“ทีโอเอ” ผู้นำตัวจริงสีทาอาคาร ผู้นำ Total Solution ของการเป็นมากกว่าสี

Jun 16, 2022 -None-

ตลาดสีทาอาคารมูลค่า 25,000 ล้านบาท เป็นอีกตลาดหนึ่งที่มี Player จำนวนมาก และมีแบรนด์ข้ามชาติเข้ามาทำตลาดไม่น้อย แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงนั้น “ทีโอเอ” ในฐานะแบรนด์สัญชาติไทยไม่เพียงแต่แจ้งเกิดในตลาดสำเร็จ แต่ยังพาแบรนด์สีของคนไทยขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดได้อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 ปี ความโดดเด่นดังกล่าวจึงทำให้ ทีโอเอ คว้ารางวัลพิเศษ Thai Brand Award จากผลสำรวจ 2022 Thailand’s Most Admired Brand มาครอง

คุณจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA กล่าวว่า Perception สีทาอาคารในอดีตไม่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นที่ผู้บริโภคมองว่าแบรนด์ยุโรปเป็นแบรนด์เกรดพรีเมียม ในขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์ไทยจัดอยู่ในเกรดทั่วไป แต่ทีโอเอนำการเป็นองค์กรสัญชาติไทยที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็วสอดรับกับตลาดมาสร้างความได้เปรียบ หลังจากมองเห็นจุดเปลี่ยนตลาดในยุคที่โมเดิร์นเทรดเริ่มเข้ามา โดยเพิ่มเซ็กเม้นต์สินค้าเข้าไปตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า เจ้าของบ้านที่เข้าถึงสินค้าง่ายขึ้น สอดรับพฤติกรรม Buy it Yourself พร้อมกับใช้เครื่องผสมสีเข้ามาเป็นกลไกช่วยให้ร้านค้าลดการสต๊อก สีทีโอเอจึงกระจายไปสู่ตลาดได้กว้างขวางจนเป็นที่รู้จักมากขึ้น และสามารถก้าวมาเป็นผู้นำตลาดสีตั้งแต่ปี 2530 และอีก 15 ปีต่อมาขึ้นสู่การเป็นเจ้าตลาดสีเกรดพรีเมียมเต็มตัว

นับได้ว่าเป็นผู้นำตลาดสีทาอาคารมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 47% แต่มากกว่านั้น ทีโอเอ ยังเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสีทาอาคารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็น Regional Brand ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

“แบรนด์ทีโอเอมีความแข็งแกร่ง เพราะเรารับฟังเสียงของลูกค้า และให้ความสำคัญกับทุกกลุ่ม ทั้งช่างทาสี ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ สถาปนิก และผู้บริโภค เพราะเรามองว่าแต่ละกลุ่มมี Pain Point ไม่เหมือนกัน แต่ในฐานะที่เขาเป็นผู้ใช้งาน เรามีหน้าที่นำฟีดแบ็คต่างๆ มาพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการให้ตรงจุด”

ยกตัวอย่าง  TOA 4 SEASONS  มาจากผู้บริโภคต้องการสีที่มีความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ไม่หลุดลอกร่อนง่าย ทีโอเอจึงพัฒนาคุณภาพสีให้มีคุณสมบัติในการยึดเกาะได้ดี และใช้งานได้ยาวนาน จนกลายมาเป็นแคมเปญ “สีทนได้” ที่สร้างแบรนด์ อะแวร์เนสให้ทีโอเอแข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทีโอเอพยายามตอบสนองความต้องการที่ซ่อนเร้น หรือ Unmet Need อยู่เสมอ ซึ่ง  TOA  SuperShield  Duraclean  ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการมองเห็นปัญหาคราบสกปรกที่ติดตามผนังบ้าน จึงพัฒนาสีที่สามารถขัดเช็ดล้างถูได้โดยไม่ต้องทาสีใหม่ ทั้งยังทนต่อการขัดถูมากกว่าสีทั่วไป 20 เท่า

ในเวลาเดียวกัน การเก็บ Pain Point มาขบคิดยังสามารถสร้างโอกาสทางการตลาดได้เป็นอย่างดี อย่างในกรณีที่ทีโอเอ มองเห็นปัญหาการหลุดร่อนของสีเร็วก่อนอายุการใช้งาน จึงพัฒนาวัสดุและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อใช้คู่กับสีทีโอเอ กระทั่งต่อมาขยายสู่การบริการครบวงจรภายใต้คอนเซ็ปต์ Total Solution เมื่อ 5 ปีก่อน

ปัจจุบัน ทีโอเอก้าวข้ามไปสู่ธุรกิจที่เป็นมากกว่าสี ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอยู่เสมอ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการแบบ Total Solution ครอบคลุมสีทาอาคาร เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ยิปซัมบอร์ด สีงานไม้ สีอุตสาหกรรมหนัก สีตกแต่งพิเศษ ล่าสุดขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ไปสู่กระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลนปูพื้นปูผนัง รวมถึงจับมือกับเครือข่ายผู้รับเหมาให้บริการทาสีอาคารพร้อมการรับประกัน

“ธุรกิจที่เราขยายไปนั้น มาจากการที่เราพยายามตอบ Pain Point ตลอดเวลา อย่างในกรณีบริการทาสีอาคารให้กับลูกค้าเจ้าของบ้านก็มาจากก่อนหน้านี้เราให้บริการทาสีในกลุ่มลูกค้าโครงการมาก่อน แต่เราก็สังเกตว่า เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักมีความกังวลว่าช่างรับเหมาอาจส่งมอบงานไม่ทันตามกำหนด หรือหนีหายไป เราจึงออกแบบบริการนี้เข้ามาอุดช่องว่างตรงนี้”

การมองลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อตอบ Pain Point ได้อย่างตรงจุด ทำให้วันนี้ทีโอเอกลายเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าและบริการให้เลือกครอบคลุมมากที่สุด ส่งผลให้ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาเติบโตมากกว่าตลาด โดยเฉพาะยอดขายไตรมาส 4 ที่ผ่านมาทำสถิติ New High ด้วยยอดขาย 4,672 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับวิกฤตโควิดก็ตาม

“สถานการณ์โควิดกระทบทุกอุตสาหกรรม เราเองก็โดนกระทบแต่เราผ่านมาได้ และปีที่แล้วกลายเป็นปีที่ดีของทีโอเอ ด้วยยอดขายที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ผมคิดว่ามาจากหลายๆ ปัจจัยจากการที่เราปรับตัวเร็ว โดยเฉพาะด้านการสื่อสารที่หันมาใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้นสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค ประกอบกับสต๊อกในระบบต่ำ กำลังซื้อเริ่มกลับมาในช่วงปลายปีหลังมีการผ่อนคลายมาตรการและเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญเราลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่ TOA Organic Care สู่ตลาดรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถึงแม้ว่าราคาจะสูงกว่าสีทั่วไป 10% ก็ตาม แต่ได้รับผลตอบรับจากตลาดที่ดีมาก สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า”

แน่นอนว่า TOA Organic Care ยังเข้ามาช่วยตอกย้ำนโยบาย Greenovation และการเป็นผู้นำสีให้กับทีโอเอ ในฐานะสีทาภายในที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี Bio-Based รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก USDA สหรัฐอเมริกา โดยพัฒนาเทคโนโลยีนี้ร่วมกับบริษัทเคมีชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา นำส่วนประกอบจากพืชมาพัฒนาเพื่อใช้ทดแทนวัตถุดิบจากปิโตรเคมี 30% โดยยังให้คุณภาพความคงทนของฟิล์มสี และให้คุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่า กลิ่นอ่อน สารระเหย VOCs 0% ไร้สารก่อภูมิแพ้ตามมาตรฐาน Sensitive Choice ออสเตรเลีย ช่วยลดสารฟอร์มัลดีไฮด์ในอากาศด้วยเทคโนโลยี Air Detoxify ผ่านมาตรฐาน  LEED V4.1 USA  และมาตรฐานอาคารสีเขียวจึงปลอดภัยต่อทุกชีวิตในบ้านและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“Greenovation เป็นความมุ่งมั่นของเราในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เรายังวางเป้าหมายการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ผ่านกระบวนการผลิต ด้วยการลดการใช้พลังงาน ควบคู่ไปกับการจัดการต้นทุน ซึ่ง 2 แกนนี้ต้องไปด้วยกัน ปีนี้เราเริ่มนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ด้วยการติดหลังคาโซล่าร์เซลล์ที่โรงงาน และควบคุมของเสียที่เกิดจากโรงงาน ในอนาคตเรามีแผนนำรถไฟฟ้ามาใช้ในการขนส่ง เพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย Net Zero Emission ได้ดียิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ดี  คุณจตุภัทร์ ให้ความเห็นว่าภาพรวมตลาดปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แม้ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่สถานการณ์โควิดอยู่ในช่วงขาลง  และการเปิดประเทศเต็มรูปแบบถือเป็นสัญญาณที่ดีที่เศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา  ทีโอเอจึงวางเป้าการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ 10% โดยมีแผนเข้าไปให้คำปรึกษาและช่วยเหลือร้านค้าในการเข้าไปปรับโฉมร้านให้มีความทันสมัยมากขึ้น รวมถึงเข้าไปติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อช่วยระบบหลังบ้านให้กับทางร้าน เป็นต้น

ส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นจะอยู่ภายใต้ทิศทางการพัฒนานวัตกรรมสินค้าในด้านคุณภาพการใช้งานที่ต้องดีกว่า ทนทานกว่า คุ้มค่ากว่า เพื่อประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภค ตอบโจทย์ปัญหาการใช้งานของบ้าน การก่อสร้างหรืออุตสาหกรรมต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น และพัฒนาสินค้าที่มีอยู่และสินค้าใหม่ๆ ให้เกิดความปลอดภัยและความยั่งยืนต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื่อว่าแผนการทำงานทั้งหมดนี้จะทำให้ทีโอเอยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดต่อไป

“การเป็นเบอร์ 1 ถึงจะแข่งกับคู่แข่งในตลาดก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือการแข่งกับตัวเองและท้าทายในการทำสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.