3,641
VIEWS

ท็อปส์ – โลตัส ปรับเกมรับเทรนด์ใหม่ค้าปลีกไซส์เล็ก

May 08, 2022 R.Somboon

เทรนด์ที่น่าสนใจที่ค้าปลีกไซส์เล็กในบ้านเรากำลังมุ่งไปก็คือ การเข้ามารองรับกับพฤติกรรมการช้อปของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายใกล้บ้าน การนำเสนอสินค้าที่ดึงดูดใจ พร้อมกับความคุ้มค่า ครบครัน และบริการหลากหลาย

ทำให้เราได้เห็น การปรับกลยุทธ์เพื่อรับกับพฤติกรรมการช้อปที่เปลี่ยนไปของลูกค้า โดยเฉพาะกับการผลักดันตัวเองให้เข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพื่อขายความสะดวก ขณะเดียวกันก็มีการเติมเต็มความครบครันผ่านรูปแบบของการสร้างโมเดล หรือสโตร์ฟอร์แมตใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ภาพที่สะท้อนในเรื่องนี้ได้ดีก็คือการรีแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตใหม่ของโลตัส จากเดิมที่ใช้ชื่อโลตัส ซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดโลตัส มาสู่การใช้แบรนด์ โลตัส โกเฟรช เพียงแบรนด์เดียว ซึ่งเป็นการเลือกใช้แบรนด์เดียวกับฟอร์แมตซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์หรือร้านค้าปลีกไซส์เล็กของตัวเอง

โลตัส โก เฟรช ที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตนั้น จะเป็นร้านค้าที่มีลักษณะคล้ายกับโลตัสใหญ่ แต่ที่เน้นพื้นที่ขายและพื้นที่ให้เช่ามากขึ้น โดยเฉพาะกับการดึงแบรนด์ร้านอาหารเข้ามาเปิดเพื่อร่วมเป็นแม่เหล็กสำคัญ  ขณะที่การนำเสนอสินค้าในสโตร์เน้นการนำเสนอสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบคนเมือง ซึ่งจะต่างจากโลตัส โกเฟรช ธรรมดา ทั่วไป ที่เป็นซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์ เน้นในเรื่องของการขยายสาขาขนาดเล็กเข้าไปในย่านชุมชนต่างๆ

 

ฟอร์แมตสโตร์ในรูปแบบดังกล่าวเปิดตัวไปแล้วที่สายไหม และที่สุทธิสาร ซึ่งเป็นการขยับเข้าไปตอบโจทย์ลูกค้าในพื้นที่ย่านชุมชนที่อยู่ในเมืองมากขึ้น เช่นเดียวกับ การทำตลาดของโลตัส โก เฟรช ที่เป็นค้าปลีกไซส์เล็กของค่ายนี้ ก็มีการเติมเต็มสินค้าในกลุ่มอาหารสดเข้าไปมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เป็นคนเมืองรุ่นใหม่มากขึ้น

 ส่วนที่ขยับตัวอย่างน่าสนใจก็คือ การเปิดแฟล็กชิฟสโตร์ของท็อปส์เดลี่ ค้าปลีกไซส์เล็กของเซ็นทรัล รีเทล สาขาแรกที่ซอยพระเงิน นนทบุรี ซึ่งเป็นมินิซูเปอร์มาร์เก็ตในคอนเซ็ปต์ใหม่ที่นำเสนอสินค้าแบบ Room Concept ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นของนักช้อปยุคใหม่ พร้อมพื้นที่เช่าสำหรับร้านค้า และโซนที่นั่งรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นการย่อส่วนท็ปส์สาขาใหม่ ให้เข้าไปอยู่ใกล้ชิดลูกค้าในชุมชนมากขึ้น

คอนเซ็ปต์ดังกล่าว มีการแบ่งโซนของสินค้าในร้านออกมาอย่างชัดเจน ไล่ตั้งแต่

 Snacker โซนขนมขบเคี้ยวนำเข้าราคาประหยัด จัดกรุ๊ปสินค้าแพคไซส์ขนาดเล็กราคาเริ่มต้น 5-20 บาท ครบครันขนมยอดนิยมจากญี่ปุ่นและเกาหลีที่เพิ่มขึ้นกว่า 300 รายการ พร้อมจุดต่างกับขนมนำเข้าเอ็กซ์คลูซีฟจากอเมริกาที่หมุนเวียนมาจำหน่ายตลอดทั้งปี

Cooking ที่มีการดีไซน์ออกมาแบบ Asian cooking wall ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกมื้อในการทำอาหารและปาร์ตี้สุดพิเศษ ทั้งเนื้อสัตว์ ผักสด เซตสุกี้ ชาบู ยากินิคุหลากชนิด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป วัตถุดิบทำอาหารจากญี่ปุ่นและเกาหลี เครื่องปรุงอาหารเฉพาะทางสำหรับ คนรักสุขภาพ

LOOKS รวมไอเทมเพื่อสุขภาพและความงามสไตล์เอเชียหลากหลายแบรนด์ไซส์เล็กราคาประหยัด

 Baby & Me ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สะดวกสบายในการเลือกช้อปสินค้าสำหรับคุณแม่และลูกน้อย

PETSTER พบทุกสิ่งที่ค้นหาเพื่อสัตว์เลี้ยงที่คุณรักกับการแบ่งโซนสินค้าสำหรับน้องหมาน้องแมว ที่ช่วยให้คุณสะดวกสบายช้อปได้ใกล้บ้าน

ARIGATO ปลุกความเฟรชทุกเช้ากับเครื่องดื่มและเบเกอรี่คุณภาพดี อบสดใหม่จากวัตถุดิบเนยฝรั่งเศส 100%

 

การปรับรูปแบบของร้านให้ออกมาในแนวของการย่อส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในเรื่องของการนำเสนอสินค้านั้น เป็นแนวคิดใหม่ของการทำร้านค้าปลีกที่ต้องมีการปรับในเรื่องของ Sizing และ Location ใหม่  โดยขนาดร้านค้า ที่เคยเล็กต้องขยายเพิ่ม ร้านค้าที่เคยใหญ่ก็หดลดลง ซึ่งร้านค้าขนาด Hypermarket อาจต้องลดพื้นที่ จากดั่งเดิม 8,000 -12,000 ตรม มาอยู่ที่ 4,000-6,000ตรม เนื่องจากรัศมีการค้าหดเล็กลง  และ เทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยี เมตา VR และ AR ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่เก็บสต็อกเยอะๆ

เช่นเดียวกับร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าปลีกไซส์เล็ก  อาจต้องเพิ่มพื้นที่จากต้นแบบดั่งเดิม 80-100 ตรม มาเป็น 250-300 ตรม มีที่จอดรถสะดวกสบาย รวมถึงการเติมเต็มในส่วนที่เป็นร้านอาหาร และร้านในชีวิตประจำวันเข้าไป เพื่อสร้างแรงดึงดูดในการผลักดันตัวเองเป็น Destination ค้าปลีกในย่านชุมชนนั้นๆ

ไม่เพียงเท่านี้ ยังอาจจะต้องมีการเพิ่มมุมที่เป็นไลฟ์สไตล์เข้าไปด้วย อย่างกรณีของท็อปส์เดลี่ แฟล็กชิฟสโตร์สาขาใหม่นี้ มีการให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Instagrammable ด้วยการออกแบบตกแต่งร้านให้มีมุมสำหรับลูกค้าได้ถ่ายภาพอัพลงโซเชียลซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมเติมเต็มบริการแบบฟูลเซอร์วิสเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์ www.tops.co.th บริการผู้ช่วยช้อปส่วนตัว (Personal Shopper) ในไลน์ @TopsThailand หรือเดลิเวอรี่พาร์ทเนอร์บนแอปพลิเคชัน Grab และ Foodpanda, บริการรับชำระบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ ด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) และแอปพลิเคชันดอลฟิน (Dolfin Wallet) อาทิ บัตรเครดิต ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์, บริการธุรกรรมการเงิน, บริการส่งพัสดุ 

 

เรียกได้ว่า ถูกดันเข้ามาเป็น 1 ในจิ๊กซอว์ที่ช่วยเติมเต็มภาพของยุทธศาสตร์ CRC Retailligence  ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมค้าปลีกอย่างไม่หยุดนิ่งโดยเฉพาะกับการเข้ามารองรับการทำตลาดในรูปแบบ Omni channel ของเซ็นทรัล รีเทล ที่มีหมุดหมายชัดเจนในการเป็น Central to Life หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของลูกค้า

เมื่อมองถึงพฤติกรรมการช้อปของคนไทยในส่วนของสินค้าประเภทอาหารนั้น อาจจะแบ่งได้ออกมาเป็น 2 แบบคือ

1.ตู้เย็น คือ ซื้อสินค้าทีละจำนวนมากๆ เพื่อมาเก็บไว้ในตู้เย็น แล้วทยอยนำมาบริโภคหรือปรุงอาหาร ซึ่งรูปแบบการซื้ออย่างนี้ ส่วนใหญ่จะไปที่สโตร์ใหญ่ เพื่อซื้อสินค้าทีละมากๆ

2.ตู้กับข้าว หรือรูปแบบการซื้อที่นำมาบริโภคในชีวิตประจำวัน เน้นเรื่องของความสะดวก สบาย ซึ่งร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตไซส์เล็ก จะเข้ามารองรับตรงนี้ ซึ่ง การใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ไม่มีเวลา ขณะเดียวกันลูกค้าเองก็ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้คอนวีเนียนสโตร์ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กใกล้บ้าน มีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจ โดยแต่ละรายต่างพยายามที่จะเติมเต็มร้านค้าหรือสินค้าเข้าไปเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งน่าจะเป็นสีสันของการแข่งขันที่เราจะได้เห็นการเดินหน้าขยายสาขาของผู้เล่นต่างๆ มากขึ้นหลังจากนี้ไป.....

 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.