ชีวิตได้ใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่ในบ้านแต่เรา Empower การใช้ชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์ที่เขาต้องการ สมมติว่ามี 100 แบบในการใช้ชีวิต เราก็พยายามออกแบบมาเพื่อจะตอบความต้องการทั้ง 100 แบบให้ได้ เพื่อให้เขาใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการได้มากที่สุด”

New Challenge 2022 “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”

จะเห็นได้ว่าแบรนด์เอพีเติบโตขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตามบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ยิ่งเมื่อโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิดในช่วง 2 ปีกว่าๆ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับการสร้างแบรนด์เอพีนับจากนี้

“ก้าวต่อไปของการสร้างแบรนด์เอพี ภายใต้วิสัยทัศน์ Empower Living ผมมองว่าทุกคนประสบปัญหาโควิดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา และทุกคนเหมือนรออะไรซักอย่าง ไม่ว่าจะรอให้โรคระบาดครั้งนี้จบลง รอให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลาย รอให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าความสุขแบบเก่ากลับคืนมา แต่จริงๆ แล้วเราทุกคนจะรอไหวหรือ แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าความสุขแบบเก่าจะกลับมาอีกครั้ง”

ด้วยภาวะทางอารมณ์และคำถามที่ทุกคนสงสัยกันอยู่ แบรนด์เอพีจึงกลับมาตั้งข้อสังเกตใหม่ว่า ความสุขมีแบบฉบับหรือเปล่า หรือความสุขจำเป็นต้องเป็นแบบเดิมไหม เหล่านี้เป็นต้นกำเนิด Brand Promise ใหม่ล่าสุดของเอพีภายใต้ประโยคที่ว่า “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ซึ่งเป็นชีวิตดีๆ บริบทใหม่ในปี 2022 คือชีวิตดีๆ ที่ลูกค้าเป็นคนเลือกเอง

หน้าที่ของเอพี คือมอบสิ่งต่างๆ ให้ลูกค้าเลือกในสิ่งที่เค้าอยากได้ด้วยตัวเอง

“สำหรับผมคิดว่า แบรนด์ที่ดีต้องมีจุดยืนทางสังคมหรือ Social Standpoint ชัดเจน ต้องกล้าที่จะพูดอะไรที่ใหม่เพื่อตอบโจทย์หรือช่วยสังคมตามบริบทที่เกิดขึ้น ในวันที่สังคมรู้สึกว่ากำลังรออะไรซักอย่าง ซึ่งไม่รู้ว่าจะสมหวังหรือไม่ หน้าที่ของแบรนด์ที่ดีจะต้องไกด์หรือคอยนำทาง โดยตั้งคำถามปลายเปิดให้ทุกคนฉุกคิดขึ้นมาว่า วิธีการที่มีความสุขนั้นมีมากกว่า 1 แบบ เราอยาก Empower ให้ทุกคนคิดไปพร้อมๆ กันว่า ถ้าความสุขไม่ใช่แบบเดิมแล้วแบบใหม่คืออะไร นี่คือ Corporate Message ที่เราคิดว่าเป็นหน้าที่สำคัญของแบรนด์ที่ควรจะเป็น นั่นคือการมีส่วนทำให้สังคมมีความสุขมากขึ้น”

ในเวลาเดียวกัน  เอพี ไทยแลนด์  ในฐานะดีเวลลอปเปอร์ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกความสุขตามแบบฉบับของลูกค้าด้วยการสร้าง        โปรดักต์ที่ครบทุกความต้องการ รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ความฝัน ความปรารถนาของลูกค้า ซึ่งวันนี้เอพีเรามีแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโด ที่เป็นแอ็กทีฟแบรนด์ พร้อมให้เลือกทั้งหมด 17 แบรนด์

“ไม่ว่าคุณจะมีวิถีชีวิตแบบไหน มีรายได้เท่าไหร่ หรือชอบอะไร คุณก็จะพบกับความสุขในแบบคุณจาก 17 แบรนด์ของเอพี ซึ่งออกแบบตาม Demographic และ Psychographic โดยเฉพาะอย่างหลังเรามองว่ามันคือความปรารถนาหรือ Aspiration ของการใช้ชีวิตที่มันยิ่งใหญ่มาก ดังนั้น 17 แบรนด์ของเอพีจึงมีความแตกต่าง และลึกซึ้งมากไปกว่าหน้าตาหรือแบบบ้านที่ไม่เหมือนกัน เพราะตั้งแต่วินาทีที่ตื่นนอนจนวินาทีที่นอนหลับ คุณได้ใช้ชีวิตใน Aspiration แบบที่คุณต้องการ”

เมื่อฝ่ายผลิตของเอพีทำหน้าที่สร้างโปรดักต์ได้อย่างสมบูรณ์ เรื่องต่อมาจึงเป็นหน้าที่ของคุณสรรพสิทธิ์ ที่จะต้องสื่อสารไปยังลูกค้าต่อยอด EMPOWER LIVING ในมุมมองใหม่กับ Brand Promise ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ที่ตั้งใจสื่อสารว่า “คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกชีวิตที่คุณชอบในแบบที่คุณเลือกเองได้”

แนวทางการยกระดับแบรนด์เอพีให้เป็นแบรนด์ที่ Empower ให้ทุกคนมีชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้นั้น คุณสรรพสิทธิ์ วางกลยุทธ์โดยนำเสนอผ่านสามมิติ

Happiness has no blueprints พูดถึงการส่งมอบชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ภายใต้ความเชื่อของเอพีที่ต้องการส่งมอบมากกว่า  ฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่คือการสร้าง New Layout of Life ให้กับทุกคน ผ่านแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ในเครือทั้งสิ้น 17 แบรนด์

Innovation from you for you เป็นกระบวนการสร้างนวัตกรรมดีไซน์ที่มีลูกค้าเป็นพื้นฐานสำคัญ โดยนำ Design Thinking ซึ่งเป็นกระบวนทางความคิดในการสร้างนวัตกรรมดีไซน์ของทางมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มาเป็นแกนหลักในการทำงาน โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการทำความเข้าใจลูกค้าด้วยวิธี Empathy Design Approach ที่นำไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ Aspiration ที่ลูกค้าเป็นผู้เลือกเองได้

Community of the future การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ Empower สังคม ซึ่งในเรื่องนี้ คุณสรรพสิทธิ์ ให้ความเห็นว่าเป็นการขยายขอบเขตการมอบความสุขในฐานะนักสร้างบ้าน จากลูกค้าผู้อาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง มาเป็นหลายๆ หลังในหมู่บ้านกลายเป็นคอมมูนิตี้จนมาถึงการสร้างความสุขให้กับสังคมโดยรวม

“ในฐานะดีเวลลอปเปอร์ เราคิดอยู่ตลอดเวลาว่า นอกจากเราจะมีหน้าที่สร้างความสุขให้กับลูกค้าแล้ว เราต้องมีวิชั่นที่จะทำให้กับสังคมด้วย ซึ่งผมคิดว่าหน้าที่ของแบรนด์ที่ดีจะต้อง Shape สังคมให้ดีขึ้น จะเห็นได้จากทุกแคมเปญของเราจะมองภาพใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรามองว่าการพัฒนาประเทศ หรือสร้างสังคมในแบบเอพีไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบหรือบริบทเดิมๆ”

ยกตัวอย่างแคมเปญที่ผ่านมาของเอพี ไม่ว่าจะเป็น AP Unusual Football Field” สนามฟุตบอลรูปทรงฉีกแนว ต้นแบบสนามฟุตบอลแนวคิดใหม่ย่านชุมชนคลองเตย ที่ได้รับรางวัล Grand Prix จากเทศกาลเมืองคานส์ และได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ (TIME magazine) ให้เป็น 1 ใน 25 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์แห่งปี 2016 ที่คัดเลือกจากสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดทั่วโลก หรือแคมเปญ “Space Scholarship” โดยเอพีมอบทุนการศึกษาเป็นตารางเมตร ซึ่งหมายถึงการมอบที่พักอาศัยแก่นักเรียนต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ เป็นต้น

Marketing has no blueprints

เพื่อสื่อสาร Brand Promise ใหม่ภายใต้ “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” เอพีจึงฉีกขนบวิธีการสร้างแบรนด์อีกครั้ง ด้วยจุดเริ่มต้นกับการจับมือกับ GDH ผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับแนวหน้าของไทยออกมาเป็นโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ “Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” โดยผู้กำกับ “เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์” นำแสดงโดย ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ และณัฏฐ์ กิจจริต

“ในฐานะนักสร้างแบรนด์ เราจะต้องสร้างให้แบรนด์เติบโตไปอีกสเตป ผมจึงกลับมาถามตัวเองว่าก้าวต่อไปของแบรนด์เอพีจะทำยังไงให้ใหญ่ขึ้นมากกว่าหนังโฆษณา คำตอบจึงออกมาที่ภาพยนตร์”

 

 

Big Idea ของการสื่อสาร Brand Promise “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น เราต้องการที่จะเอ็มเพาเวอร์ให้ผู้ชมทั่วประเทศได้สัมผัสถึงนิยามของความสุขที่ไม่จำเป็นต้องมีแบบแผน ความสุขที่ทุกคนสามารถเลือกที่จะสร้างให้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง ซึ่งนั่นหมายถึง ความสุขอาจไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ในแบบที่สังคมเลือก แต่ความสุขในแบบที่คุณเลือกเป็นความสุขที่แท้จริงมากกว่า

“ผมคิดว่าความสุขในแบบที่สังคมเลือกมาให้ ต่อให้สมบูรณ์แบบแค่ไหน มันอาจไม่เต็มเปี่ยม หรือปริ่มใจ เท่าความสุขที่เราเป็นคนเลือกเอง ซึ่งถึงแม้สังคมจะมองว่าความสุขที่คุณเลือกนั้นไม่ครบ ไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม แต่ถ้าหากเราเลือกมันเอง มันคือความสุขที่เต็มเปี่ยม และปริ่มใจที่สมบูรณ์ในแบบเรา นี่คือ Message ที่เอพีอยากบอกว่า ความสุขในการใช้ชีวิตที่สำคัญนั้นเป็นความสุขที่คุณต้องเลือกเอง”

เอพียังได้ต่อยอด “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ออกมาเป็นหนังโฆษณาเรื่องใหม่ เพื่อทำหน้าที่คล้ายเป็นภาคต่อจากภาพยนตร์ “Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ที่ได้นักแสดงพระเอกนางเอกคู่ขวัญคู่เดิม มาเป็น Brand Ambassadors  ตอกย้ำ Brand Promise ที่เริ่มต้นและจบลงด้วยคำว่าความสุข รวมถึงบอกวิธีการเข้าหาความสุขด้วยวิธีการที่เรียบง่ายเพียงแค่ “การนึกถึงความสุข”

“แกนสำคัญที่เราต้องการสื่อสาร คือที่ที่มีความสุข แค่นึกถึงก็มีความสุขแล้ว ซึ่งเราหวังว่าวิธีการเล็กๆ ที่เราเล่าหนังเรื่องนี้จะ Empower ให้ทุกคนเลือกที่จะสร้างมุมมองความสุขด้วยตัวเอง”

Challenge

แน่นอนว่าเมื่อแบรนด์ต้องเติบโตและเปลี่ยนไปตามบริบทสังคมและทิศทางการดำเนินธุรกิจขององค์กร ดังนั้นวิธีการวางตำแหน่งของแบรนด์จำเป็นต้องปรับตาม โดย คุณสรรพสิทธิ์ ให้ความเห็นว่า การสร้างแบรนด์ในปัจจุบัน คือการสร้าง Relationship ดีๆ นี่เอง อย่างที่เอพีสร้าง Relationship ผ่านหนังภาพยนตร์เพื่อให้เวลา 2 ชั่วโมงของการดูหนังได้รับการถ่ายทอด Brand Promise ของเอพีออกมาได้อย่างลึกซึ้งนุ่มนวลโดยไม่รู้สึกยัดเยียด

“การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ต้องสร้าง Relationship ผ่านไดอะล็อกมากกว่ายัดเยียดโลโก้ นี่คือการทำการตลาดที่ไม่มี Blueprints เหมือนกัน ต่อไปหน้าที่ของแบรนด์ไม่ใช่การขายบ้าน เรามองว่าหน้าที่ของเราใหญ่กว่าการขายบ้าน แต่คือการ Shape สังคมที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้น อีกอย่างผมคิดว่าสิ่งสำคัญมากกว่าโลโก้คือ Message ที่ Audience คิดว่าเขาได้อะไร หลังจากนั้นถ้าเขาชอบ Relationship ก็เกิดขึ้นตามมา ซึ่งการทำหนังถือเป็นการสร้าง Relationship ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะเขาอยู่กับเรา 2 ชั่วโมงนานพอที่จะเข้าใจวิธีคิดหรือตัวตนในแบบของเรา”

“ในการทำแบรนด์เอพีเราคิดเสมอว่าการสื่อสาร และแคมเปญของเรามอบอะไรให้กับลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าในเจนเนอเรชั่นใหม่ ไม่มีใครอยากฟังหรอกว่าแบรนด์คุณเก่งมาจากไหน แต่แบรนด์คุณให้อะไรกับเค้า ผมคิดเสมอว่าแบรนด์ที่ดีควรจะ Deposit มากกว่า Withdraw หมายถึงการให้คุณค่าบางอย่างกับชีวิตเค้ามากกว่าการจะขายของอย่างเดียว”

สุดท้ายนี้ คุณสรรพสิทธิ์ ให้มุมมองเกี่ยวกับความท้าทายของการสร้างแบรนด์ในอนาคตว่า นักสร้างแบรนด์ยุคใหม่ต้องไม่มองแบรนด์เป็นองค์กรอีกต่อไป แต่ต้องให้แบรนด์สื่อสารในฐานะมนุษย์คนหนึ่งหรือเพื่อนคนหนึ่งที่พูดคุยกับ Audience ในสิ่งหรือบริบทที่สังคมต้องการ

“แบรนด์ต้องกล้าที่จะ Take Social Standpoint เพื่อแสดงจุดยืนทางสังคมว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร หรือเราอาจตั้งคำถามชวนให้ทุกคนคิดไปพร้อมๆ กัน สิ่งสำคัญมากไปกว่าทฤษฎีแบรนดิ้ง สำคัญกว่าความเก๋เท่ On Trend สำคัญมากกว่าเทคนิคใหม่ล่าสุดจากหนังสือ Branding Bestsellers ‘คือความจริงใจของแบรนด์’ ถ้าคุณสื่อสารสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของคุณออกมา ยังไงเขาก็มองเห็น หน้าที่ผมในวันนี้จึงเหมือนกับหน้าที่ในวันแรกที่เริ่มต้นทำงานกับเอพี คือการสื่อสารดีเอ็นเอของเอพีออกมา เล่าเรื่องราวในปัจจุบันของเอพีเพื่อตอบโจทย์บริบทสังคม โดยพูดด้วยความจริงใจที่สุดในฐานะองค์กร”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.