3,829
VIEWS

เพราะหลักการ “เคารพ 3 อย่าง” Let’s Sea ถึงได้รับความนิยมมาตลอด 20 ปี

Jul 27, 2022 S.Vutikorn

Let’s Sea เป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่เปิดให้บริการอยู่ที่ริมชายหาดหัวหิน ก่อนจะขยายธุรกิจมาทำ Boutique Hotel ในเวลาต่อมา จากวันนั้นถึงวันนี้กลุ่ม Let's Sea มีการแตกธุรกิจออกเป็น 3 Sub-Brand คือ Let's Sea Hua Hin's Beach Restaurant, Let's Sea Hua Hin Al Fresco Resort และแบรนด์น้องใหม่ Loligo Resort Hua Hin

เชื่อหรือไม่ว่าตลอดระยะเวลา 20 ปีของการทำธุรกิจ Let’s Sea ในวันแรกจนถึงปัจจุบันยังคงรักษาความสดใหม่ และมาตรฐานในการให้บริการที่เป็นเลิศจนได้รับรางวัลมากมายจากทั่วโลก

ล่าสุด Let’s Sea เพิ่งจะได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก TripAdvisor 2022 ให้เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดติดอันดับ Top 1% ของโรงแรมทั่วโลก (Tops 1% of Hotels Worldwide), โรงแรมชั้นนำในประเทศไทย (Top - Thailand) และ โรงแรมชั้นนำด้านความโรแมนติกของเอเชีย (Top Romance - Asia)

ความสำเร็จของ Let’s Sea นั้นมาจากการ เคารพใน 3 อย่าง นั่นเอง

Let's Sea Hua Hin Al Fresco Resort

ศรายุธ เอกะหิตานนท์ CEO & Co-founder Let's Sea Hua Hin Al Fresco Resort & Loligo Resort Hua Hin เล่าย้อนความให้ทีมงานฟังว่า Let's Sea Hua Hin's Beach Restaurant เป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2002 ก่อนจะขยายกิจการมาเปิดโรงแรมในปี 2007

“Let's Sea เริ่มต้นจากร้านอาหาร ความสำเร็จของร้านอาหารมาจากงานมาร์เก็ตติ้งล้วนๆ ที่จะ ต้องรู้ว่าลูกค้าของเราต้องการอะไร แล้วเราก็พยายามนำเสนอในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และเราก็พยายามนำเทรนด์ใหม่ๆ มาให้ลูกค้าเสมอ ในยุคนั้นหัวหินยังไม่มีร้านอาหารแบบนี้ ร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวไม่ได้แค่มากินอาหารอย่างเดียว แต่เข้ามาใช้ชีวิต ดื่มและกิน มาพักผ่อนในสถานที่ที่ใช้ชีวิตคุณภาพได้

จากร้านอาหารสู่โรงแรม...

ศรายุธ อธิบายเหตุผลของการขยายกิจการมาทำโรงแรมไว้อย่างน่าสนใจว่า Let's Sea มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ครึ่งมีส่วนที่ติดทะเลแต่ไม่ติดถนนคนที่จะมากินอาหารต้องเข้าซอย กระทั่งเจ้าของที่ดินผืนติดกันที่อยู่ติดถนนมีความประสงค์จะขายที่ดินจึงตัดสินใจซื้อที่ดินผินติดกันนี้มา จนทำให้อาณาจักรของ Let's Sea ขยายเป็น 4 ไร่กว่า และมีด้านหน้าที่ติดถนนและด้านหลังที่ติดชายหาด

เราเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่มีพื้นที่ 2 ไร่นิดๆ ครึ่งนึงของโรงแรมปัจจุบัน ตอนนั้นเราคิดอย่างเดียวว่า เรามีที่แค่ครึ่งเดียว ถ้ามีคนมาทำอะไรไม่ดีกับเราตรงส่วนหน้า ร้านอาหารของเราก็อาจจะได้รับผลกระทบได้ เมื่อพิจารณาแล้วในยุคนั้นหัวหินมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นเยอะมาก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่ม เป้าหมายของร้านเรา เราก็ต้องป้องกันว่าเราจะไม่ให้ใครมาทำอะไรให้ร้านเราเสียบรรยากาศ เราจึงตัดสิน ใจซื้อที่เพื่อขยายจากทะเลถึงถนน เพราะอย่างน้อยที่สุด ถ้าเราก็มีที่ของเราเต็ม คนอื่นจะมาทำอะไรก็ยากแล้ว พอซื้อเสร็จแล้วเราก็มานั่งคิดว่า พื้นที่ขนาดนี้จะครีเอทโอกาสอะไรให้ได้บ้าง จึงกลายเป็นการคิดทำโรงแรมที่แตกต่างจากที่อื่นๆ

หลังจากได้ที่ดินผืนติดกันมาแล้ว ศรายุธ เล่าว่าหัวใจสำคัญของการขยายธุรกิจ คือจะต้องเชื่อมโยงกับร้านอาหาร เพราะลูกค้ารู้จัก Let's Sea และรักเรามาก ซึ่งแนวคิดของ Let's Sea Hua Hin Beach Restaurant เมื่อ 20 ปีที่แล้ว อยู่ที่การไม่เสียดายพื้นที่แลกกับบรรยากาศที่ดี

“20 ปีที่แล้วแทบจะไม่ร้านอาหารไหนที่เว้นพื้นที่แบบเรา ว่างมากๆ โล่งโปร่งๆ เรียกว่าใน 2 เมตรจะไม่มีใครมากวนเลย เราทำแบบนี้มา 20 ปีที่แล้ว คอนเซ็ปต์ของเราคือ Al Fresco ที่แปลว่าใช้ชีวิตที่มีความสุขกับธรรมชาติ และมีความเป็นส่วนตัวสบายๆ เมื่อก่อนนี้เราใช้ชื่อ Let’s Sea Hua Hin Beach Restaurant หรือร้านอาหารที่อยู่ริมหาดหัวหิน พอมาเป็นโรงแรมก็เอาชื่อนี้มาเป็นธีม เพื่อให้คนรู้ว่าจะได้คุณภาพชีวิตอย่างไรถ้ามาที่นี่

เคารพธรรมชาติ

เมื่อถูกถามถึงเหตุผลว่าเพราะอะไร Let's Sea ถึงเป็นที่พูดถึงมาตลอดแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาแล้วถึง 20 ปี กับคำถามนี้ ศรายุธ อธิบายว่า Let's Sea Hua Hin Al Fresco Resort สร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของการเคารพธรรมชาติของหัวหิน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ของเมืองต่างอากาศนี้มากที่สุด

หัวหินมีเรื่องของหาดทราย สายลม มีพระจันทร์สวยๆ คนมาหัวหินบางทีต้องการแค่เดินเล่นที่ชายหาดมากกว่าเล่นน้ำ แล้วมาเล่นน้ำในสระแทน เมื่อเรารู้แบบนี้เราก็ออกแบบสระน้ำให้ใหญ่แม้ว่าโรงแรมเราจะมีแค่ 40 ห้อง แต่เราสร้างสระว่ายน้ำยาวถึง 120 เมตร ต่อให้คนมาพักเต็ม สระว่ายน้ำเราก็ไม่เคยแน่น เพราะว่าเราคำนึงถึงเรื่องการใช้ชีวิตที่มีความสุขกับธรรมชาติ

เคารพลูกค้า

ศรายุธ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในช่วงแรกๆ แขกของโรงแรมส่วนใหญ่มาเพราะประทับใจกับร้านอาหาร ที่สามารถใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ เพราะฉะนั้นหัวใจของการออกแบบห้องพักและงานบริการจึงต้องเคารพความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ

ตอนทำร้านอาหารมีลูกค้าบางคนนะ นอนโรงแรมที่ปราณบุรี เพราะต้องการความสงบแต่กลับมาใช้ชีวิตที่ร้านเราทั้งวัน ตั้งแต่สายถึงมืด กิน 2 มื้อกับเรา แล้วไปเดินตลาดกลางคืนแล้วค่อยกลับก็ยังมี คนกลุ่มนี้เป็นลูกค้าพิเศษ ร้านเรามีลูกค้าแบบนี้เยอะ ที่พักหัวหินแต่มาใช้ชีวิตยาวๆ ที่ร้านของเรา

ดังนั้นห้องพักของเราจึงเน้นความเป็นส่วนตัว ห้องพักโรงแรมทั่วไปผนังห้องจะแชร์กัน เพราะประหยัดต้นทุนได้มหาหาศาล แต่ว่าความเป็นส่วนตัวลดลง โดยเฉพาะเรื่องเสียง โรงแรมของเราไม่มีห้องไหนแชร์กำแพงกับห้องข้างๆ เลย เรามีดาดฟ้าส่วนตัว มีท่าน้ำส่วนตัวที่สามารถนั่งที่ริมสระหน้าห้องโดยมีความเป็นส่วนตัว ไม่มีใครมานั่งใกล้ๆ  จริงๆ แล้ว ธรรมชาติของหัวหินเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

การออกแบบที่ลงตัวทำให้ Let's Sea นิยามตัวเองว่าเป็น Barefoot Luxury คือมีความหรูหราแบบถอดรองเท้าเดินได้ เพื่อให้แขกที่มาพักสามารถใช้ชีวิตแบบสบายๆ ได้

เราพยายามบาลานซ์ Health & Happiness ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยในการได้รับบริการ รวมถึงยังต้องปกป้องพนักงานด้วย ทุกวันนี้เรายังใช้ UV-C ในห้องพักทุกห้อง เพราะเรากังวลว่าอาจจะมีละอองฝอยไปติดตามผ้าม่าน ตรงนี้เรายังคงทำอยู่เพื่อให้ลูกค้าเชื่อได้ว่าลูกค้าจะมั่นใจในการใช้บริการของเรา เราต้องทำ UV-C  2 รอบต่อห้อง ต้องย้ายจุดวาง ต้องกลับหมอน 2 ด้านเพื่อความมั่นใจ

เคารพวัฒนธรรม

เรื่องสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเคารพวัฒนธรรม ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ศรายุธอธิบายว่า หัวหินเป็นสถานที่ที่มีวัฒนธรรมเฉพาะ ที่ผู้ประกอบการทุกรายสามารถหยิบยกมาเป็นจุดขายได้ และเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนควรให้ความเคารพ

หัวหินมีความเป็น Thai Authentic Beach ถ้าเราสังเกตให้ดี คนที่มาหัวหินถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 70% จะเป็นคนที่มาเที่ยวซ้ำ ถ้าไปครั้งแรกส่วนใหญ่จะเป็นกรุงเทพฯ พัทยา สมุย ภูเก็ต คนที่กลับมาซ้ำจะกลับมาที่ที่ตัวเองชอบ หรือกลับมาหาความเป็นไทยเพิ่มเติม มาหามุมต่างๆ ที่ไม่ใช่ Touristic มากนัก

หัวหินมีสถานีรถไฟแห่งแรกเพื่อการท่องเที่ยว มีสนามกอล์ฟแห่งแรก มีวังเก่าๆ ถ้าลองดู 20 ปีของการเปลี่ยนแปลง การท่องเที่ยวฝั่งตะวันออกกับหัวหิน หัวหินยังมีความดั้งเดิมอยู่เยอะ หมู่บ้านชาว ประมงก็ยังมีอยู่ เส้นทางมาหัวหินถ้าเดินทางด้วยเส้นทางรองก็จะเจอการใช้ชีวิตที่น่ารักมากๆ กว่าจะมาถึงหัวหิน แล้วก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีถ้ำพระยานคร ตรงนี้ก็เป็นสิ่งทีนักท่องเที่ยวอยากจะมาเจอความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น

ศรายุธ ย้ำว่าวัฒนธรรมดั้งเดิมของหัวหินที่ยังคงมีอยู่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้หัวหินเป็น Authentic Culture Destination ที่ชัดเจน

โรงแรมที่หัวหินจะดีไซน์ในรูปแบบไหน ทันสมัยเพียงใดก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องรักษาคือ Destination ที่ชัดเจนตรงนี้เอาไว้ แต่ทุกวันนี้เวลาเราส่งอีเมลหาลูกค้า เรายังลงท้ายว่า Greetings from where Hua Hin charming beach culture meets peace & romance! เพราะนี่คือเสน่ห์ของหัวหิน

20th Anniversary

ปีนี้เป็นปีที่ร้านอาหาร Let's Sea มีอายุครบ 20 ปี ส่วนโรงแรม Let's Sea Hua Hin Al Fresco Resort ก็มีอายุครบ 15 ปี ทางผู้บริหารจึงได้มีการรีโนเวทครั้งใหญ่ ด้วยการปรับปรุงห้องพักใหม่ด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ เข้าไป

ตอนครบ 10 ปี Let's Sea มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ไปแล้วรอบหนึ่ง ครั้งนั้นเราเพิ่มความหรูหราเข้าไป เพราะว่าลูกค้ามีการตอบรับที่ดีมาก Let's Sea ในยุคแรกเราเรียกงานออกแบบว่าสัจจะวัสดุ คือความตรงไปตรงมามากๆ ไม่ใช้พลาสติก งานไม้ก็คือไม้จริงๆ หินก็คือหินจริงๆ แทบไม่ทาสี นั่น15 ปีที่แล้ว พอมาปีที่ 10 ถ้าเราจะทำให้มันดิบๆ เหมือนเดิมลูกค้าเราทั้งไทยและเทศก็โตขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไป 10 ปี คนอยากได้ประสบการณ์มากขึ้น แตกต่างมากไปจากเดิม แทนที่ข้างบนจะดิบๆ เราก็ทำเป็นสวนมีอ่าง   จากุซซี่ทีมองเห็นวิว แต่สวนก็สร้างความเป็นส่วนตัวให้

ส่วนการปรับปรุงครั้งล่าสุดที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ศรายุธ ฉายภาพให้เห็นมิติของการขยับเข้าไปใกลชิดธรรมาติมากขึ้นอีก ด้วยโทนสี “นู้ด” ธรรมชาติ และโทนสี “ลอนทรายยามเช้า”

ความยั่งยืนยังเป็นอีกปัจจัยที่เราให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนของงานออกแบบและการบริการมาตลอด เห็นได้จากการที่ Let’s Sea ได้รับการรับรอง ISO14001 หรือการรับรองมาตรฐานระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามหลักสากลล่าสุด

นอกจากนี้แล้วทาง Let’s Sea ยังได้มีการแตก Sub-Brand โรงแรมใหม่ในชื่อ Loligo Resort Hua Hin อีกด้วย

“Loligo Resort มาจากการที่มีผู้ประกอบการที่อยู่ข้างๆ เรา ต้องการขายโรงแรม ทำให้เราตัดสิน ใจซื้อมา เพราะว่ากลัวว่าถ้าคนที่มาซื้อไปแล้วทำอะไรที่มากวนสภาพแวดล้อมของเราจะทำให้โรงแรมและร้านอาหารของเราแย่ลงไป ตรงนี้คือหลัก Neighbors & Place เป็นเรื่องของการตลาดล้วนๆ ถ้าเราปล่อยให้สิ่งแวดล้อมของธุรกิจเราเสียโดยที่เราคอนโทรลไม่ได้ เราสู้ซื้อมันมาดีกว่า แล้วเราค่อยเข้ามาหาทางปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเพื่อให้เติมเต็มซึ่งกันและกัน หาอะไรบ้างอย่างที่ Synergy กัน หาโอกาสที่เรามีแต่คนอื่นไม่มี

ตัวอย่าง เช่น ด้วยขนาดของโรงแรม และจำนวนห้องที่มีเพียง 47 ห้อง จึงยากมากที่ใครจะเซตทีมขึ้นมาเพื่อบริหาร โชคดีที่เรามีทีมที่แข็งแกร่งพร้อมที่จะโต เรามองว่าทำอย่างไรให้พนักงานมีโอกาสในการก้าวหน้า เราจึงสร้างตรงนี้ขึ้นมา แต่จับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันศรายุธ กล่าวทิ้งท้าย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.