แสนสิริ ขับเคลื่อนองค์กรแบบ 360 องศา ตั้งเป้าสู่ Net-zero

May 11, 2022 -None-

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  หรือ  Climate  Change  ถือเป็นปัญหาใหญ่และเริ่มเข้าใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกขณะ  แม้ที่ผ่านมาหลายองค์กรใหญ่ระดับโลกต่างออกมาผลักดันให้เกิดความร่วมมือในเรื่องนี้ เช่น ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 หรือ COP26 ที่มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อควบคุมปัญหาการเปลี่ยงแปลงสภาพแวดล้อม ด้วยเป้าหมายให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 หรือพ.ศ. 2593 เพื่อจัดการกับภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จริงต้องมาจากความร่วมมือกันทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนจากทั่วโลก

แสนสิริ ในฐานะผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีการประกาศเป้าหมายสู่การเป็น Net-zero องค์กรอสังหาริมทรัพย์แรกในประเทศไทยที่วางพันธกิจในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์อย่างเต็มรูปแบบ

“ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ เราให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมมาตลอด เพราะเราทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีเรื่องของการพัฒนาที่ดิน การก่อสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งต้องยอมรับว่ามีส่วนในการทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ยุคแรกเราจึงมีการวางแนวคิดและเป้าหมาย Green Mission ซึ่งเราเน้นทำเรื่องการปลูกต้นไม้ การบริหารจัดการขยะ จนกระทั่งเทคโนโลยีต่างๆ เริ่มพัฒนามากขึ้น เรื่องของ Solar Roof รถยนต์ EV ซึ่งเรามองว่าสิ่งเหล่านี้จะเข้ามาช่วยเสริมทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ทำให้เราเปลี่ยนวิธีคิดมาเป็นเรื่องของ Net-zero ซึ่งประเด็นหลักที่เราทำเรื่องเหล่านี้เพราะต้องการที่จะเป็น Good Citizen ของโลกใบนี้ นอกจากนี้เรามีความเชื่อว่าองค์กรที่จะยั่งยืนได้ในระยะยาวต้องมองเรื่องของ Sustainability ด้วย” คุณอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเป้าหมายของแสนสิริในการก้าวสู่การเป็น Thailand’s First Real-Estate Company to Set Target for Net-zero

ซึ่งแสนสิริจะเดินไปสู่เป้าหมายนั้นได้ด้วย 4 กลยุทธ์สำคัญคือ Process Product Partners Investment

Process มีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นและได้มาตรฐาน โดยเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทยซึ่งเป็นเครือข่ายที่จัดตั้งโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก จากนั้นจะเข้าร่วมโครงการขยายผลกิจกรรมชดเชยคาร์บอน เพื่อสนับสนุนตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจภายในประเทศปีที่ 9 หรือ TCOP9 ซึ่งจะช่วยให้สามารถจำแนกแหล่งปล่อย และประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับโครงการและทุกกระบวนการทำงานของแสนสิริให้เกิดการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้อย่างชัดเจน

Product มุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และลดขยะให้ได้มากที่สุด เมื่อต้นปี 2565 แสนสิริได้ประกาศติดตั้ง Solar Roof ครบ 100% ให้บ้านเดี่ยวแสนสิริทุกหลังและพื้นที่ส่วนกลางของทุกโครงการใหม่ ตลอดจนไฟส่องสว่างในสวนทุกโครงการแนวราบจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมขยายแผนการติด EV Charger ในทุกโครงการคอนโดใหม่ ให้ครอบคลุมทุกโครงการบ้านเดี่ยวระดับบนของแสนสิริ ที่จะสร้างเสร็จในปี 2565 เป็นต้นไป

ในส่วนของการใช้วัสดุจะมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เริ่มใช้ในสัดส่วน 50% ในปี 2022 และเพิ่มเป็น 70% ในปี 2025 ของวัสดุที่แสนสิริจัดซื้อ นอกจากนี้การก่อสร้างในทุกโครงการต้องลดขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยขยะจากการก่อสร้างจะนำมารีไซเคิลและรียูสได้ 70% ภายในปี 2025 รวมถึงกระบวนการผลิตของโรงงานพรีคาสต์จะก่อให้เกิดขยะไม่เกิน 2% ภายในปี 2022 และทุกโครงการแสนสิริต้องมีระบบ Waste Management เพื่อลดคาร์บอนและขยะสู่โลก โดยทุกโครงการต้องมีถังแยกขยะ (Waste to Worth) และมีเป้าหมายจับมือพันธมิตรเพื่อให้การแยกขยะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

Partners  แสนสิริมุ่งร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อตั้งเป้าหมายลดการผลิตก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันมี  คู่ค้าที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรจากองค์กรขนาดใหญ่มากมาย เช่น ทีโอเอ, คอตโต้, ไดกิ้น, เอสบี เฟอร์นิเจอร์, ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย, โคคา-โคล่า (ประเทศไทย), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด, บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน), GC เป็นต้น และอยู่ระหว่างการหารือกับสถาบันการเงิน เพื่อร่วมจัดทำสินเชื่อพิเศษ ที่ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในอนาคต

Investment แสนสิริมุ่งเน้นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดคาร์บอนโดยตรงและทางอ้อม โดยในเบื้องต้นได้กำหนดงบลงทุนไว้ 500 ล้านบาท สำหรับระยะเวลา 3 ปี โดยจะเน้นลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสุขภาพ เทคโนโลยีการเกษตร เทคโนโลยีด้านอาหาร ซึ่งทุกธุรกิจจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรต่อสังคม

อย่างไรก็ตามเรื่องของ Net-zero ถือเป็นเป้าหมายในระยะยาวที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินงาน ซึ่งในระยะสั้น คุณอุทัย มองถึงเรื่องของการต่อยอด Green Mission ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการขยะ การปลูกต้นไม้ รวมถึงการปลูกจิตสำนึกให้กับคนในองค์กร และซัพพลายเออร์ที่เข้ามาทำงานด้วยให้ตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม

“เรื่องของ Net Zero ยังเป็นนโยบายในระยะยาว สำหรับ Mission ในระยะสั้นเรามองถึงการต่อยอดมาจากเรื่อง Green Mission ที่เราเคยทำมาแล้วอย่างเรื่องของการจัดการขยะ ไม่ว่าจะเป็นขยะก่อสร้าง ขยะในครัวเรือน ซึ่งถ้าเราสามารถแยกขยะไป Reuse หรือ Recycle ได้จะช่วยลดขยะถึง 80-90% ส่วนอีก 10% เราจะนำไปเผาเพื่อให้เกิดพลังงาน ซึ่งตอนนี้มีหลายองค์กรที่นำขยะของเราไปจัดการเรื่องนี้ให้ เรื่องที่ 2 คือการปลูกต้นไม้เพื่อซึมซับคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ การรักษาต้นไม้เก่าๆ ไว้ สิ่งเหล่านี้เรามีการสร้างจิตสำนึกให้กับคนทำงานของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนออกแบบ คนก่อสร้างเพื่อให้เห็นความสำคัญของต้นไม้ในทุกโครงการของเรา ในส่วนของ Process การผลิตสินค้าเราก็มีการปลูกฝังไปในพนักงานของเราว่าการออกแบบทั้งหมดจะต้องคำนึงถึงว่าให้เหลือเศษวัสดุให้ได้น้อยที่สุด ซึ่งตอนนี้ 90% เราผลิตวัสดุในโรงงานระบบปิดของเราเองแล้วนำไปติดตั้งที่หน้างาน ช่วยลดขยะ ลดน้ำเสีย รวมถึงฝุ่นที่จะออกสู่ภายนอก”

หลายปีที่ผ่านมา แสนสิริเป็นอีกหนึ่งองค์กรด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งส่งเสริมเรื่องความเสมอภาค เท่าเทียม และเข้าถึงได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย โดยสร้างสรรค์โครงการต่างๆ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่น โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน เพื่อช่วยสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาสำหรับเด็กไทย พร้อมออกหุ้นกู้แสนสิริระดมทุน 100 ล้านบาท ปั้น “ราชบุรีแซนด์บ็อกซ์” เป็นเมืองต้นแบบเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยให้เด็กหลุดระบบการศึกษาต้องเป็น “ศูนย์”

เราทราบดีว่าช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมาหลายครัวเรือนได้รับผลกระทบจนทำให้มีเด็กต้องออกจากระบบการศึกษาเพื่อมาช่วยพ่อแม่หารายได้ เราจึงมีโครงการ Zero Dropout เพื่อช่วยให้เด็กไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ นำร่องในจังหวัดราชบุรี โดยมีการออกหุ้นกู้เพื่อโครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน อายุหุ้นกู้ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 3.2ต่อปี อันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ BBB+ จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ด้วยวงเงินจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการลงทุนได้ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก

นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมในเรื่องของความเท่าเทียม เพราะเรามองเห็นว่าพนักงานในบริษัทของเราตอนนี้มี LGBTQ Plus จำนวนมากขึ้น เราต้องการเคารพสิทธิ์ของพนักงานเหล่านี้เช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป โดยคนกลุ่มนี้สามารถลาหยุดไปแต่งงาน ลาป่วยเพื่อเปลี่ยนแปลงเพศสภาพได้ 30 วัน ที่สำนักงานของเรามีห้องน้ำที่ 3 สำหรับคนกลุ่มนี้ด้วย เพราะเราถือว่าเรื่องของความเท่าเทียมเป็นสิ่งสำคัญ”

เพราะแสนสิริมองว่า องค์กรคือหนึ่งในประชากรสำคัญของโลก การขับเคลื่อนธุรกิจในวันนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับคน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.