Digital Asset กับมุมมองที่ว่าด้วยทฤษฎีคนโง่

Jun 20, 2022 S.Kawintip

“Those digital asset trends are 100% based on greater fool theory”

นี่คือประโยคที่ “Bill Gates” CEO บริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ออกมายืนยันว่าเขาจะไม่ลงไปยุ่งกับ Cryptocurrency และ NFTs เด็ดขาด แสดงความคิดเห็นว่า “การมีอยู่ของสินทรัพย์ดิจิทัลพวกนั้น ตรงตามทฤษฎีของคนโง่กว่า 100%”

ทฤษฎีของคนโง่กว่า (Greater Fool Theory) ที่ Bill Gates ได้กล่าวไว้ หมายถึง สกุลเงินดิจิทัลและ NFTs เป็นเพียงสินค้าโง่ ๆ ที่หลอกขายต่อให้คนโง่กว่า ยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบง่าย ๆ คือการที่เหรียญคริปโตฯ เหรียญหนึ่งมีมูลค่าสูงขึ้น และมีคนที่ยอมซื้อเหรียญนั้นต่อในราคาที่สูงกว่า ซึ่งเป็นราคาที่ “คนโง่” ซื้อกัน ด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่ามันจะมีมูลค่ามหาศาลในเวลาต่อมา โดยไม่ทันฉุกคิดว่า ในอนาคตอาจไม่มีใครยอมเสียเงินให้มันก็เป็นได้ ทำให้ราคาของเหรียญนั้นลดลงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นสิ่งที่ไร้มูลค่าในที่สุด

นอกจากนี้ Gates ยังเหน็บแนมงานศิลปะลิง NFT ชื่อดังของ Bored Apes Yacht Club ไว้อย่างเจ็บแสบอีกว่า “ภาพดิจิทัลราคาแพงของลิงจะช่วยทำให้โลกดีขึ้นอย่างมาก” อย่างที่หลายคนคุ้นเคยกันว่า เขาไม่ได้เห็นด้วยกับการมีอยู่ของสินทรัพย์ดิจิทัลมากนัก เพราะการได้มาซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละอย่าง ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามากจนกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นำมาสู่ภาวะเรือนกระจกที่เรากำลังเผชิญ ณ ตอนนี้

 

มาฟังความเห็นอีกมุมหนึ่ง CEO รถยนต์ไฟฟ้า Tesla “Elon Musk” ที่ได้ทวีตไว้เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ปีที่แล้วว่า

“The true battle is between fiat & crypto. On balance, I support the latter.”

Elon Musk สนับสนุนให้ใช้เหรียญคริปโตฯ มากกว่าเงิน fiat (เงินสดที่ถูกกฎหมาย) เขามองว่าในเมื่อเงินสดมีผลประโยชน์ที่ด้อยกว่า ทำไมถึงยังเลือกมันอยู่ล่ะ? มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะไม่มองหาทางเลือกอื่น ซึ่งทำเอาถูกอกถูกใจสาวกเหรียญคริปโตฯ แต่ก็ทำคนใช้เงิน fiat ไม่พอใจอยู่หลายคน

“ในระยะยาว ศักยภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลในด้านการลงทุน และเชื่อว่าเป็นทางเลือกที่มีสภาพคล่องแทนเงินสดที่ดี ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่เราอาจเพิ่มหรือลดการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อใดก็ได้ตามความต้องการของธุรกิจ และจากมุมมองของตลาดและสภาพแวดล้อม”

แม้ว่า Musk จะเชื่อมั่นในศักยภาพของสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เขาก็ไม่ได้มุ่งลงทุนกับเหรียญคริปโตฯ เพียงอย่างเดียว แต่ยังกระจายความเสี่ยงการลงทุนในรูปแบบอื่นด้วย เช่น ทองคำแท่ง หุ้น และสินทรัพย์อื่น ๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

 

และฝั่ง “Mark Zuckerberg” CEO ของ Meta (Facebook) ผู้มาก่อนกาล

“… I’m interested to go deeper and study the positive and negative aspects of these technologies, and how best to use them in our services.” (Mark Zuckerberg, 2018)

Mark Zuckerberg มีความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนนานมากแล้ว เขาศึกษาด้านดีและด้านลบของเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบความปลอดภัยของผู้ใช้งาน และพัฒนา Facebook ให้เป็นมากกว่าโซเชียลมีเดีย

กระทั่งเกิดเป็นไอเดียสร้างสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่ขึ้น ๆ ลง ๆ แบบเหรียญคริปโตฯ ทั่วไป (Stable Coins) โดยตั้งชื่อสกุลเงินนี้ว่า “Libra” แต่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “Diem” ซึ่งยังไม่ได้รับไฟเขียวจากธนาคารกลางของสหรัฐฯ (Fed) จึงมีข่าวลือมาว่าเขาอาจขายโครงการ Diem ให้กับสมาชิกนักลงทุนเพื่อคืนทุน

“We're working on bringing NFTs to Instagram in the near term, but I'm not ready to kind of announce exactly what that's going to be today.”

แต่ Zuckerberg ยังคงไม่ถอดใจจากสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา เขามีแผนจะนำ NFTs เข้ามาใช้ใน Instagram เร็ว ๆ นี้ แต่ยังไม่พร้อมที่จะประกาศอย่างแน่ชัดว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

ราคา Crypto กำลังพังทลาย เนื่องจากนักลงทุนหนีไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า ราคา Bitcoin ลดลงมากกว่า 50% ในปีนี้ บริษัท crypto ที่เคยรุ่งโรจน์ในอดีต เช่น Coinbase , Crypto.com และ BlockFi กำลังประกาศเลิกจ้างพนักงานเนื่องจากวอลุ่มการซื้อขายลดลง นอกจากนี้มูลค่า crypto ที่ร่วงลดลงยังส่งผลทำให้โปรเจ็กต์ต่างล่มสลาย เช่น ผู้ให้บริการกู้ยืมสินทรัพย์คริปโต Celsius Network และ อัลกอริทึมเหรียญ stablecoin ของ Terraform Labs

อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืน ปัจจุบันมูลค่าของเหรียญคริปโตฯ และ NFTs กำลังดิ่งลงเหว เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากหนีไปลงทุนกับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อย บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมากก็ได้ปลดพนักงานออก ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตามองตอนนี้จึงไม่ได้มีแค่มุมมองของผู้คนที่เปลี่ยนไปต่อสินทรัพย์ดิจิทัล แต่รวมถึงทิศทางพฤติกรรมจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ที่จะเปลี่ยนไปในอนาคตอีกด้วย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.