3,068
VIEWS

ไขคำตอบ ทำไมไข่มุกอันดามัน “ภูเก็ต” ถึงยังต้องมีสวนน้ำ

May 10, 2022 S.Vutikorn

หลังจากเลื่อนมาเกือบ 2 ปี เพราะ COVID-19 วันที่ 21 พฤษภาคมที่จะถึงนี้จะเป็นวันแรกที่ “อันดามันดา ภูเก็ต” สวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จะเปิดให้บริการกับคนทั่วไปเป็นวันแรก

หลายคนอาจจะสงสัยว่าเกาะภูเก็ตที่มีน้ำทะเลล้อมรอบ มีชายหาดที่สวยงามมากมายจำเป็นต้องมีสวนน้ำด้วยหรือ

เรื่องนี้มีที่มาที่ไปที่น่าสนใจ...

และนี่คือคำตอบที่ว่าทำไมภูเก็ตถึงต้องมีสวนน้ำ

 

1. ธุรกิจท่องเที่ยวปรับตัวเน้นคุณภาพ

การระบาดของ COVID-19 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกหายไปเป็นจำนวนมาก เฉพาะที่ภูเก็ตเองที่เคยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเกือบ 15 ล้านคนต่อปีก็มีตัวเลขลดลงมาเหลือเพียง 1.1 ล้านคนในปี 2021 หรือลดลงถึง 92%

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องมีการปรับกลยุทธ์การโปรโมทด้วยการหันมาเน้นจับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น และให้พำนักอยู่นานมากขึ้น

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรายงานว่าโดยเฉลี่ยแล้ว นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาที่ภูเก็ตจะอยู่ท่องเที่ยวประมาณ 4-5 วัน ดังนั้นการมีสวนน้ำใหญ่ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง อันดามันดา ภูเก็ตเข้ามาเสริมทัพ จะทำให้โอกาสที่นักท่องเที่ยวจะอยู่เพิ่มขึ้นอีก 1 วัน ก็เป็นไปได้สูง และการที่นักท่องเที่ยวอยู่เพิ่มอีก 1 วัน หมายความถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ที่พัก และคมนาคม

2. 3 เสาหลักการของท่องเที่ยว

สำหรับตลาดท่องเที่ยวยุคใหม่ ส่วนผสมที่ลงตัวของการท่องเที่ยวประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก คือ

1. ความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยเป็นพื้นฐานที่ภูเก็ตมีชื่อเสียงมานานแล้วในเรื่องของ Sea Sand Sun

2. วัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเป็น Soft Power ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมากในยุคที่โซเชียลมีเดียกำลังเป็นที่นิยม

3. Man-made Destination หรือสิ่งก่อสร้างที่มีจุดขายเฉพาะตัวที่สามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว

ทั้ง 3 ปัจจัยนี้ ถ้าที่โลเคชั่นไหนมีครบก็จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเติบโตอย่างยั่งยืน

3. ดึงรายได้และการลงทุน

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีความ สำคัญยิ่งต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเป็นภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากสถานการณ์ COVID-19 ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการว่างงานและการหยุดกิจการของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ในระยะเริ่มต้นของการฟื้นฟูประเทศ ซึ่งหลังสถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลายการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะได้ผลที่รวดเร็วและตรงกับปัญหาของประเทศได้มากกว่าการลงทุนด้านโครงการใหญ่ๆ ในภาคอุตสาหกรรมอื่น เพราะต้องอาศัยความเชื่อมั่นและระยะเวลาในการดำเนินการ

“นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้ด้วยความรวดเร็วมากกว่านักลงทุน รายได้จากนักท่องเที่ยวกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ทุกอาชีพในระยะเวลาอันสั้น จะเป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจรากหญ้าให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว การลงทุนในโครงการอันดามันดา ภูเก็ตเกือบ 5 พันล้านของภาคเอกชนจะมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของการกลับมาของการท่องเที่ยวของประเทศไทยและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และจะเป็นการตอกย้ำความเป็นเมืองท่องเที่ยวของเมืองไทยและส่งเสริมให้เมืองภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืนอีกด้วย”

 

4. ภูเก็ตยังขาด Man-made Attraction

พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พราว เปิดเผยว่า ในต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา แหล่งท่องเที่ยวประเภทมนุษย์สร้างขึ้น หรือ Man-made Attraction อาทิ สวนน้ำ สวนสนุก หรือธีมพาร์ค ถือเป็น Destination ของนักท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ซึ่งที่ผ่านมาภูเก็ตจะได้รับการยอมรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกมานาน แต่จะสร้างชื่อเสียงจากแหล่งท่อง เที่ยวตามธรรมชาติอย่างเดียว แต่ยังไม่ค่อยมีแหล่งท่องเที่ยวแบบ Man-made Attraction จึงเป็นที่มาของโปรเจ็กต์ อันดามันดา ภูเก็ต ที่ใช้เงินลงทุนถึง 4.5 พันล้านบาท

 

5. ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยว

พราวพุธ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ของนักท่องเที่ยวหลัง COVID-19 ไว้ 4 เรื่องหลัก คือนักท่องเที่ยวจะเดินทางเป็นกลุ่มเล็กลง และเน้นท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์มากขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดหรือ Hygiene และเรื่องความปลอดภัย รวมถึงเทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Digitalization เพราะโครงการฯ นี้ ถูกวางตำแหน่งให้เป็นมากกว่าสวนน้ำ แต่มุ่งให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจร

พราวพุธ กล่าวว่า แนวคิดของสวนน้ำอันดามันดา ภูเก็ต ถ่ายทอดผ่านแนวคิดและแรงบันดาลใจ “Thai Legend Meets Fantasy” เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย เติมเต็มไปด้วยความสนุกสำหรับทุกเพศทุกวัย มีการวางประสบการณ์การท่องเที่ยว บน 3 ธีมหลักๆ คือ 1) การผจญภัย (Adventure) 2) วัฒนธรรม (Culture) 3) การพักผ่อนหย่อนใจ (Leisure) เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย

โดยจุดเด่นของอันดามันดา ภูเก็ต อยู่ที่ขนาดของสวนน้ำที่ใหญ่ถึง 58 ไร่ หรือใหญ่กว่าสวนน้ำวานานาวา หัวหินถึง 3 เท่า มีทะเลเทียมขนาด 10,000 ตร.ม. สามารถโต้คลื่นได้สูงสุดถึง 3 เมตร มีหาดทรายเทียมความยาวกว่า 300 เมตร สามารถรองรับคนได้มากกว่า 5,000 คนสำหรับการจัดงานและอีเวนท์ต่างๆ มีเครื่องเล่นและจุดน่าสนใจทั้งหมดกว่า 25 รายการ รวมไปถึงสไลเดอร์สุดเร้าใจกว่า 12 สไลเดอร์ โซนเครื่องเล่นสำหรับเด็กกว่า 5,300 ตารางเมตร

และเพื่อให้ตอบรับกับเทรนด์นักท่องเที่ยวยุคดิจิทัล ทางอันดามันดา ภูเก็ต ได้มีการนำระบบ Cashless Payment ผ่านสายข้อมือ RFID มาใช้ อีกทั้งยังมี App ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานในช่วงไตรมาสที่ 3  จะทำให้ผู้เข้ามาใช้บริการสามารถเพิ่มความสนุก และเก็บคะแนนจากการใช้จ่าย และเล่นเกม AR ภายในสวนน้ำ ถือว่าเป็น Gamification ของประสบการณ์ในการเที่ยวสวนน้ำครั้งแรกในไทย

โดยการเปิดตัวครั้งนี้ กลุ่มบริษัท พราว คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ในเวลา 6 ปี และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการที่สวนน้ำอันดามันดา ภูเก็ต ประมาณ 10% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.